อยากต่อใบขับขี่ออนไลน์มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

อัปเดตวิธีต่อใบขับขี่ออนไลน์ 2569 ง่าย ๆ

ปัจจุบันการต่อใบขับขี่ออนไลน์ ช่วยให้สะดวกขึ้นกว่าสมัยก่อน เพราะสามารถอบรมผ่านระบบ DLT e-Learning ได้จากที่บ้าน โดยเฉพาะคนที่อยู่ไกลจากสำนักงานขนส่ง ไม่ว่าจะพักอยู่คอนโดในเมือง หรือบ้านเดี่ยวย่านชานเมืองก็ไม่ต้องไปที่ขนส่งให้เสียเวลา 

ดังนั้นเราต้องอบรมก่อน แล้วค่อยจองคิวเพื่อยื่นเอกสาร ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และรับใบขับขี่ใหม่ โดยบทความนี้น้อง “น่าอยู่” จะมาสรุปทุกขั้นตอนแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่การลงทะเบียนอบรมออนไลน์ไปจนถึงการต่อใบขับขี่ให้เสร็จภายในวันเดียวครับ

ใครบ้างที่สามารถต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้?

สรุปเงื่อนไขสำหรับผู้ที่ต้องการต่อใบขับขี่ออนไลน์

การต่อใบขับขี่ออนไลน์ หมายถึงการอบรมผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น ส่วนขั้นตอนยืนยันตัวตนและรับใบขับขี่ยังคงต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่งอยู่ครับ โดยผู้ที่สามารถต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ มีดังนี้

  • ผู้ที่ต้องการต่ออายุใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล
  • ผู้ที่ต้องการต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์
  • ผู้ที่ใบขับขี่ยังไม่หมดอายุ หรือหมดอายุภายในระยะเวลาที่กรมการขนส่งกำหนด
  • ผู้ที่สามารถจองคิวผ่านแอป DLT Smart Queue ได้

ถ้าใบขับขี่หมดอายุเป็นเวลานาน อาจมีขั้นตอนเพิ่มเติม เช่น การสอบข้อเขียนหรือสอบขับใหม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่หมดอายุ

ขั้นตอนการอบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ผ่านระบบ DLT e-Learning ทำอย่างไร?

แนะนำ 3 ขั้นตอนอบรมออนไลน์ก่อนไปขนส่ง ผ่าน DLT e-Learning

การอบรมผ่านระบบ DLT e-Learning ที่เว็บไซต์ dlt-elearning.com คือขั้นตอนแรกที่ผู้ที่จะต่อใบขับขี่ออนไลน์ต้องทำก่อนไปที่ขนส่งครับ สามารถอบรมได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแท็บเล็ต ใช้เวลารวมประมาณ 1-3 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับประเภทใบอนุญาต และผลการอบรมจะมีอายุ 6 เดือนนับจากวันที่อบรมผ่าน โดยมีขั้นตอนดังนี้ครับ 

1. ลงทะเบียนและกรอกข้อมูลส่วนตัว

ขั้นตอนแรกในการอบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ ต้องดำเนินการตามนี้ครับ

  1. เข้าเว็บไซต์ DLT e-Learning แล้วลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก พร้อมกรอกเบอร์โทรศัพท์ อีเมล และวันเดือนปีเกิดให้ครบถ้วน 
  2. เลือกประเภทใบขับขี่ที่ต้องการต่อ เช่น 
  • รถยนต์ส่วนบุคคล 
  • รถจักรยานยนต์
  • รถขนส่ง 
  • รถสาธารณะ

จากนั้นระบบจะจัดหลักสูตรอบรมให้ตรงตามประเภทที่เลือกครับ

2. รับชมวิดีโออบรมตามประเภทใบอนุญาต

หลังลงทะเบียนแล้ว ระบบจะให้ทำแบบทดสอบก่อนอบรม 3 ข้อก่อนเข้าวิดีโอเนื้อหา ซึ่งเพื่อน ๆ ต้องดูวิดีโออบรมออนไลน์ให้จบทุกคลิปตามลำดับ โดยไม่สามารถกดข้ามได้ เนื้อหาจะครอบคลุมทั้งกฎจราจร มารยาทการขับขี่ และความปลอดภัยบนท้องถนนที่อัปเดตตามหลักสูตรล่าสุด โดยมีระยะเวลาอบรมตามประเภทใบขับขี่ดังนี้ครับ 

  • ใบขับขี่รถส่วนบุคคลขาดต่ออายุเกิน 1 ปีขึ้นไป: อบรม 2 ชั่วโมง และทำแบบทดสอบให้ได้เกิน 45 คะแนนจาก 50
  • ใบขับขี่รถส่วนบุคคลขาดต่ออายุเกิน 3 ปีขึ้นไป: อบรม 2 ชั่วโมง ทำแบบทดสอบให้ได้เกิน 45 คะแนนจาก 50 และต้องสอบปฏิบัติใหม่ทั้ง 3 ท่า

3. ตอบแบบทดสอบและบันทึกผลการอบรม

เมื่อเราดูวิดีโอครบหมดแล้ว ระบบจะให้ทำแบบทดสอบหลังอบรมเพื่อยืนยันว่าเราเข้าใจเนื้อหาที่อบรมไปจริง ๆ ถ้าผ่านเกณฑ์ ระบบจะออกหลักฐานยืนยันผลการอบรมให้ ซึ่งควรบันทึกหน้าจอหรือพิมพ์เก็บไว้เป็นหลักฐานสำหรับเอาไปยื่นสำนักงานขอนส่งในขั้นตอนถัดไปครับ

จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันไหนได้บ้าง?

ต่อใบขับขี่ออนไลน์ ระหว่างแอปพลิเคชัน และเว็บไซต์

หลังอบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์เรียบร้อยแล้ว ให้จองคิวได้ที่ DLT Smart Queue ซึ่งช่วยลดเวลารอคิวที่สำนักงานขนส่งได้เยอะมากครับ โดยสามารถจองคิวได้ใน

  • แอปพลิเคชันทั้งระบบ iOS และ Android 
  • รวมถึงบนเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th โดยตรงครับ

เพื่อน ๆ สามารถเลือกวัน เวลา และสำนักงานขนส่งที่สะดวกได้ล่วงหน้า ทำให้วางแผนวันไปติดต่อได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเผื่อเวลารอคิวนานเหมือนแต่ก่อนครับ 

เอกสารที่ต้องเตรียมไปสำนักงานขนส่งมีอะไรบ้าง?

สรุปเอกสารที่ต้องเตรียมไปขนส่ง สำหรับต่อใบขับขี่แต่ละประเภท

เอกสารที่ต้องเตรียมจะแตกต่างกันตามประเภทใบขับขี่ที่กำลังจะต่อ ซึ่งทุกคนควรตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อนไปที่สำนักงานดังนี้

  1. ต่ออายุใบขับขี่ชั่วคราว 2 ปี เป็น 5 ปี ต้องใช้เอกสาร
  • บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง
  • ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชั่วคราวฉบับเดิม
  • ใบรับรองแพทย์ อายุไม่เกิน 1 เดือน
  1. ต่ออายุใบขับขี่รถส่วนบุคคล ทุก ๆ 5 ปี ต้องใช้เอกสาร
  • บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง
  • ใบอนุญาตขับรถฉบับเดิม (ก่อนสิ้นอายุไม่เกิน 6 เดือน หรือสิ้นอายุไม่เกิน 1 ปี)
  • ใบรับรองแพทย์ อายุไม่เกิน 1 เดือน

ขนส่งมีขั้นตอนการทดสอบสมรรถภาพร่างกายอย่างไร?

เมื่อเราไปที่ขนส่งตามคิวที่จองต่อใบขับขี่ออนไลน์ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและหลักฐานการอบรมก่อน แล้วค่อยทดสอบสมรรถภาพร่างกายเพื่อยืนยันว่าเราพร้อมสำหรับการขับขี่บนท้องถนน ได้แก่

  • ทดสอบสายตาและการมองเห็นสี
  • ทดสอบสายตาทางลึก
  • ทดสอบลานสายตา
  • ทดสอบปฏิกิริยาการเหยียบเบรก

และหลังจากผ่านสมรรถภาพแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกใบขับขี่ใบใหม่ให้ โดยเสียค่าธรรมเนียมคำขอ 5 บาท พร้อมกับค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามประเภทและอายุใบขับขี่

หากใบขับขี่หมดอายุเกินกำหนดจะต้องทำอย่างไร?

ถ้าใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปี เพื่อน ๆ ยังสามารถต่อได้ตามขั้นตอนปกติผ่านการอบรมออนไลน์โดยไม่ต้องสอบข้อเขียนหรือสอบขับรถใหม่ แต่ถ้าปล่อยให้หมดอายุเกิน 1 ปีขึ้นไป จะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่แตกต่างกันตามประเภทใบขับขี่ ดังนี้ครับ

  • ใบขับขี่ชั่วคราว 2 ปี ที่หมดอายุเกิน 1 ปี: จะต้องไปอบรมที่สำนักงานขนส่งประมาณ 5 ชั่วโมง ไม่สามารถอบรมผ่านระบบออนไลน์ได้ และต้องสอบข้อเขียนให้ผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนด
  • ใบขับขี่ส่วนบุคคล 5 ปี ที่หมดอายุเกิน 1 ปี: ยังสามารถอบรมผ่านระบบออนไลน์ได้ประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ต้องสอบข้อเขียนให้ผ่านเหมือนกันครับ 

โดยถ้าใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี ไม่ว่าประเภทไหนก็ต้องสอบขับรถใหม่ควบคู่ไปกับการสอบข้อเขียนด้วยครับ

บทส่งท้าย

การต่อใบขับขี่ออนไลน์ในปัจจุบันช่วยให้ประหยัดเวลาได้มาก แค่อบรมผ่าน DLT e-Learning ให้ผ่าน จองคิวผ่าน DLT Smart Queue เตรียมเอกสารให้ครบ ก่อนไปยื่นที่ขนส่ง ก็รับใบขับขี่ใบใหม่ได้ภายในวันเดียว  

สำหรับใครที่แพลนจะหาที่อยู่ใหม่ทำเลดี เดินทางสะดวก ไปทำธุระง่าย ๆ ใกล้ที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว คอนโดและทาวน์โฮม ก็สามารถเข้ามาดูโครงการบ้านชั้นนำได้ที่เว็บไซต์ “น่าอยู่” แพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์และสาระน่ารู้แบบครบวงจร

คำถามที่พบบ่อย

1. ต่อใบขับขี่ออนไลน์ล่วงหน้าได้กี่เดือน ?

สามารถต่ออายุล่วงหน้าได้ ไม่เกิน 6 เดือน ก่อนวันหมดอายุของใบขับขี่

2. ผลการอบรมออนไลน์มีอายุการใช้งานกี่วัน ?

ผลการอบรมผ่านระบบ DLT e-Learning สามารถเอาไปใช้ต่อไปขับขี่ได้ภายใน 6 เดือน นับจากวันที่อบรมผ่านครับ 

3. ถ้าใบขับขี่หมดอายุแล้วยังไม่ได้ต่อมีโทษปรับเท่าไหร่ ?

ถ้าขับรถโดยใช้ใบขับขี่ที่หมดอายุ มีโอกาสโดนปรับตาม พ.ร.บ. รถยนต์ สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท