ปฏิทินงานวิ่ง 2569 คู่มือวางแผนวิ่งทั้งปีสำหรับมือใหม่
ปฏิทินงานวิ่ง 2569 เต็มไปด้วยงานวิ่งหลากหลายประเภททั้วประเทศ มือใหม่หลายคนอาจรู้สึกว่าไม่รู้จะหาข้อมูลเพื่อวางแผนหรือเริ่มเช็กจากไหนดี ดังนั้นในบทความนี้เราจึงรวบรวมงานวิ่งเด่น ๆ ของปี 2569 พร้อมวันที่วิ่ง วิธีเลือกระยะที่เหมาะกับตัวเอง และทริคเตรียมตัวสำหรับมือใหม่ครับ
ปฏิทินงานวิ่ง 2569 มีช่วงไหนบ้าง? สรุปฤดูกาลวิ่งทั้งปี

งานวิ่งในไทยกระจายอยู่ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่มีงานวิ่งเยอะที่สุดจะเป็นช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคม และเดือนพฤษจิกายนถึงมกราคม ซึ่งสามารถดูตารางงานวิ่งตามปฏิทินงานวิ่ง 2569 ดังนี้ครับ
มกราคม 2569
- 24 มกราคม: เชียงใหม่คริสเตียน มินิมาราธอน ครั้งที่ 35 จังหวัดเชียงใหม่
กุมภาพันธ์ 2569
- 22 กุมภาพันธ์: The Takeoff Run อบจ.ภูเก็ต Minimarathon จังหวัดภูเก็ต
พฤษภาคม 2569
- 30 พฤษภาคม: Central Samui Neon Run จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย)
- 31 พฤษภาคม: Khao Kho Marathon จังหวัดเพชรบูรณ์
- 31 พฤษภาคม: Amazing Phrae Marathon จังหวัดแพร่
มิถุนายน 2569
- 7 มิถุนายน: ดอยสุเทพมินิมาราธอน Rainy Season Run จังหวัดเชียงใหม่
- 13-14 มิถุนายน: Laguna Phuket Marathon จังหวัดภูเก็ต
- 20-21 มิถุนายน: Andaman International Trail Running จังหวัดพังงา
กรกฎาคม 2569
- 4 กรกฎาคม: แคนแก่นคูณมินิมาราธอน จังหวัดบุรีรัมย์
- 12 กรกฎาคม: GPO Run for 60th Anniversary กรุงเทพมหานคร
- 19 กรกฎาคม: ดอยตุงมินิมาราธอน จังหวัดเชียงราย
- 19 กรกฎาคม: Bangkok Post International Mini Marathon : Run for Nurses กรุงเทพมหานคร
- 19 กรกฎาคม: : Hua Hin International Half Marathon จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- 26 กรกฎาคม: SAT Sports Tourism Festival Chanthaburi Mini Marathon จังหวัดจันทบุรี
สิงหาคม 2569
- 1-2 สิงหาคม: Ayutthaya Night Run จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- 1 สิงหาคม: Nong Khai Running Festival จังหวัดหนองคาย
- 9 สิงหาคม: เขาค้อวิ่งทะลุหมอก มาราธอน จังหวัดเพชรบูรณ์
- 12 สิงหาคม: 12 สิงหา ฮาล์ฟมาราธอน กรุงเทพฯ ครั้งที่ 31
- 16 สิงหาคม: ALM RUN เส้นทางวีรชน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
กันยายน 2569
- 6 กันยายน: Watlaharnrai Half Marathon จังหวัดระยอง
- 20 กันยายน: IHG Run for Good กรุงเทพมหานคร
- 26 กันยายน: Bueng Boraphet Night Run จังหวัดนครสวรรค์
ตุลาคม 2569
- 4 ตุลาคม: Nakhonsawan 21 จังหวัดนครสวรรค์
- 11 ตุลาคม: Run With The Flow Korat Cluster จังหวัดนครราชสีมา
พฤศจิกายน 2569
- 28-29 พฤศจิกายน: Amazing Thailand Marathon Bangkok presented by TOYOTA กรุงเทพมหานคร
มกราคม 2570 (สำหรับคนวางแผนล่วงหน้า)
- 9 มกราคม: ขอนแก่นมาราธอนนานาชาติ ครั้งที่ 22 จังหวัดขอนแก่น
- 23 มกราคม: บุรีรัมย์มาราธอน 2027 จังหวัดบุรีรัมย์
หมายเหตุสำคัญ: รายละเอียดงานวิ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนวันที่หรือยกเลิกได้ตามสถานการณ์ของผู้จัดงาน แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละงานอีกครั้งก่อนสมัครทุกครั้งครับ
สมัครงานวิ่งที่ไหน? รวมแพลตฟอร์มปฏิทินและรับสมัคร
นอกจากตารางปฏิทินงานวิ่ง 2569 แล้วยังมีแพลตฟอร์มที่รวบรวมปฏิทินงานวิ่งใหม่ที่ประกาศเพิ่ม และอัปเดตต่อเนื่องให้เช็กได้ตลอดเวลาดังนี้ครับ
- Thai.run ระบบรับสมัครงานวิ่งอันดับต้น ๆ ของไทย โดยสมาคมนักวิ่งเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย รวบรวมงานวิ่งทั่วประเทศพร้อมระบบสมัครออนไลน์ในที่เดียว
- RunLah ปฏิทินงานวิ่งที่กรองได้ทั้งรายสัปดาห์ จังหวัด และประเภทงาน เช่น มินิมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน ฟูลมาราธอน เทรล
- Patrunning.com ตารางประกาศงานวิ่งรายเดือนทั่วไทย อัปเดตต่อเนื่องจากผู้จัดงานทั่วประเทศ พร้อมเบอร์ติดต่อผู้จัดงานโดยตรง
- ThaiJogging.org ปฏิทินงานวิ่งโดยมูลนิธิสมาพันธ์ชมรมเดิน วิ่งเพื่อสุขภาพไทย สนับสนุนโดย สสส. เน้นการวิ่งเพื่อสุขภาพที่น่าเชื่อถือ
เลือกประเภทงานวิ่ง และระยะไหนดี?

จามปฏิทินงานวิ่ง 2569 งานวิ่งแต่ละงานส่วนมากเปิดให้เลือกสมัครได้หลายระยะในงานเดียว เช่นเปิดตั้งแต่ระยะ 2 กม. ไปจนถึงฟูลมาราธอน 42 กม. ในงานเดียวกัน การเลือกระยะที่เหมาะกับตัวเองสำคัญมากสำหรับมือใหม่ เพราะสมัครระยะที่ไกลเกินตัวอาจทำให้บาดเจ็บได้ครับ
เทียบแต่ละระยะทางการวิ่ง เหมาะกับใครบ้าง?
การเลือกสมัครระยะวิ่งให้เหมาะกับระดับความพร้อมของตัวเอง ถือเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การซ้อมเลยครับ เพราะถ้าเราเลือกระยะที่ไกลเกินไป อาจทำให้ร่างกายเสี่ยงที่จะบาดเจ็บได้ ดังนั้นก่อนสมัคร ลองมาดูกันว่าแต่ละระยะเหมาะกับนักวิ่งแบบไหนบ้าง
- ฟันรัน (2-5 กม.) เหมาะกับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มวิ่งหรืออยากลองบรรยากาศงานวิ่งแบบสนุก ๆ ไม่กดดันเรื่องเวลา
- มินิมาราธอน (10 กม.) เหมาะกับคนที่วิ่งออกกำลังกายสม่ำเสมออยู่แล้วและอยากท้าทายระยะที่ยาวขึ้น
- ฮาล์ฟมาราธอน (21 กม.) เหมาะกับนักวิ่งที่มีพื้นฐานการซ้อมมาแล้วอย่างน้อย 2-3 เดือน
- ฟูลมาราธอน (42 กม.) เหมาะกับนักวิ่งที่มีประสบการณ์และผ่านการซ้อมอย่างจริงจังมาแล้วหลายเดือน ไม่แนะนำให้มือใหม่กระโดดมาลงระยะนี้เป็นครั้งแรก
- เทรลรัน (6-25 กม.ขึ้นไป) เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติและไม่กลัวเส้นทางวิ่งที่เป็นดินหรือขึ้นเขา
มือใหม่วางแผนงานวิ่งทั้งปียังไงให้ไม่บาดเจ็บ?

การลงสมัครงานวิ่งหลายรายการตลอดทั้งปีเป็นเรื่องที่ดี แต่สำหรับมือใหม่ไม่ควรเร่งลงสนามติดกันจนเกินไป เพราะร่างกายต้องใช้เวลาปรับตัวและฟื้นฟู หากวางแผนทั้งการซ้อม การพักผ่อน และการเตรียมตัวอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บและทำให้สนุกกับการวิ่งได้มากขึ้น โดยมีหลักง่าย ๆ ที่ควรเตรียมก่อนลงสนาม ดังนี้
- วางแผนเลือกระยะวิ่งให้เหมาะกับตัวเอง: เริ่มต้นจากระยะที่ร่างกายรับไหว เช่น ฟันรันหรือมินิมาราธอน แล้วค่อยเพิ่มระยะเมื่อมีความพร้อม ไม่ควรเลือกระยะไกลเกินศักยภาพ เพราะอาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บหรือหมดแรงระหว่างการแข่งขันได้
- วางแผนฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง: ควรเริ่มซ้อมล่วงหน้าก่อนวันแข่งขันอย่างน้อย 6-12 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับระยะที่สมัคร โดยสลับทั้งการวิ่งช้า วิ่งเร็ว และการออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เช่น เวตเทรนนิง หรือบอดี้เวต เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและลดอาการบาดเจ็บจากการใช้งานซ้ำ
- เลือกรับประทานอาหารและดื่มน้ำให้เพียงพอ: ก่อนวิ่งประมาณ 2-3 ชั่วโมง ควรรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก และหลีกเลี่ยงอาหารไขมันหรือไฟเบอร์สูง ส่วนการดื่มน้ำควรทำอย่างสม่ำเสมอก่อน ระหว่าง และหลังวิ่ง เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะงานวิ่งที่จัดในช่วงอากาศร้อน
- เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนวันแข่ง: เลือกรองเท้าวิ่งที่เหมาะกับรูปเท้าและผ่านการใช้งานมาแล้ว ไม่ควรใส่รองเท้าคู่ใหม่ลงแข่งขันเป็นครั้งแรก รวมถึงเลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อช่วยให้วิ่งได้สบายตลอดการแข่งขัน
- พักผ่อนให้เพียงพอ: ก่อนวันแข่งขันประมาณ 1 วัน ควรลดการซ้อมหนักและนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง เพื่อให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวและร่างกายพร้อมสำหรับการวิ่งในวันจริง
- วอร์มอัปก่อนวิ่งและคูลดาวน์หลังวิ่ง: ก่อนออกตัวควรวอร์มอัปประมาณ 5-10 นาที ด้วยการเดินเร็วหรือยืดเหยียดแบบเคลื่อนไหว (Dynamic Stretching) และหลังเข้าเส้นชัยควรเดินช้า ๆ พร้อมยืดกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยลดอาการตึงและฟื้นฟูร่างกายได้เร็วขึ้น
เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนวันวิ่ง และปัจจัยที่มือใหม่มองข้าม
หลายคนให้ความสำคัญกับการซ้อมวิ่ง แต่กลับละเลยรายละเอียดเล็ก ๆ ก่อนวันแข่งขัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้วิ่งไม่จบตามเป้าหมาย หรือเกิดอาการบาดเจ็บ ดังนั้นก่อนถึงวันวิ่งจริง ลองเช็กความพร้อมตามรายการต่อไปนี้ เพื่อให้ลงสนามได้อย่างมั่นใจมากขึ้นครับ
- รองเท้าวิ่งที่ผ่านการใส่ซ้อมมาแล้ว: ไม่ควรใส่รองเท้าคู่ใหม่ลงสนามแข่งครั้งแรกโดยไม่เคยซ้อมมาก่อน เพราะเสี่ยงพองหรือบาดเจ็บ
- ไปถึงจุดสตาร์ทล่วงหน้า: งานวิ่งใหญ่ ๆ มีคนเยอะและใช้เวลาเดินจากจุดจอดรถถึงจุดสตาร์ทนานกว่าที่คิด
- เช็กสภาพอากาศและอุณหภูมิ: โดยเฉพาะงานที่จัดตอนกลางวันหรือพื้นที่ร้อน ควรเตรียมครีมกันแดดและหมวกให้พร้อม
- ไม่ทานอาหารหนักหรือรสจัดก่อนวันแข่ง: เพื่อป้องกันปัญหาระบบย่อยอาหารที่อาจกระทบฟอร์มการวิ่ง
- นอนหลับให้เพียงพอ 2-3 คืนก่อนแข่ง: ควรพักผ่อนอย่างน้อย 7–8 ชั่วโมง เพราะการพักผ่อนที่เพียงพอส่งผลต่อความสดชื่นและประสิทธิภาพในการวิ่งมากกว่าการซ้อมหนักในคืนสุดท้าย
จัดทริปวิ่งต่างจังหวัด เที่ยวไปวิ่งไปยังไงให้ฟินกว่าเดิม?
งานวิ่งหลายงานในปฏิทินงานวิ่ง 2569 จัดขึ้นในจังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม ทำให้สามารถวางแผนเป็นทริป "เที่ยวไป วิ่งไป" ได้ในครั้งเดียว และถ้าเพื่อน ๆ กำลังเลือกงานวิ่งในแต่ละจังหวัด แนะนำให้ศึกษาทั้งเส้นทาง จุดท่องเที่ยว และที่พักไปพร้อมกัน เพื่อให้ทริปคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น โดยน้อง "น่าอยู่" ก็ได้รวบรวมบทความแนะนำสถานที่วิ่งและงานวิ่งในหลายจังหวัดไว้แล้ว เช่น
- รวมงานวิ่งบุรีรัมย์ & มาราธอนบุรีรัมย์
- รวมพิกัด 7 ที่วิ่งขอนแก่นยอดนิยม
- 5 สถานที่วิ่งในตัวเมืองเชียงราย
บทส่งท้าย
ปฏิทินงานวิ่ง 2569 มีงานให้เลือกหลากหลายทั่วประเทศแทบทุกเดือน โดยเฉพาะช่วงกรกฎาคมไปจนถึงปลายปีที่งานวิ่งเยอะที่สุด ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กระดับท้องถิ่นหรืองานใหญ่ระดับประเทศ มือใหม่ที่อยากเริ่มต้นควรเลือกระยะให้เหมาะกับตัวเอง วางแผนซ้อมล่วงหน้า และเตรียมตัวให้พร้อมตามเช็กลิสต์ที่แนะนำครับ
ถ้าใครกำลังมองหาบ้านใกล้สวนสาธารณะหรือเส้นทางวิ่งดี ๆ เพื่อซ้อมวิ่งได้ทุกวันแบบไม่ต้องเดินทางไกล ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว คอนโดและทาวน์โฮม สามารถเข้ามาดูทำเลและโครงสร้างแบบบ้านที่ถูกใจได้ที่เว็บไซต์ “น่าอยู่” แหล่งรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์และไอเดียเกี่ยวกับบ้านไว้ให้อีกมากมาย
คำถามที่พบบ่อย
1. ปฏิทินงานวิ่ง 2569 เริ่มวางแผนล่วงหน้ากี่เดือนดี ?
สำหรับงานระยะฮาล์ฟมาราธอนขึ้นไป แนะนำให้วางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 เดือนก่อนวันแข่ง เพื่อให้มีเวลาซ้อมเพียงพอ ส่วนงานฟันรันหรือมินิมาราธอนใช้เวลาเตรียมตัวสั้นกว่าได้ ประมาณ 4-6 สัปดาห์ครับ
2. มือใหม่ควรเริ่มจากงานวิ่งระยะไหนก่อน ?
แนะนำให้เริ่มจากฟันรัน (2-5 กม.) หรือมินิมาราธอน (11 กม.) ก่อน เพื่อให้ร่างกายคุ้นเคยกับบรรยากาศงานวิ่งจริง
3. ช่วงไหนของปีมีงานวิ่งเยอะที่สุด ?
ช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคมและช่วงพฤศจิกายนถึงมกราคมเป็นช่วงที่มีงานวิ่งจัดมากที่สุด เพราะอากาศเริ่มเย็นสบายเหมาะกับการวิ่งระยะไกล