รัฐไฟเขียว ดันโครงการติดโซลาร์รูฟท็อป พร้อมสนับสนุน 50,000 บาท ต่อครัวเรือน

รัฐดันโครงการใหม่ติดโซลาร์รูฟท็อป สนับสนุน 50,000 บาท ต่อครัวเรือน

โครงการโซลาร์รูฟท็อป 50,000 บาท เป็นหนึ่งในแนวทางที่รัฐกำลังผลักดันเพื่อช่วยลดภาระค่าไฟและสนับสนุนให้ประชาชนหันมาติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปกันมากขึ้น ซึ่งโครงการนี้อยู่ระหว่างการรอประกาศอย่างเป็นทางการ

โดยโครงการนี้ได้มีรายละเอียดที่เป็นแผนช่วยคนที่ต้องการหันมาติดโซลาร์รูฟเบื้องต้น ทั้งงบประมาณ การสนับสนุน เงื่อนไขกลุ่มเป้าหมาย และสิทธิประโยชน์ บทความนี้เราได้สรุปประเด็นสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจครับ

โครงการโซลาร์รูฟท็อป คืออะไร รัฐผลักดันช่วยเหลือยังไงบ้าง?

โครงการโซลาร์รูฟท็อป 50,000 บาท รัฐช่วยอะไรบ้าง

สำหรับแนวทางโครงการใหม่ รัฐกำลังผลักดันการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในภาคครัวเรือน โดยมีแนวคิดใช้เงินจากแผนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเพื่อช่วยลดต้นทุนการติดตั้งและทำให้ประชาชนเข้าถึงระบบพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น

ซึ่งแนวทางดังกล่าวมีการร่วมมือกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รวมถึงธนาคารของรัฐ เพื่อวางระบบสนับสนุนทั้งด้านเงินอุดหนุน สินเชื่อ และการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป

รัฐบาลเตรียมสนับสนุนเงิน 50,000 บาทต่อครัวเรือน

โดยข้อมูลที่มีการเปิดเผยมา ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2569 หัวใจสำคัญของโครงการคือแนวคิดการให้ เงินสนับสนุนประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือน เพื่อช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป

แนวคิดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มีแนวทางการพิจารณาสินเชื่ออะไรบ้าง?

นอกจากเงินอุดหนุน โครงการยังมีแนวคิดให้ธนาคารของรัฐเข้ามาช่วยปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ ได้แก่

  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

โดยจุดที่น่าสนใจคือ การเอาประวัติการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อประเมินว่าการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป จะช่วยลดค่าไฟได้มากน้อยแค่ไหน และแต่ละบ้านมีศักยภาพในการผ่อนชำระค่างวดไหม

โครงการนี้ต่างจากมาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์ 200,000 บาทยังไง?

ก่อนตัดสินใจลงทะเบียนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ควรแยกให้ออก คือ เงินอุดหนุน 50,000 บาท กับ มาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อป สูงสุด 200,000 บาท ไม่ใช่มาตรการเดียวกัน

โดยมาตรการลดหย่อนภาษีเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับคนที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป โดยเอาค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งตามจริงมายื่นขอลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด 

สำหรับรายละเอียดมาตรการลดหย่อนภาษี สามารถอ่านเพิ่มเติมที่บทความ ติดโซล่าเซลล์ ลดภาษี ได้จริงไหม เลยครับ

โครงการโซลาร์รูฟท็อป 50,000 บาท มีเงื่อนไขการรับสิทธิ์ยังไงบ้าง?

เงื่อนไขการรับสิทธิโครงการโซลาร์รูฟท็อป 50,000 บาท

ถึงแม้จะมีข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดเงื่อนไขออกมาแล้ว แต่ก็ยังเป็นแนวทางเบื้องต้น ดังนี้

กลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นต้องมีค่าไฟเท่าไหร่?  

รัฐมุ่งสนับสนุนการติดโซลาร์รูฟท็อปโดยเน้นในกลุ่มครัวเรือนที่มีภาระค่าไฟเฉลี่ย 3,000-4,000 บาทต่อเดือน เพราะบ้านที่ค่าไฟระดับดังกล่าวถือว่ามีการใช้พลังงานค่อนข้างมาก จึงมีโอกาสได้รับสิทธิจากโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป

ต้องติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาดขั้นต่ำเท่าไหร่?

ข้อมูลเบื้องต้นของโครงการพูดถึงเงื่อนไขการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปขนาดขั้นต่ำ 5 กิโลวัตต์ (kW) และราคาตลาดประมาณ 100,000 บาทขึ้นไป ซึ่งถ้าเอาตัวเลขดังกล่าวมาประกอบกับเงินอุดหนุน 50,000 บาท ก็จะเห็นว่ารัฐช่วยลดต้นทุนไปครึ่งหนึ่งของการติดตั้ง

รัฐตั้งเป้าช่วยเหลือการติดตั้งกี่ครัวเรือน?

โครงการนี้มีการกำหนดแนวทางเป้าหมายช่วยเหลือประชาชน 50,000-1,000,000 ครัวเรือน ทั่วประเทศ ถ้าหากดำเนินการได้ตามเป้า จะช่วยให้ครัวเรือนจำนวนมากสามารถเข้าถึงระบบผลิตไฟฟ้าเอง และลดภาระค่าไฟในระยะยาว

เงินสนับสนุนโซลาร์รูฟท็อป 50,000 บาทเป็นเงินให้เปล่าหรือสินเชื่อ?

แนวทางที่รัฐเปิดเผยมา ระบุว่าเงินสนับสนุน 50,000 บาทเป็นเงินอุดหนุนจากภาครัฐหรือเงินให้เปล่า ไม่ใช่วงเงินกู้ ส่วนค่าใช้จ่ายที่เหลือมีแผนให้ประชาชนใช้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารของรัฐ

ยกตัวอย่างเช่น ระบบโซลาร์รูฟท็อปมีราคาติดตั้ง 100,000 บาท

  • เงินอุดหนุน 50,000 บาท
  • เท่ากับจะเหลือค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือประมาณ 50,000 บาท

โดยในส่วนที่เหลือจะใช้เป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อช่วยแบ่งชำระ โดยใช้เกณฑ์พิจารณาสินเชื่อรูปแบบใหม่ที่ประเมินจากพฤติกรรมการใช้ไฟของแต่ละบ้าน พร้อมกลไกการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น โดยการเอามูลค่าค่าไฟฟ้าที่ประหยัดไปได้มาผ่อนชำระค่างวด 

ติดโซลาร์รูฟท็อปแล้วลดค่าไฟ พร้อมคืนทุน 3-4 ปีจริงไหม?  

แผนการผลักดันโครงการ คือ เมื่อรัฐช่วยลดต้นทุนติดตั้งด้วยเงินอุดหนุน 50,000 บาท และมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเข้ามาช่วย ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นของเจ้าของบ้านจะลดลง ทำให้คาดว่าระยะเวลาคืนทุนสั้นลงมาอยู่ประมาณ 3-4 ปี ตัวอย่างเช่น 

ประหยัดค่าไฟ 2,000 บาท/เดือน 

  • แบ่ง 1,000 บาท ชำระสินเชื่อ 
  • อีก 1,000 บาทเป็นประโยชน์จากค่าไฟที่ลดลง

ติดโซลาร์รูฟท็อปแล้วขายไฟคืนการไฟฟ้าได้ไหม?

การขายไฟคืนหลังติดโซลาร์รูฟท็อป

ปัจจุบัน กกพ. เห็นชอบโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป สำหรับภาคประชาชนรอบใหม่ โดยกำหนดเป้าหมายรับซื้อรวมไม่เกิน 500 MW รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี และเสนอขายได้ไม่เกิน 5 kW ต่อมิเตอร์

ระบบ Net Billing คืออะไร?  

Net Billing คือสูตรการคำนวณมูลค่าของไฟฟ้าส่วนเกินที่ระบบโซลาร์รูฟท็อปผลิตได้ แล้วส่งกลับเข้าโครงข่ายไฟฟ้า โดยมีหลักการง่าย ๆ คือ 

  1. โซลาร์รูฟท็อปผลิตไฟ
  2. บ้านเอาไฟมาใช้เองก่อน 
  3. ถ้าผลิตเกิน 
  4. ส่งไฟส่วนเกินเข้าระบบ 
  5. การไฟฟ้าคำนวณมูลค่าตามอัตรารับซื้อ

ระบบ Net Billing ต่างจาก Net Metering ยังไง? 

ระบบ Net Metering และ Net Billing มีหลักการแตกต่างกัน ดังนี้ครับ

  • Net Metering: คือการเอาหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้และส่งเข้าสู่ระบบมาหักลบกับหน่วยไฟฟ้าที่ซื้อจากระบบ
  • Net Billing จะเอาไฟฟ้าส่วนเกินที่ส่งกลับเข้าสู่ระบบมาคำนวณเป็นมูลค่าตามอัตรารับซื้อที่กำหนด

รัฐเตรียมดูแลความปลอดภัยและมาตรฐานการติดตั้งยังไงบ้าง?  

การติดโซลาร์รูฟท็อปมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าภายในบ้าน มีการเชื่อมต่อกับโครงข่าย และความปลอดภัยของอุปกรณ์ด้วย รัฐจึงให้ความสำคัญกับการทำระบบ One Stop Service เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ตั้งแต่การให้ข้อมูลเรื่องความเหมาะสม ความคุ้มค่า ขั้นตอนการติดตั้ง ไปจนถึงเรื่องสินเชื่อและการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า

นอกจากนี้ กฟน. และ กฟภ. ยังมีบทบาทในการตรวจสอบมาตรฐานที่เกี่ยวข้องก่อนเลือกผู้ติดตั้ง เจ้าของบ้านจึงควรพิจารณาเรื่องต่อไปนี้

  • อุปกรณ์มีมาตรฐานและมีเอกสารรับรอง
  • ผู้ติดตั้งมีประสบการณ์และมีผลงานที่ตรวจสอบได้
  • มีการออกแบบระบบตามลักษณะหลังคาและการใช้ไฟจริง
  • มีระบบป้องกันไฟฟ้าและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยครบ
  • มีการรับประกันแผง อินเวอร์เตอร์ และงานติดตั้ง
  • สามารถดำเนินการด้านการเชื่อมต่อกับการไฟฟ้าได้
  • มีบริการตรวจสอบและบำรุงรักษาหลังติดตั้ง

ทำไมต้องเลือกบริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปจาก SCG Home

การติดโซลาร์รูฟท็อป SCG SOLAR Roof Solutions เป็นการลงทุนระยะยาว การเลือกผู้ให้บริการจึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาติดตั้งหรือจำนวนแผงแค่นั้น แต่ควรดูตั้งแต่การสำรวจหน้างาน การออกแบบระบบ ไปจนถึงการติดตั้งและดูแลหลังการขาย

บริการจาก SCG SOLAR Roof Solutions เป็นอีกตัวเลือกที่เจ้าของบ้านสามารถเอามาใช้เปรียบเทียบ พิจารณารายละเอียดของระบบ อุปกรณ์ การรับประกัน และบริการหลังการขายให้เหมาะกับบ้านของตัวเอง 

บทส่งท้าย

โครงการโซลาร์รูฟท็อป 50,000 บาท เป็นแนวทางที่รัฐบาลกำลังผลักดันเพื่อช่วยลดต้นทุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปและลดภาระค่าไฟของประชาชน โดยมีเงินอุดหนุนประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือน พร้อมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ และสนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว คอนโดและทาวน์โฮม ก็สามารถเข้ามาเลือกดูโครงการและทำเลที่น่าสนใจได้ที่เว็บไซต์ "น่าอยู่" ซึ่งรวมสาระน่ารู้เกี่ยวกับอสังหาฯ ไว้อีกมากมาย

คำถามที่พบบ่อย

1. เงิน 50,000 บาทเป็นเงินให้เปล่าหรือเงินกู้ ?

เงิน 50,000 บาทเป็น เงินอุดหนุนจากภาครัฐ เพื่อช่วยลดต้นทุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปไม่ใช่วงเงินกู้ 

2. ใครมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการโซลาร์รูฟท็อป 50,000 บาท ?

โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นครัวเรือนที่มีค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 3,000-4,000 บาทต่อเดือน 500,000-1,000,000 ครัวเรือน และมีความเหมาะสมในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขั้นต่ำ 5 kW 

3. ธนาคารไหนจะปล่อยสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อปบ้าง ?

รัฐประสานกับ ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อพิจารณาปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือจากเงินอุดหนุน