เจ้าของธุรกิจควรรู้ การซื้อบ้านในนามบริษัทมีขั้นตอน กฎหมาย และภาษีอย่างไร
สำหรับเจ้าของกิจการที่กำลังมองหาบ้าน อาคารพาณิชย์ หรืออสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเพื่อใช้เป็นสำนักงาน ที่พักของผู้บริหาร หรือรองรับการดำเนินธุรกิจ “การซื้อบ้านในนามบริษัท” เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะทำให้ทรัพย์สินดังกล่าวอยู่ภายใต้การถือครองของนิติบุคคลโดยตรง อย่างไรก็ตาม การซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้วยวิธีนี้มีรายละเอียดแตกต่างจากการซื้อในนามบุคคลธรรมดา ทั้งในด้านเอกสาร การขอสินเชื่อ การทำบัญชี ภาษี และขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านในนามบริษัท ผู้ประกอบการควรพิจารณาวัตถุประสงค์ของการซื้อให้ชัดเจน รวมถึงตรวจสอบข้อกำหนดของบริษัทและเงื่อนไขจากสถาบันการเงิน เพื่อให้การถือครองอสังหาริมทรัพย์เหมาะสมกับรูปแบบและแผนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
การซื้อบ้านในนามบริษัทสามารถทำได้ตามกฎหมายหรือไม่

โดยหลักแล้ว นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายสามารถมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ได้ ดังนั้น การซื้อบ้านในนามบริษัทจึงสามารถทำได้ แต่ควรพิจารณาวัตถุประสงค์ของบริษัท อำนาจของกรรมการหรือผู้มีอำนาจลงนาม และข้อกำหนดภายในของนิติบุคคลประกอบกัน โดยเฉพาะกรณีที่อสังหาริมทรัพย์มีมูลค่าสูงหรือเป็นธุรกรรมสำคัญของบริษัท ก่อนดำเนินการ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบหนังสือรับรองนิติบุคคล วัตถุประสงค์ของบริษัท และเงื่อนไขการลงนามให้เรียบร้อย เพื่อให้ขั้นตอนการทำสัญญาและโอนบ้านในนามบริษัทสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ หากซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ประกอบกิจการ เช่น ใช้เป็นสำนักงาน สถานที่ดำเนินธุรกิจ หรือทรัพย์สินเพื่อสร้างรายได้ บริษัทควรบันทึกทรัพย์สินและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามหลักบัญชีและกฎหมายภาษี โดยค่าใช้จ่ายบางประเภทอาจมีหลักเกณฑ์ในการนำมาคำนวณทางภาษีแตกต่างจากการซื้อบ้านในนามบุคคลธรรมดา จึงควรให้ผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาด้านภาษีตรวจสอบตามลักษณะการใช้งานจริงของบริษัท
ทางเลือกอื่นในการถือครองอสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้ประกอบการมีอะไรบ้าง

แม้การซื้อบ้านในนามบริษัท จะช่วยแยกทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจออกจากทรัพย์สินส่วนตัวได้ชัดเจน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะกับผู้ประกอบการทุกคน การเลือกผู้ถือกรรมสิทธิ์ควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์ในการใช้งาน แผนธุรกิจ แหล่งเงินทุน และภาระภาษีในอนาคต โดยผู้ประกอบการสามารถพิจารณาแนวทางหลักได้ 3 รูปแบบ ได้แก่
- ซื้อในนามบริษัท ซึ่งเหมาะกับอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับกิจการและต้องการให้เป็นทรัพย์สินของนิติบุคคลโดยตรง
- ซื้อในนามบุคคลธรรมดา ซึ่งเหมาะกับทรัพย์สินที่ต้องการถือครองเป็นการส่วนตัว และ
- เช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบธุรกิจ ซึ่งช่วยลดเงินลงทุนก้อนแรกและเพิ่มความยืดหยุ่นในการย้ายหรือขยายกิจการ
ก่อนเลือกซื้อบ้านในนามบริษัท จึงควรเปรียบเทียบต้นทุนของแต่ละแนวทาง ไม่ว่าจะเป็นเงินลงทุนเริ่มต้น ดอกเบี้ยสินเชื่อ ค่าใช้จ่ายในการถือครอง ภาษี ตลอดจนผลที่อาจเกิดขึ้นเมื่อต้องการขายหรือโอนอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต
ขั้นตอนการเตรียมเอกสารและยื่นขอสินเชื่อบ้านในนามนิติบุคคลทำอย่างไร

การยื่นขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านในนามบริษัท มีรายละเอียดแตกต่างจากสินเชื่อบ้านสำหรับบุคคลทั่วไป เนื่องจากสถาบันการเงินจะพิจารณาทั้งสถานะของนิติบุคคล ผลประกอบการ กระแสเงินสด ความสามารถในการชำระหนี้ และหลักประกัน โดยเงื่อนไขของแต่ละธนาคารอาจแตกต่างกัน ผู้ประกอบการจึงควรสอบถามรายละเอียดกับสถาบันการเงินที่ต้องการยื่นกู้โดยตรง
ขั้นตอนเบื้องต้นสามารถแบ่งได้ดังนี้
- กำหนดวัตถุประสงค์ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ว่าจะใช้เป็นสำนักงาน สถานที่ประกอบกิจการ ที่พัก หรือใช้เพื่อสร้างรายได้ เพื่อให้สามารถวางโครงสร้างการถือครองและการขอสินเชื่อได้เหมาะสม
- ตรวจสอบข้อมูลและอำนาจของบริษัท เช่น หนังสือรับรองบริษัท รายชื่อกรรมการ วัตถุประสงค์ของนิติบุคคล และเงื่อนไขผู้มีอำนาจลงนาม
- จัดเตรียมเอกสารทางการเงิน โดยสถาบันการเงินอาจขอข้อมูล เช่น งบการเงิน รายการเดินบัญชี หลักฐานรายได้หรือกระแสเงินสด และเอกสารด้านภาษีของบริษัท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละแห่ง
- เตรียมเอกสารเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น รายละเอียดโครงการ สัญญาจะซื้อจะขาย หรือเอกสารสิทธิของทรัพย์ โดยเอกสารซื้อบ้าน ที่ต้องใช้จริงอาจแตกต่างกันตามประเภทอสังหาริมทรัพย์และเงื่อนไขของผู้ขายหรือสถาบันการเงิน
- ยื่นขอสินเชื่อและประเมินหลักประกัน หลังได้รับเอกสารครบถ้วน สถาบันการเงินจะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้และประเมินมูลค่าทรัพย์ก่อนกำหนดวงเงินและเงื่อนไขสินเชื่อ
- ตรวจสอบสัญญาและดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ เมื่อสินเชื่อได้รับอนุมัติ บริษัทควรตรวจสอบรายละเอียดสัญญา ค่าใช้จ่าย ภาษี และผู้มีอำนาจลงนามให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
เนื่องจากสินเชื่อสำหรับนิติบุคคลไม่ได้ใช้เงื่อนไขเดียวกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบุคคลธรรมดา การ ซื้อบ้านในนามบริษัทโดยใช้เงินกู้จึงควรวางแผนล่วงหน้า โดยเฉพาะธุรกิจที่เพิ่งเปิดดำเนินการหรือมีรายได้ผันผวน เพราะอาจส่งผลต่อการพิจารณาวงเงินและเงื่อนไขสินเชื่อ
ค้นหาโครงการบ้านเดี่ยวและอาคารพาณิชย์ทำเลศักยภาพผ่าน NaYoo

หลังจากวางแผนด้านกฎหมาย การเงิน และรูปแบบการถือครองแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการเลือกอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ผู้ประกอบการที่วางแผน ซื้อบ้านในนามบริษัทควรพิจารณามากกว่าราคาขาย โดยดูทั้งทำเล การเดินทาง พื้นที่ใช้สอย สภาพแวดล้อม และศักยภาพของพื้นที่ในระยะยาว
ผู้ประกอบการสามารถค้นหาบ้าน โครงการที่อยู่อาศัย และอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ต่าง ๆ ผ่าน NaYoo เพื่อเปรียบเทียบทำเล ราคา รูปแบบโครงการ และรายละเอียดของทรัพย์ก่อนตัดสินใจเลือกอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะกับแผนธุรกิจและงบประมาณ
ส่งท้ายบทความ
การซื้อบ้านในนามบริษัท สามารถเป็นทางเลือกสำหรับเจ้าของกิจการที่ต้องการให้อสังหาริมทรัพย์อยู่ภายใต้การถือครองของนิติบุคคล โดยเฉพาะทรัพย์สินที่นำมาใช้เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ แต่ก่อนตัดสินใจควรพิจารณาทั้งวัตถุประสงค์ของบริษัท อำนาจของผู้ลงนาม แหล่งเงินทุน เงื่อนไขสินเชื่อ การบันทึกบัญชี ภาษี และค่าใช้จ่ายในการถือครองอย่างรอบด้าน
และหากผู้ประกอบการหรือใครกำลังมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว คอนโด หรือทาวน์โฮม ก็สามารถเข้ามาค้นหาโครงการและเปรียบเทียบทำเลที่เหมาะกับการอยู่อาศัยหรือการดำเนินธุรกิจได้ที่เว็บไซต์ “น่าอยู่” แพลตฟอร์มที่รวบรวมอสังหาริมทรัพย์ และที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้านใหม่ บ้านมือสอง เช่า รับสร้างบ้าน ครบวงจร
คำถามที่พบบ่อย
1. บริษัทเปิดใหม่ที่ยังไม่มีงบการเงินสามารถยื่นซื้อบ้านในนามบริษัทได้หรือไม่
ซื้อได้ แต่การขอสินเชื่ออาจยากขึ้น เพราะธนาคารยังไม่มีงบการเงินสำหรับประเมินความสามารถในการชำระหนี้
2. หากบริษัทมีผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ 49% สามารถโอนกรรมสิทธิ์บ้านได้ปกติไหม
สามารถทำได้ในบางกรณี แต่ต้องตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งเงินทุน และเงื่อนไขตามกฎหมายที่ดินก่อนโอนกรรมสิทธิ์
3. การซื้อบ้านในนามบริษัทสามารถขอยื่นกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารได้ไหม
บริษัทสามารถยื่นกู้ได้ แต่โดยทั่วไปจะเป็นสินเชื่อสำหรับธุรกิจหรือนิติบุคคล ไม่ใช่สินเชื่อบ้านสำหรับบุคคลธรรมดา