การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะบ้านมือหนึ่ง หรือคอนโด ถือเป็นเป้าหมายครั้งใหญ่ในชีวิต แต่สิ่งที่ตามมาคือภาระหนี้ระยะยาวที่อาจใช้เวลานานกว่าจะชำระหมด หลายคนเลยเริ่มศึกษาวิธีการ “โปะบ้าน” ที่จะปลดหนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อลดภาระดอกเบี้ยที่อาจสูงพอ ๆ กับราคาบ้านที่เราซื้อมาเลย

ดังนั้น วันนี้น้อง “น่าอยู่” จะพาทุกคนไปดูเทคนิคการทำงานของดอกเบี้ยบ้าน และวิธีการโปะบ้านให้เงินต้นลดเร็วที่สุด ซึ่งช่วยให้ประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะมาก

การโปะบ้านคืออะไร?

การโปะบ้าน คือวิธีการชำระค่างวดสินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้นมาจากที่ต้องจ่าย โดยเงินส่วนที่จ่ายเพิ่มจะเอาไปหัก “เงินต้น” โดยตรง ไม่ได้ไปคำนวณเป็นดอกเบี้ยเหมือนการผ่อนปกติ ซึ่งทำให้ยอดหนี้ลดลงเร็วขึ้น ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาลดลง และลดระยะเวลาผ่อนให้หมดเร็วขึ้น

การโปะบ้านคืออะไร ?

โปะบ้านดีกว่าจ่ายค่างวดปกติอย่างไร?

การจ่ายค่างวดตามขั้นต่ำที่ธนาคารกำหนดในแต่ละเดือน ถึงแม้จะช่วยให้เรามีบ้านอยู่ได้ตามปกติ แต่ในระยะยาวอาจต้องเสียดอกเบี้ยรวมเกือบ 2 เท่าของราคาบ้าน การเลือก โปะบ้าน เพิ่มเติมจากยอดปกติจึงมีความคุ้มค่ามากกว่าด้วยเหตุผลหลัก ๆ ดังนี้

  • ลดต้นลดดอก: จุดเด่นของสินเชื่อบ้านคือการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ซึ่งหมายความว่าดอกเบี้ยในเดือนถัดไปจะถูกคำนวณจาก “เงินต้นที่เหลืออยู่จริง” ดังนั้นถ้าเราโปะเงินเพิ่มเข้าไปลดเงินต้นให้น้อยลงเท่าไหร่ ยอดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายงวดต่อไปจะลดลงตามไปด้วย
  • ประหยัดเวลาและดอกเบี้ย: เมื่อเงินต้นที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ระยะเวลาในการผ่อนบ้านก็สั้นลงตามไปด้วย จากเดิมที่ต้องผ่อนนาน 30 ปี อาจจะเหลือแค่ 15-20 ปี ช่วยให้ประหยัดเงินค่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้ธนาคารไปได้หลักแสนจนถึงหลักล้านเลย

โปะบ้านทุกเดือน vs. โปะบ้านเงินก้อน

คำถามที่พบบ่อยสำหรับคนอยากปลดหนี้คือควรทยอย โปะบ้าน เพิ่มเข้าไปทุก ๆ เดือน หรือจะรอเงินก้อนใหญ่ เช่น โบนัสประจำปี หรือเงินคืนภาษีมาจ่ายทีเดียวดี? การเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพทางการเงินของตัวเองจะช่วยให้ไม่รู้สึกกดดันจนเกินไป ซึ่งเป้าหมายของทั้งสองวิธีนี้คือการลดเงินต้นให้ได้เยอะที่สุดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเรามาลองเปรียบเทียบทั้งสองรูปแบบเพื่อให้เห็นภาพความต่างกันชัด ๆ เลยครับ

โปะบ้านแบบไหนดี

โปะบ้านทุกเดือน

การโปะบ้านเพิ่มเป็นประจำทุกเดือนเหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้คงที่และมีวินัยทางการเงินสูง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดเงินต้นสะสมได้ทุกเดือน ทำให้ดอกเบี้ยในเดือนต่อไปลดลงทันทีโดยไม่ต้องรอ โดยข้อดีของการโปะบ้านประจำทุกเดือนคือช่วยให้ลดดอกเบี้ยโดยรวมและปิดหนี้ได้เร็ว เพราะทยอยลดเงินต้นทุกเดือน

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน ลองมาดูตัวอย่างการคำนวณดังนี้ครับ

ยกตัวอย่าง วงเงินกู้บ้าน 4,000,000 บาทดอกเบี้ย 4.5% ต่อปี ค่างวดปกติ 25,000 บาท โปะเพิ่มเดือนละ 4,000 บาท (รวมจ่าย 29,000 บาท/เดือน)

จ่ายโปะบ้านทุกเดือน
  • เดือนแรก: ปกติจะตัดเงินต้นได้ประมาณ 9,712 บาท แต่เมื่อโปะเพิ่ม 4,000 บาท จะตัดเงินต้นได้รวม 13,712 บาท
  • เดือนสอง: ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณจากเงินต้นที่ลดลง ทำให้เงินต้นถูกหักออกไปได้มากขึ้นอีกในงวดถัด ๆ ไปถ้าเรามีค่าโปะบ้านทุกเดือน
  • ผลลัพธ์: การกระจายตัวของเงินโปะในทุกเดือนจะทำให้ “ดอกเบี้ยรายวัน” เหมือนถูกกั้นตลอดเวลา ส่งผลให้เงินต้นลดลงอย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพในการลดดอกเบี้ยรวม

โปะบ้านด้วยเงินก้อน

การโปะบ้านแบบปีละครั้งด้วยเงินก้อนใหญ่ เช่น เงินโบนัสหรือกำไรจากการลงทุน เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากมีภาระต่อเดือนเพิ่มขึ้น แต่รอเอาเงินก้อนที่เหลือใช้มาลดหนี้เพื่อความสบายใจ ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นทางการเงินมากกว่า เพราะสามารถผ่อนบ้านได้ตามปกติโดยไม่ต้องโปะเพิ่มทุกเดือน

การโปะบ้านด้วยเงินก้อนใหญ่ แม้จะดูว่ามียอดเงินต้นหายไปเยอะในครั้งเดียว แต่ในเชิงของเวลา เงินก้อนจะเริ่มทำหน้าที่ลดดอกเบี้ยบ้านก็ต่อเมื่อเงินถูกนำเข้าระบบไปแล้วเท่านั้น

ตัวอย่าง เช่น วงเงินกู้บ้าน 4,000,000 บาท ดอกเบี้ย 4.5% ต่อปี ค่างวดปกติเดือนละ 25,000 บาท แต่เก็บเงินไว้โปะทีเดียวปลายปี 48,000 บาท

โปะบ้านแบบเงินก้อน
  • ระหว่างปี: ยังคงเสียดอกเบี้ยจากเงินต้น 4 ล้านบาท (ที่ทยอยลดช้า ๆ ตามงวดปกติ) ไปตลอดทั้ง 11 เดือน
  • เดือนที่ 12: เมื่อเอาเงิน 48,000 บาท มาโปะ ยอดหนี้จะลดวูบลงทันที แต่ดอกเบี้ยที่สะสมมาตลอดทั้งปีจะสูงกว่ากรณีการโปะบ้านโดยทยอยลดเงินต้นไปทุก ๆ เดือน

เคล็ดลับผ่อนบ้านอย่างไรให้หนี้หมดไว

นอกจากเรื่องการโปะบ้านแล้ว ยังมีเทคนิคทางการเงินอื่น ๆ ที่สามารถทำควบคู่กันไปเพื่อให้บ้านเป็นของเราเร็วขึ้น ซึ่งถ้าเอาวิธีเหล่านี้มาผสมกัน จะช่วยลดระยะเวลาการผ่อนลงได้เกินครึ่งเลยครับ

  1. ทำ Refinance หรือ Retention ทุก 3 ปี: พอเราผ่อนบ้านครบ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยมักจะลอยตัวสูงขึ้น การขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม (Retention) หรือย้ายไปธนาคารใหม่ (Refinance) เพื่อรับดอกเบี้ยโปรโมชั่น ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยบ้านลงได้เยอะ
  2. เพิ่มยอดผ่อนต่อเดือนอีก: ถ้าค่างวดรวมค่าโปะบ้านปกติคือ 10,000 บาท ลองขยับเพิ่มอีกเป็น 12,000 หรือ 15,000 บาท เงินที่เกินมาบางส่วนจะไปหักเงินต้นทั้งหมด ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการเก็บไว้โปะทีเดียวในอนาคต
  3. เลือกวันโปะบ้านให้ถูกจังหวะ: สำหรับคนที่โปะแยกจากการหักบัญชีอัตโนมัติ ควรโปะในวันเดียวกับที่ธนาคารตัดค่างวดปกติ เพื่อให้เงินส่วนนั้นไปหักเงินต้นเต็ม ๆ โดยไม่แบ่งไปเป็นดอกเบี้ยรายวันก่อน
  4. บริหารเงินโบนัสและรายได้พิเศษ: แบ่งสัดส่วนรายได้พิเศษ หรือเงินโบนัส 50% มาเพื่อการโปะบ้าน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้หนี้ลดเร็วโดยที่ไม่กระทบสภาพการเงินมากเกินไป
  5. วางแผนออมเงินสำรองฉุกเฉิน: ก่อนจะเอาเงินทั้งหมดไปโปะบ้าน ควรเก็บเงินสำรองฉุกเฉินไว้อย่างน้อย 6-12 เดือนของค่าใช้จ่ายกรณีเผื่อเกิดเหตุการขาดรายได้ เพราะเงินที่ใช้โปะบ้านไปแล้วจะถอนออกมาใช้ยามคับขันไม่ได้

สรุป โปะบ้านอย่างไรให้เงินต้นลดเร็ว

การทำให้หนี้บ้านหมดไวไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเรารู้วิธีการที่ถูกต้อง หัวใจสำคัญที่สุดคือการใช้ประโยชน์จากระบบดอกเบี้ยลดต้นลดดอกให้ได้มากที่สุดผ่านการ โปะบ้าน อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเลือกวิธีโปะเพิ่มรายเดือน หรือรอจ่ายด้วยเงินก้อน ทุกยอดเงินที่จ่ายเพิ่มเข้าไปยิ่งทำให้เราผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

หลังจากที่รู้หลักการโปะบ้านทั้งสองแบบกันไปแล้ว หลายคนอาจยังสงสัยหรืออยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับการโปะบ้านเพิ่มเติม และเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพการบริหารจัดการหนี้บ้านได้ชัดเจนขึ้น เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยพร้อมคำแนะนำมาไว้ให้ดังนี้ครับ

1. โปะบ้านวันไหนดีสุด?

Answer: วันที่ดีที่สุดคือ “วันเดียวกับที่ธนาคารตัดยอดค่างวดปกติ” ครับ เพราะธนาคารจะคำนวณดอกเบี้ยรายวันพร้อมกับค่างวดปกติแล้ว ทำให้เงินที่โปะเข้าไปหัก “เงินต้น” แบบ 100% เต็ม ๆ โดยที่ไม่มีดอกเบี้ยค้างเหลือมาดึงเงินส่วนนี้ไป

2. โปะสินเชื่อบ้านอย่างไรให้ลดแต่เงินต้น?

Answer: วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือการเช็กช่องทางการชำระเงินของธนาคารที่ใช้ หรือใช้ฟีเจอร์ “ชำระเพิ่มเติม” ใน Mobile Banking ซึ่งจะระบุชัดเจนว่าเป็นการตัดเงินต้น

3. โปะบ้านยังไงให้หมดไว?

Answer: เน้นจ่ายเกินค่างวด 10-20% ทุกเดือน โปะเงินก้อนในวันตัดรอบบัญชี พร้อมการรีไฟแนนซ์และรีเทนชั่นบ้าน แต่ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาตามสถานภาพทางการเงินของแต่ละคนครับ

บทส่งท้าย

การวางแผนทางการเงินเพื่อจัดการหนี้บ้านเป็นสิ่งสำคัญพอ ๆ กับการเลือกทำเลบ้านที่ดี เพราะมันส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ซึ่งการตัดสินใจเลือกเทคนิคที่เหมาะสมทั้งวิธีการโปะบ้านแบบทุกเดือนหรือโปะเป็นเงินก้อนใหญ่ทีเดียว ขึ้นอยู่กับรูปแบบชีวิต การเงิน และเป้าหมายในอนาคตของแต่ละบุคคล

สำหรับใครที่กำลังวางแผนซื้อบ้าน เพื่อเริ่มต้นผ่อนบ้านอย่างมีระบบ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, คอนโดและทาวน์โฮม ก็สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ “น่าอยู่” ที่ตอบโจทย์งบประมาณและแผนการเงินของตัวเอง พร้อมข้อมูลโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีให้อีกมากมาย