การเปลี่ยนลุคห้องใหม่ด้วยการตกแต่งผนังเป็นวิธีที่ช่วยเปลี่ยนมูดแอนด์โทนให้เหมือนได้ห้องใหม่ แต่หลายคนอาจจะลังเลระหว่างการทาสีเรียบ ๆ กับการเลือกลวดลายที่ชอบมาติดผนัง ก่อนที่เพื่อน ๆ จะตัดสินใจต่อเติมหรือรีโนเวท

วันนี้น้อง “น่าอยู่” ขอพาไปเจาะลึกเรื่องติดวอลเปเปอร์ ข้อเสียที่ช่างไม่ได้บอก พร้อมเปรียบเทียบประเภทเนื้อวอลเปเปอร์ก่อนติด เทคนิคเลือกวอลเปเปอร์ให้เหมาะกับสไตล์ห้อง เพื่อให้ได้ผนังห้องที่ถูกใจและใช้งานได้นานที่สุดครับ

เช็กก่อน ติดวอลเปเปอร์ ข้อเสีย และปัญหากวนใจที่คนรักบ้านต้องเตรียมรับมือ

ข้อเสียของการติดวอลเปเปอร์

ถึงแม้ว่าการติดวอลเปเปอร์จะเปลี่ยนบรรยากาศให้ห้องดูหรู สวยงามได้ในทันที แต่ในความเป็นจริงติดวอลเปเปอร์ ข้อเสียที่เห็นได้บ่อยไม่ว่าจะในบ้าน ในคอนโด ก็มีข้อจำกัดและปัญหาจุกจิกที่อาจตามมาในระยะยาว ถ้าเราไม่เตรียมตัวรับมือให้ดี

อายุการใช้งานวอลเปเปอร์ที่จำกัด

ถ้าเทียบกับการทาสีบ้านเกรดดี ๆ ที่อยู่ได้นานกว่า 10 ปี ติดวอลเปเปอร์ ข้อเสียหลักคืออายุการใช้งาน โดยเฉลี่ยวัสดุประเภทกระดาษของวอลเปเปอร์บาง ๆ จะมีอายุแค่ 3-5 ปี ในขณะที่แบบไวนิลอาจอยู่ได้ถึง 7-10 ปี ถ้ารักษาดี ๆ แต่สุดท้ายสีก็จะเริ่มซีดจางหรือขอบเริ่มลอกออกตามกาลเวลาและการเสื่อมสภาพของกาวครับ

ปัญหาวอลเปเปอร์ชื้นแล้วขึ้นรา

สภาพอากาศบ้านเราเป็นแบบร้อนชื้นสูง ติดวอลเปเปอร์ ข้อเสียที่น่ากังวลสุดคือถ้าผนังมีความชื้นสะสม วัสดุวอลเปเปอร์จะเก็บความชื้นไว้ใต้ผิวจนเกิดเชื้อราดำลามอยู่ข้างใน ซึ่งนอกจากจะเสียความสวยงามแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพทางเดินหายใจของคนในบ้านด้วย

ปัญหาการซ่อมแซมเฉพาะจุด

ถ้าผนังทาสีมีรอยถลอก เราสามารถใช้สีเบอร์เดิมแต้มซ่อมได้ทันที แต่สำหรับการซ่อมวอลเปเปอร์เฉพาะจุดนั้นยุ่งยากมากครับ เพราะวอลเปเปอร์แต่ละล็อตสีอาจไม่เท่ากัน หรือถ้าลายเดิมหาซื้ออีกไม่ได้แล้ว อาจจะต้องลอกเปลี่ยนใหม่ทั้งผนังเพื่อให้งานออกมาเนียนสวย

ค่าใช้จ่ายแฝงในการเตรียมพื้นผิวและรื้อถอน

ติดวอลเปเปอร์ ราคาที่เห็นจะยังไม่รวมค่ารื้อถอนวอลเปเปอร์เดิม หรือค่าทำความสะอาดคราบกาวติดวอลเปเปอร์ที่ฝังแน่น ละถ้าผนังเดิมมีผิวขรุขระต้องเสียค่าฉาบเรียบเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้วอลเปเปอร์ที่ติดใหม่ดูเป็นคลื่นหรือเป็นรอย

4 เทคนิคเลือกวอลเปเปอร์ยังไงให้คุ้ม ?

เลือกวอลเปเปอร์แบบไหนดี

เมื่อเห็นถึงเรื่องติดวอลเปเปอร์ ข้อเสียกันไปแล้ว แต่ใจยังรักในลวดลาย น้องน่าอยู่มี 4 เทคนิคที่จะช่วยให้การ ติดวอลเปเปอร์ ของเพื่อนๆ คุ้มค่าและสวยคงทนมากยิ่งขึ้น

1. เลือกประเภทวอลเปเปอร์ให้เหมาะกับสไตล์ห้อง

การเลือกประเภทวอลเปเปอร์ให้เหมาะกับผนังห้อง และสภาพแวดล้อมถือเป็นด่านแรกที่สำคัญ ควรเลือกเนื้อวอลเปเปอร์ที่เข้ากับสไตล์ห้อง เช่น

  • วอลเปเปอร์ไวนิล: โดดเด่นเรื่องความแข็งแรง ทนต่อแรงขีดข่วนถูกใจทาสแมวแน่นอน แถมผิวหน้ายังกันน้ำ ทำให้ถูเช็ดล้างได้ง่าย เหมาะมากกับพื้นที่ที่ใช้งานบ่อย เช่น ห้องรับแขก โถงทางเดิน หรือห้องครัวครับ
  • วอลเปเปอร์กระดาษ: เน้นความเป็นธรรมชาติและมีสีสัน ลวดลายที่ละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ แต่ต้องแลกมากับเนื้อวอลเปเปอร์ที่บาง ฉีกขาดง่าย และไม่ทนความชื้น เหมาะกับห้องนอนหรือห้องที่อากาศถ่ายเทดี
  • วอลเปเปอร์แบบโฟม: จุดเด่นคือความหนา และลวดลายปูนปั้นที่ดูมีมิติสมจริง นอกจากความสวยแล้ว วอลเปเปอร์เนื้อโฟมยังช่วยซับเสียงและปิดรอยร้าว หรือรอยผิวที่ไม่เรียบบนผนัง เหมาะกับคนที่อยากปกปิดตำหนิของผนังห้อง
  • วอลเปเปอร์ผ้า: วอลเปเปอร์ผ้าจะช่วยยกระดับความพรีเมียมด้วยสัมผัสที่หรูหราจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าไหมหรือผ้าป่าน ในลุคที่ดูอบอุ่นและมีระดับกว่าแบบอื่น แต่ต้องดูแลเป็นพิเศษเพราะสะสมฝุ่นได้ง่าย ควรใช้ในห้องรับรองหรือห้องที่เน้นดีไซน์เฉพาะจุด

2. เลือกวัสดุป้องกันความชื้นและทำความสะอาดง่าย

อากาศบ้านเราค่อนข้างร้อนชื้น หลายคนที่ติดวอลเปเปอร์ ข้อเสียที่จะเจอคือเรื่องบวมพองหรือเกิดเชื้อราได้ง่าย แนะนำให้หาวัสดุที่มีคุณสมบัติเคลือบผิว เพื่อให้วอลเปเปอร์สามารถใช้ผ้าชุบน้ำทำความสะอาดคราบฝุ่นและคราบสกปรกได้เลย และที่สำคัญที่สุดคือควรเลือกวอลเปเปอร์ที่ระบุว่ามีสารยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา เพื่อป้องกันวอลเปเปอร์ ข้อเสียเรื่องกลิ่นอับและสุขภาพในอนาคตครับ

3. เลือกกาวติดวอลเปเปอร์ และช่างมืออาชีพ

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้วอลเปเปอร์ของเราติดทนนาน ไม่ได้อยู่ที่ตัวแผ่นที่เราเลือกแค่อย่างเดียว แต่อยู่ที่กาวติดวอลเปเปอร์ด้วย ควรเลือกกาวเกรดคุณภาพที่จะช่วยปิดจุดบอดเรื่อง ติดวอลเปเปอร์ ข้อเสียที่ขอบจะลอกหรือรอยต่อไม่เนียน และไม่ทำลายพื้นผิวของผนังห้อง กรณีจะรื้อวอลเปเปอร์ออก ควบคู่ไปกับการจ้างช่างที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ช่างเก็บรอยต่อ

4. เลือกลายและตำแหน่งการติดให้ดูแพง

อีกเทคนิคที่จะทำให้การติดวอลเปเปอร์ ราคาที่จ่ายไปดูคุ้มค่า และดูแพงขึ้น คือการเลือกติดเฉพาะผนังที่เป็นจุดดึงดูดสายตา เช่น ผนังหลังหัวเตียงหรือหลังโซฟา การเลือกติดแค่บางจุดนอกจากจะช่วยคุมงบประมาณได้ดีแล้ว ยังช่วยให้ห้องดูมีมิติ ไม่ลายตา และช่วยให้เราดูแลรักษาจุดที่เสี่ยงต่อความชื้นได้ง่ายขึ้นด้วยครับ

คำนวณขนาดวอลเปเปอร์ยังไงให้พอดีกับห้อง

สูตรคำนวณวอลเปเปอร์ให้พอดีห้อง

การติดวอลเปเปอร์ มีข้อดีที่สามารถเลือกลายและรูปแบบได้หลากหลาย แถมติดด้วยตัวเองได้ไม่ยาก ใช้เวลาไม่นาน แต่ก็ต้องคำนวณพื้นที่ที่เราจะติดให้รอบคอบ ซึ่งโดยปกติวอลเปเปอร์ 1 ม้วน (ขนาดมาตรฐาน 0.53 × 10 เมตร) จะติดผนังได้ประมาณ 5.5 ตารางเมตร แนะนำให้คำนวณด้วย

  • (วัดความกว้าง × วัดความสูง × จำนวนด้านของผนัง) ÷ 5.5 ตร.ม.

ตัวอย่างเช่น มีขนาด ห้องกว้าง 4 เมตร สูง 3 เมตร (หน่วยเป็นเมตร)

  • (4 × 3 × 4 ) ÷ 5.5 ตร.ม. = 8.73

ดังนั้นต้องซื้อวอลเปเปอร์ 9 ม้วน สำหรับติดผนังห้องดังกล่าวครับ

ข้อควรระวังระหว่างวอลเปเปอร์ราคาถูก vs ราคาแพง

วอลเปเปอร์ราคาถูกผลิตจากกระดาษบาง ๆ หรือใช้สีหมึกพิมพ์ที่ซีดจางได้ง่าย และอาจจะทิ้งสารเคมีตกค้างที่มีกลิ่นฉุนได้ ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพในภายหลัง ในขณะที่วอลเปเปอร์เกรดพรีเมียมจะมีความหนา มีพื้นผิวที่ชัดเจน สีทนทาน และปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย การลงทุนกับวอลเปเปอร์ที่มีวัสดุเกรดคุณภาพจะช่วยลดปัญหาจากการ ติดวอลเปเปอร์ ข้อเสียที่ต้องมาตามแก้ทีหลังได้ดีกว่าครับ

บทส่งท้าย

การเลือกแต่งผนังด้วยการติดวอลเปเปอร์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกประเภทของแผ่นวอลเปเปอร์ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผนังที่มีสีสันสวยงาม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และดูแลรักษาง่าย และการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพจะช่วยยืดอายุการใช้งานของวอลเปเปอร์ไปอีกนานครับ

และสำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, คอนโดและทาวน์โฮม ที่มีพื้นที่และทำเลดี ๆ พร้อมตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและการตกแต่ง สามารถเข้ามาเลือกชมโครงการที่คุ้มค่าได้ที่เว็บไซต์ “น่าอยู่” แหล่งรวมข้อมูลอสังหาฯ และไอเดียการตกแต่งบ้านอีกเพียบ

คำถามที่พบบ่อย

1. ติดวอลเปเปอร์ ราคาแพงกว่าทาสีจริงไหม ?

โดยส่วนใหญ่จะแพงกว่าครับ เพราะติดวอลเปเปอร์ ราคาเฉลี่ยรวมส่วนอื่น ๆ ทั้งค่าวัสดุต่อตารางเมตรที่สูงกว่า รวมถึงค่าใช้จ่ายแฝงที่สูงกว่าทาสีภายในแบบทั่วไป

2. วอลเปเปอร์แบบลอกออกได้ ดียังไง ?

เหมาะสำหรับการติดวอลเปเปอร์ คอนโด หรือที่พักชั่วคราวครับ เพราะติดตั้งเองได้ง่ายและราคาไม่แรงมาก แต่อาจจะไม่ทนทานเท่าแบบทากาว และถ้ากาวไม่ดีอาจดึงสีผนังหลุดออกมาตอนลอกด้วยครับ

3. ติดวอลเปเปอร์ในห้องน้ำได้ไหม ?

ไม่แนะนำครับ เพราะความชื้นที่สะสมในห้องน้ำจะทำให้กาวติดวอลเปเปอร์เสื่อมสภาพเร็ว และเกิดเชื้อราสะสม