4 อุทยานพิษณุโลกที่คนรักการเดินป่าควรไปเช็กอิน!
พิษณุโลกเป็นจังหวัดที่มีอุทยานแห่งชาติให้เดินป่า กางเต็นท์ และสัมผัสธรรมชาติได้หลากหลายสไตล์ จนหลายคนหลงรักบรรยากาศที่นี่ถึงขั้นเริ่มมองหาบ้านเดี่ยวไว้เป็นที่พักผ่อนใกล้ธรรมชาติกันเลยทีเดียว
วันนี้น้อง “น่าอยู่” รวบรวม 4 อุทยานพิษณุโลกกับเส้นทางเดินป่า ที่สายกางเต็นท์แคมป์ปิ้งไม่ควรพลาด พร้อมแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะไปที่สุด กฎที่ต้องรู้ก่อนเข้าอุทยาน และเส้นทางขับรถไปแต่ละที่ง่าย ๆ ครับ
รวม 4 อุทยานพิษณุโลก คนรักการเดินป่า แคมป์ปิ้ง ห้ามพลาด!

อุทยานพิษณุโลกแต่ละที่ล้วนมีจุดเด่นต่างกัน ตั้งแต่ทุ่งดอกไม้ ทุ่งหญ้าสะวันนา ไปจนถึงลานกางเต็นท์ชมวิวเขื่อนอันสวยงาม ถ้างั้นมาดูกันว่าแต่ละที่มีไฮไลต์อะไรน่าไปบ้าง
1. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเป็นหนึ่งในอุทยานพิษณุโลกที่มีชื่อเสียงที่สุด ครอบคลุมพื้นที่กว่า 191,875 ไร่ ตั้งแต่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จนถึงอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก จุดเด่นคือ มีทั้งความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างโรงเรียนการเมืองการทหาร และความสวยงามทางธรรมชาติอย่างลานหินปุ่ม ลานหินแตก ผาชูธง และน้ำตกหมันแดง
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือช่วงเดือนมกราคมที่ดอกนางพญาเสือโคร่งจะบานสะพรั่งทั่วบ้านร่องกล้าจนได้ฉายา "หมู่บ้านสีชมพู" ภายในอุทยานมีบ้านพักให้บริการ อากาศเย็นสบายตลอดปี
2. อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงมีเนื้อที่กว่า 7 แสนไร่ ครอบคลุมทั้งอำเภอวังทอง อำเภอนครไทย อำเภอเนินมะปรางของพิษณุโลก และอำเภอเขาค้อ อำเภอวังโป่งของเพชรบูรณ์ ถือเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย
จุดเด่นที่สุดคือทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเดียวในไทย ที่เขียวชอุ่มสวยที่สุดในช่วงเดือนตุลาคม และยังมีน้ำตกแก่งโสภา น้ำตกวังนกแอ่นให้เที่ยวชม ใครกำลังแพลนหาที่ตั้งแคมป์กางเต็นท์ในช่วงปลายฝนต้นหนาว รับรองถูกใจแน่นอนครับ
3. อุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว
อุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว หรือที่บางคนรู้จักในชื่ออุทยานแห่งชาติแควน้อย ตั้งอยู่ในอำเภอวัดโบสถ์ และความโดดเด่นต่างจากอุทยานพิษณุโลกอื่น คือลานกางเต็นท์บนเนินเขาที่มองเห็นวิวเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนได้แบบพาโนรามา มีไฟ ห้องน้ำทั่วถึง บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการมากางเต็นท์ชมดาวยามค่ำคืน
4. อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ
อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการตั้งอยู่ในอำเภอชาติตระการ เก็บโมเมนต์ธรรมชาติกับจุดเช็กอินสำคัญอย่าง น้ำตกชาติตระการที่มีทั้งหมด 7 ชั้น ที่มีชื่อเรียกและเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ดังนี้
- ชั้นที่ 1 มะลิวัลย์ ไหลจากผาสูงราว 30 เมตร ลงแอ่งน้ำกว้างมีหาดทรายเล็ก ๆ บรรยากาศร่มรื่น
- ชั้นที่ 2 กรรณิการ์ ไหลจากผาสูงใหญ่ ค่อนข้างอันตราย ไม่เหมาะลงเล่นน้ำ
- ชั้นที่ 3 การะเกด สูงราว 10 เมตร นั่งเล่นได้แต่ไม่เหมาะลงเล่นน้ำ
- ชั้นที่ 4 ยี่สุ่นเทศ เป็นม่านน้ำตกลงแอ่งกว้างล้อมด้วยหาดทราย เล่นน้ำได้เต็มที่
- ชั้นที่ 5-7 เกศเมือง เรืองยศ และรจนา เป็นน้ำตกเล็กไหลรินทอดยาว เหมาะเดินชมธรรมชาติ
เหมาะกับทริปที่ต้องการเที่ยวน้ำตกแบบได้เดินสำรวจหลายจุด และยังได้พักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติในที่เดียว
ช่วงเดือนไหนที่เหมาะกับการไปอุทยานพิษณุโลกที่สุด ?

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปอุทยานพิษณุโลกมากที่สุดโดยแบ่งตามบรรยากาศที่ให้ฟีลคนละแบบ เช่น
- เดือนพฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์ (ฤดูหนาว): อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าเปิดชัด เหมาะกับการกางเต็นท์และเดินป่า โดยเฉพาะเดือนมกราคมที่ภูหินร่องกล้าจะมีดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งเต็มหมู่บ้านร่องกล้า
- เดือนสิงหาคม ถึง เดือนตุลาคม (ปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว): เหมาะสำหรับใครที่ต้องการดูบรรยากาศน้ำตกไหลแรง ป่าไม้ และทุ่งหญ้าสะวันนาที่ทุ่งแสลงหลวงอยู่ในช่วงเขียวชอุ่มที่สุด
นักท่องเที่ยวควรเตรียมตัวและปฏิบัติตามกฎของอุทยานอย่างไร ?

การเที่ยวอุทยานพิษณุโลกให้ปลอดภัยและไม่กระทบธรรมชาติ ควรปฏิบัติตามกฎ 12 ข้อของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ดังนี้
- ช่วยกันเก็บขยะและเอากลับออกไปทิ้งนอกพื้นที่
- ห้ามเก็บพืชหรือจับสัตว์ออกจากพื้นที่
- ไม่ส่งเสียงดังรบกวนธรรมชาติและนักท่องเที่ยวคนอื่น
- ห้ามใช้โดรนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อน
- ไม่ขีดเขียนบนหิน ต้นไม้ หรือสิ่งปลูกสร้างใด ๆ
- ห้ามตัดไม้ทำฟืนหรือทำลายธรรมชาติ
- ห้ามเอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าในอุทยาน
- สูบบุหรี่ได้เฉพาะพื้นที่ที่กำหนดเท่านั้น และไม่ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้น
- ห้ามก่อกองไฟนอกจุดที่อนุญาต เพื่อป้องกันไฟป่า
- งดใช้ภาชนะโฟมและพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้งเข้าไปในพื้นที่
- ห้ามให้อาหารและสัมผัสตัวสัตว์ป่า เพื่อป้องกันอันตราย
- ห้ามพาสัตว์เลี้ยงเข้าไปในพื้นที่อุทยาน
และนอกจากกฎ 12 ข้อนี้ ควรเตรียมเสื้อกันหนาวและอุปกรณ์กันฝนให้พร้อม เพราะอุณหภูมิช่วงเช้าและกลางคืนในพื้นที่อุทยานพิษณุโลกอาจลดต่ำลงมาก รวมถึงควรจองที่พักหรือลานกางเต็นท์ล่วงหน้าโดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวและฤดูหนาว
เส้นทางขับรถไปยังแต่ละอุทยานมีความสะดวกไหม ?
เส้นทางขับรถไปอุทยานพิษณุโลกแต่ละแห่งมีความสะดวกแตกต่างกันตามระยะทางและสภาพถนน แนะนำใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักเพราะเข้าถึงได้สะดวกที่สุด โดยมีรายละเอียดแต่ละอุทยานดังนี้
- อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า: จากตัวเมืองพิษณุโลกใช้ทางหลวงหมายเลข 12 สายพิษณุโลก หล่มสัก แล้วไปทางอำเภอนครไทย ระยะทางรวมประมาณ 120 กิโลเมตร ถนนลาดยางตลอดเส้นทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง
- อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง: ที่ทำการหลักอยู่ที่บ้านแยง อำเภอนครไทย ใช้เส้นทางเดียวกับภูหินร่องกล้าคือทางหลวงหมายเลข 12 จากตัวเมืองพิษณุโลก ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร ถนนลาดยางสะดวก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง
- อุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว: จากตัวเมืองพิษณุโลกใช้ทางหลวงหมายเลข 1 สายพิษณุโลก อุตรดิตถ์ ไปยังอำเภอวัดโบสถ์ ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางต่อเข้าพื้นที่อุทยานอีก 20 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ถนนใหญ่สะดวกดี แต่ถนนภายในอุทยานบางช่วงยังเป็นดินเดิม ควรใช้รถที่เหมาะกับเส้นทางลูกรังโดยเฉพาะช่วงหน้าฝน
- อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ: อยู่ไกลจากตัวเมืองที่สุด ใช้ทางหลวงหมายเลข 12 จากพิษณุโลกไปทางอำเภอนครไทย และเข้าสู่อำเภอชาติตระการเพื่อไปอุทยาน รวมระยะทางประมาณ 145 กิโลเมตร เส้นทางคดโค้งตามภูเขา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5-3 ชั่วโมง
บทส่งท้าย
อุทยานพิษณุโลกทั้ง 4 ที่นี้ต่างมีเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูหินร่องกล้า ทุ่งหญ้าสะวันนาที่ทุ่งแสลงหลวง ลานกางเต็นท์ชมดาววิวเขื่อนที่แก่งเจ็ดแคว หรือน้ำตก 7 ชั้นที่ชาติตระการ และควรเตรียมตัวทั้งช่วงเวลาเที่ยว ข้อปฏิบัติ และการเดินทาง เพื่อให้พร้อมออกเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติพิษณุโลกได้อย่างเต็มที่ครับ
สำหรับใครที่หลงรักบรรยากาศธรรมชาติของพิษณุโลกจนอยากมีบ้านพักผ่อนใกล้ธรรมชาติเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวพิษณุโลก คอนโดพิษณุโลก และทาวน์โฮมพิษณุโลก ลองเข้ามาเปรียบเทียบโครงการในทำเลที่สนใจได้ที่เว็บไซต์ “น่าอยู่” ก่อนตัดสินใจครับ
คำถามที่พบบ่อย
1. การเข้าพักบ้านพักของอุทยานพิษณุโลกจำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศไหม ?
โดยทั่วไปไม่จำเป็นครับ เพราะอุทยานส่วนใหญ่อยู่บนพื้นที่สูงอย่างภูหินร่องกล้า อากาศเย็นสบายตามธรรมชาติ บ้านพักจึงมักมีแค่พัดลมแทนแอร์
2. ลานกางเต็นท์ชมดาวที่มองเห็นวิวเขื่อนแควน้อยตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติใด ?
ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว หรือที่เรียกกันว่าอุทยานแห่งชาติแควน้อย อำเภอวัดโบสถ์ ซึ่งลานกางเต็นท์อยู่บนเนินเขาที่มองเห็นวิวเขื่อนได้แบบพาโนรามา บรรยากาศเงียบสงบ
3. ช่วงเวลาทองในการเดินทางไปกางเต็นท์รับลมหนาวคือช่วงเดือนอะไร ?
ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เป็นฤดูหนาวที่อากาศเย็นสบายที่สุด ท้องฟ้าเปิดชัด โดยเฉพาะช่วงมกราคมที่ยังได้ชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่อุทยานภูหินร่องกล้าด้วยครับ