สรุปดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 อัปเดตทุกธนาคาร ย้ายหนี้ที่ไหนคุ้มสุด?

สรุปอัตราดอกเบี้ย รีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569

ผ่อนบ้านมาครบ 3 ปีแล้วไม่รู้ว่าจะรีไฟแนนซ์บ้านที่ไหนดี? เดี๋ยวน้อง "น่าอยู่" จะพามาดูอัปเดตดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 จากสถาบันการเงิน 7 แห่งเพื่อเปรียบเทียบให้เพื่อน ๆ เห็นถึงความคุ้มค่าและความเหมาะสมต่อแผนการเงินของทุกคนกันครับ

สรุปดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 อัปเดตทุกธนาคาร ย้ายหนี้ที่ไหนคุ้มสุด?

ผ่อนบ้านมาครบ 3 ปีแล้วไม่รู้ว่าจะรีไฟแนนซ์บ้านที่ไหนดี? เดี๋ยวน้อง "น่าอยู่" จะพามาดูอัปเดตดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 จากสถาบันการเงิน 7 แห่งเพื่อเปรียบเทียบให้เพื่อน ๆ เห็นถึงความคุ้มค่าและความเหมาะสมต่อแผนการเงินของทุกคนกันครับ

อัปเดตดอกเบี้ย รีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 เลือกธนาคารไหนดี?

ตารางสรุปอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 ทั้ง 7 ธนาคาร

ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 เฉลี่ย 3 ปีแรกจากสถาบันการเงินชั้นนำทั้ง 7 แห่ง โดยแต่ละที่จะกำหนดตามโครงสร้างดอกเบี้ยของแต่ละธนาคาร ซึ่งสรุปเป็นตารางเปรียบเทียบให้เห็นภาพรวมได้ ดังนี้ครับ

1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (G H Bank)

ธอส. เป็นหนึ่งในธนาคารที่หลายคนนึกถึงเมื่อต้องรีไฟแนนซ์บ้าน เพราะยังคงมีจุดเด่นในเรื่องโครงสร้างดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 แบบขั้นบันไดที่ค่อย ๆ ปรับขึ้นทีละปี และเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว 

มีรายละเอียดดอกเบี้ยดังนี้

  • ดอกเบี้ยปีที่ 1: อยู่ที่ 1.75%
  • ดอกเบี้ยปีที่ 2: อยู่ที่ 2.75%
  • ดอกเบี้ยปีที่ 3: อยู่ที่ 3.65% (อ้างอิงอัตรา MRR-2.495%)
  • อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก: อยู่ที่ 2.72%

2. ธนาคารออมสิน (GSB)

ธนาคารออมสินยังคงเป็นเจ้าของโปรโมชั่นที่โดดเด่นที่สุด โดยมีดอกเบี้ยปีแรกต่ำ เริ่มต้นแค่ 0.99%  ช่วยลดภาระค่างวดได้ทันทีหลังรีไฟแนนซ์ เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในช่วงแรก ถึงแม้ในปีที่ 2 และ 3 จะปรับสูงขึ้น แต่เมื่อเฉลี่ยดอกเบี้ยทั้ง 3 ปีก็ถือว่ายังน่าสนใจครับ 

  • ดอกเบี้ยปีที่ 1: อยู่ที่ 0.99% 
  • ดอกเบี้ยปีที่ 2: อยู่ที่ 3.63%
  • ดอกเบี้ยปีที่ 3: อยู่ที่ 5.295% (อ้างอิงอัตรา MRR-0.750%) 
  • อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก: อยู่ที่ 2.75%

3. ธนาคารกรุงไทย (KTB)

กรุงไทยให้ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 เฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำที่สุดในตารางนี้ ด้วยโครงสร้างดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นแบบสมดุล ไม่มีปีไหนกระโดดสูงเกินไป เหมาะกับคนที่ต้องการลดภาระดอกเบี้ยโดยรวมมากที่สุดตลอด 3 ปีแรก 

มีรายละเอียดดอกเบี้ยดังนี้ 

  • ดอกเบี้ยปีที่ 1: อยู่ที่ 1.33%
  • ดอกเบี้ยปีที่ 2: อยู่ที่ 2.58% (อ้างอิงอัตรา MLR-3.72%)
  • ดอกเบี้ยปีที่ 3: อยู่ที่ 3.35% (อ้างอิงอัตรา MLR-2.95%)
  • อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก: อยู่ที่ 2.42% 

4. ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP)

KKP มีดอกเบี้ยปีแรกที่ไม่ได้สูงมากถ้าเทียบกับธนาคารอื่น แต่ปรับขึ้นค่อนข้างสูงในปีถัดไป ทำให้ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกสูงที่สุดในตารางเปรียบเทียบนี้ สำหรับคนที่สนใจควรพิจารณาเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์อื่นของธนาคารประกอบการตัดสินใจด้วยครับ

มีรายละเอียดดอกเบี้ยดังนี้ 

  • ดอกเบี้ยปีที่ 1: อยู่ที่ 1.99%
  • ดอกเบี้ยปีที่ 2: อยู่ที่ 3.475% (อ้างอิงอัตรา MLR-4.475%)
  • ดอกเบี้ยปีที่ 3: อยู่ที่ 3.985% (อ้างอิงอัตรา MLR-3.965%)
  • อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก: อยู่ที่ 3.15%

5. ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH Bank)

LH Bank หรือ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ มีโครงสร้างดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 ที่ค่อนข้างคงที่ในปีที่ 2 และ 3  ทำให้ผู้กู้สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นและยังมีดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำกว่า 3% แต่ก็ยังมีเงื่อนไขเฉพาะที่ควรสอบถามเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ

มีรายละเอียดดอกเบี้ยดังนี้ 

  • ดอกเบี้ยปีที่ 1: อยู่ที่ 1.59%
  • ดอกเบี้ยปีที่ 2: อยู่ที่ 3.63% (อ้างอิงอัตรา MRR-3.72%)
  • ดอกเบี้ยปีที่ 3: อยู่ที่ 3.63%
  • อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก: อยู่ที่ 2.95%

6. ธนาคารซีไอเอ็มบี (CIMB Thai)

CIMB Thai ยังคงเป็นอีกหนึ่งธนาคารที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำ โดยจุดที่น่าสนใจคือปีที่ 2 และปีที่ 3  ใช้อัตราดอกเบี้ยเท่ากัน เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาแพ็กเกจ รีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 ที่ให้ความสมดุลระหว่างดอกเบี้ยปีแรกและปีต่อ ๆ ไป

มีรายละเอียดดอกเบี้ยดังนี้ 

  • ดอกเบี้ยปีที่ 1: อยู่ที่ 1.44%
  • ดอกเบี้ยปีที่ 2: อยู่ที่ 3.015% (อ้างอิงอัตรา MRR-7.085%)
  • ดอกเบี้ยปีที่ 3: อยู่ที่ 3.015% (อ้างอิงอัตรา MRR-5.510%)
  • อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก: อยู่ที่ 2.49%

7. ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB)

TTB เป็นเจ้าเดียวในตารางที่ให้ดอกเบี้ยเท่ากันทุกปีตลอด 3 ปีแรก โดยไม่มีการปรับขึ้นเลยแม้แต่ปีเดียว ซึ่งอาจไม่ใช่ตัวเลขที่ต่ำที่สุด แต่ตอบโจทย์คนที่กังวลเรื่องค่างวดที่ผันผวนและอยากรู้ตัวเลขที่แน่นอนตั้งแต่ต้นจนจบช่วงโปรโมชั่น 

มีรายละเอียดดอกเบี้ยดังนี้ 

  • ดอกเบี้ยปีที่ 1: อยู่ที่ 2.89% (อ้างอิงอัตรา MRR-4.215%)
  • ดอกเบี้ยปีที่ 2: อยู่ที่ 2.89% (อ้างอิงอัตรา MRR-4.215%)
  • ดอกเบี้ยปีที่ 3: อยู่ที่ 2.89% (อ้างอิงอัตรา MRR-4.215%)
  • อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก: อยู่ที่ 2.89%

รีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 ให้คุ้ม ต้องดูอะไรบ้าง?

3 ข้อที่ต้องดูสำหรับรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 ให้คุ้มค่า

การเลือกรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 ให้คุ้มค่าที่สุดไม่ได้ดูแค่ตัวเลขดอกเบี้ยปีแรกที่ดูน่าดึงดูดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกัน ดังนี้ครับ  

ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก สำคัญกว่าดอกเบี้ยปีแรกยังไง?

ดอกเบี้ยปีแรกที่ถูกมาก ๆ เช่น 0.99% อาจดูน่าสนใจในตอนแรก แต่ถ้าปีถัดไปดอกเบี้ยกระโดดสูงขึ้นมา อย่าง ในกรณีปีที่ 3 พุ่งไปถึง 5.295%  ภาระค่างวดโดยรวมตลอดทั้ง 3 ปีอาจสูงกว่าค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เราเสียไป หรืออาจสูงกว่าโปรโมชั่นที่มีดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำกว่าตั้งแต่ต้น ดังนั้น ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 ไม่ควรดูเฉพาะตัวเลขปีแรก แต่ควรเปรียบเทียบดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีควบคู่กับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เสมอครับ

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน มีอะไรบ้าง?

นอกจากเรื่องดอกเบี้ยแล้ว การรีไฟแนนซ์บ้านยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อดูว่าการย้ายหนี้ครั้งนี้คุ้มค่าที่สุด ดังนี้

  • ค่าจดจำนอง 
  • ค่าประเมินหลักประกัน 
  • ค่าอากรแสตมป์
  • ค่าดำเนินการหรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
  • ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย
  • ค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) 
  • ค่าปรับปิดบัญชีก่อนกำหนด (Prepayment Penalty) 

ซึ่งบางธนาคารอาจมีโปรโมชั่นฟรีค่าธรรมเนียมบางรายการเพื่อดึงดูดลูกค้า จึงควรสอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากธนาคารให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจครับ 

รีไฟแนนซ์กับรีเทนชัน ต่างกันยังไง?

หลายคนเข้าใจว่าการรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 และรีเทนชัน คือเรื่องเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วรีไฟแนนซ์คือการย้ายสินเชื่อบ้านไปยังธนาคารใหม่เพื่อขอดอกเบี้ยที่ดีกว่า ส่วนรีเทนชันคือการขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมโดยที่ไม่ต้องย้ายไปที่อื่น โดยทั้ง 2 แบบต่างมีข้อดีข้อเสียที่ต่างกัน ดังนี้ 

รีไฟแนนซ์

  • ย้ายสินเชื่อไปธนาคารใหม่
  • ได้รับอัตราดอกเบี้ยและโปรโมชั่นใหม่
  • อาจมีค่าใช้จ่ายในการโอนจำนอง
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการข้อเสนอที่ดีกว่าเดิมอย่างชัดเจน

รีเทนชัน

  • อยู่กับธนาคารเดิม
  • ขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยใหม่
  • ขั้นตอนง่ายกว่า
  • ใช้เอกสารน้อยกว่า
  • ส่วนใหญ่ไม่มีค่าโอนจำนอง

โดยสามารถอ่านรายละเอียดเปรียบเทียบแบบเจาะลึกเพิ่มเติมได้ที่บทความ รีเทนชันคืออะไร? ต่างจากรีไฟแนนซ์อย่างไร ซึ่งอธิบายทั้งข้อดี ข้อเสีย และวิธีเลือกวิธีให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ครับ

สินเชื่อบ้านแลกเงิน สามารถรีไฟแนนซ์ได้ไหม?

5 ข้อที่ธนาคารใช้พิจารณารีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านแลกเงิน

สินเชื่อบ้านแลกเงินก็สามารถรีไฟแนนซ์ได้เหมือนกับสินเชื่อบ้านเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยทั่วไป โดยเจ้าของบ้านสามารถเอาหลักประกันในปัจจุบันไปยื่นขอสินเชื่อบ้านแลกเงินกับธนาคารใหม่ที่ให้ดอกเบี้ยและวงเงินที่คุ้มค่ากว่า เพื่อลดภาระดอกเบี้ยหรือขอวงเงินเพิ่มเติมสำหรับใช้จ่ายตามความจำเป็น แต่เงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านแลกเงินจะแตกต่างจากสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยทั่วไป โดยธนาคารจะพิจารณาปัจจัยหลายด้าน เช่น

  • มูลค่าหลักทรัพย์ในปัจจุบัน
  • ยอดหนี้คงเหลือ
  • รายได้ของผู้กู้
  • ภาระหนี้รวม
  • ประวัติการผ่อนชำระ

และสำหรับใครที่กำลังสนใจสินเชื่อประเภทนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สินเชื่อบ้านแลกเงิน ธนาคารไหนดี ที่รวบรวมข้อมูลโปรโมชั่นจากหลายธนาคาร พร้อมเปรียบเทียบจุดเด่นและเงื่อนไขของแต่ละที่ครับ

บทส่งท้าย

การรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 ไม่ใช่แค่การย้ายหนี้ไปธนาคารใหม่ แต่เป็นการบริหารต้นทุนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ถ้าเราเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมและเปรียบเทียบข้อเสนออย่างรอบคอบ ก็อาจช่วยลดภาระดอกเบี้ยไปได้เยอะ ดังนั้นก่อนตัดสินใจ ควรเปรียบเทียบทั้งดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ รวมถึงข้อเสนอจากธนาคารเดิมและธนาคารใหม่ เพื่อให้ได้สินเชื่อที่คุ้มค่ากับแผนการเงินของตัวเองมากที่สุดครับ

และสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาบ้านหลังใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว คอนโดและทาวน์โฮม ก็สามารถเข้าไปค้นหาโครงการได้บนเว็บไซต์ “น่าอยู่” ที่รวบรวมข้อมูลอสังหาฯ พร้อมสาระความรู้สินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์ และการเงินที่ช่วยให้วางแผนการเงินได้ง่ายขึ้นครับ

คำถามที่พบบ่อย

1. สามารถรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเดิมได้ไหม ?

รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเดิมจะเรียกว่าการทำ "รีเทนชัน" ครับ หรือก็คือการขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมโดยไม่ต้องย้ายไปธนาคารใหม่ แต่ส่วนลดดอกเบี้ยที่ได้รับอาจน้อยกว่า 

2. ผ่อนบ้านครบกี่ปี ถึงควรรีไฟแนนซ์บ้าน ?

โดยทั่วไปควรพิจารณารีไฟแนนซ์บ้านเมื่อผ่อนครบ 3 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราดอกเบี้ยโปรโมชันพิเศษของธนาคารเดิมสิ้นสุดลงและเปลี่ยนเป็นดอกเบี้ยลอยตัวที่สูงขึ้น 

3. การรีไฟแนนซ์บ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?

ค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องเตรียมได้แก่ 

  1. ค่าจดจำนองประมาณ 1% ของวงเงินกู้ 
  2. ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ 
  3. ค่าอากรแสตมป์ 
  4. ค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อในกรณีที่ธนาคารกำหนด