ตรวจบ้านก่อนโอน ต้องดูอะไรบ้าง? 10 จุดตรวจบ้านก่อนรับโอน
ตรวจบ้านก่อนโอน คือขั้นตอนที่สำคัญสำหรับการเลือกซื้อบ้าน แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าต้องเริ่มดูจากจุดไหน โดยเฉพาะคนที่ไม่มีพื้นฐานด้านงานช่างหรือก่อสร้าง และกังวลว่าจะเกิดปัญหาหลังทำเรื่องโอน
ดังนั้น ในบทความนี้จะพาทุกคนไปดูทุกจุดที่ต้องตรวจบ้านก่อนโอน พร้อมแชร์แนวทางการตรวจบ้านกับบ้านพร้อม
ทำไมต้องตรวจบ้านก่อนโอน? เช็ก 10 จุดตรวจบ้านที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

เหตุผลสำคัญในการตรวจบ้านก่อนโอน คือก่อนโอนกรรมสิทธิ์ โครงการยังมีหน้าที่แก้ไขข้อบกพร่องให้ แต่ถ้าทำเรื่องรับโอนบ้านไปแล้ว ค่าซ่อมแซมทุกอย่างเจ้าของบ้านจะต้องเป็นคนรับผิดชอบเองทั้งหมด ซึ่งอาจสูงถึงหลักหมื่นหรือหลักแสนเลยครับ
การตรวจบ้านก่อนโอนจะช่วยให้เพื่อน ๆ มีเวลาเจรจากับโครงการเพื่อให้แก้ไขข้อบกพร่องก่อนวันโอน ไม่ต้องย้ายเข้าอยู่แล้วพบปัญหาทีหลัง และนี่คือ 10 จุดตรวจบ้านก่อนรับโอนที่เราได้รวบรวมมา ดังนี้
1. โครงสร้างและผนัง
โครงสร้างและผนังเป็นจุดตรวจบ้านก่อนโอนที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะถ้ามีปัญหาด้านโครงสร้าง ค่าซ่อมแซมจะสูงมากและอาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว
สิ่งที่ต้องตรวจ:
- เช็กรอยแตกร้าวบนผนัง
- เช็กว่ามีผนังโป่งหรือพองนูน รวมถึงสีที่ลอกหรือคราบความชื้น
- เช็กรอยแตกร้าวมุมห้องและรอยต่อระหว่างผนัง
- เช็กเสาและคานว่ามีรอยแตกหรือรอยร้าวผิดปกติ
2. พื้นและกระเบื้อง
พื้นและกระเบื้องเป็นอีกจุดตรวจบ้านก่อนโอนที่ต้องทำอย่างละเอียด เพราะปัญหานี้ถ้าปล่อยไว้อาจต้องรื้อพื้นใหม่ทั้งห้อง การตรวจพื้นและกระเบื้องตั้งแต่ก่อนโอนบ้านจะช่วยให้โครงการแก้ไขได้ทันทีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
สิ่งที่ต้องตรวจ:
- ใช้ของแข็งเคาะกระเบื้องทุกแผ่น เพื่อเช็กว่าแผ่นไหนยึดไม่แน่น
- ยาแนวร้าว หลุด หรือสีไม่สม่ำเสมอ
- กระเบื้องแตก ร้าว หรือขอบไม่เรียบ
- ลองวางลูกบอลแล้วเช็กว่าระดับพื้นเอียงไหม
- รอยต่อระหว่างพื้นกับผนังผิดปกติไหม
3. หลังคาและฝ้าเพดาน
ถึงแม้จะมองเห็นได้ยาก แต่หลังคาและฝ้าเพดานถือเป็นจุดที่ควรตรวจให้ละเอียด เพราะถ้าเกิดการรั่วซึม อาจสร้างความเสียหายทางฝ้า ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านในระยะยาวได้
สิ่งที่ต้องตรวจ:
- เช็กคราบน้ำหรือรอยเหลืองบนฝ้าเพดาน โดยเฉพาะตรงมุมห้องและรอยต่อ
- ฝ้าเพดานโป่งนูน แสดงว่าอาจมีน้ำขังอยู่ด้านบน
- อาจเช็กดูห้องใต้หลังคาว่ามีร่องรอยน้ำรั่วไหม
- ตรวจรางน้ำว่าติดตั้งถูกทิศทาง น้ำไหลออกได้สะดวก ไม่ขังหรืออุดตัน
4. ประตูและหน้าต่าง
การตรวจบ้านก่อนโอนในส่วนของประตูและหน้าต่าง สามารถตรวจสอบได้ง่ายและเป็นจุดที่ใช้งานทุกวัน ถ้าติดตั้งไม่เรียบร้อยอาจเกิดปัญหาบานพับฝืด ปิดไม่สนิท น้ำฝนรั่ว หรือมีแมลงเข้าบ้านได้ จึงควรทดลองใช้งานจริงทุกบานก่อนรับโอน
สิ่งที่ต้องตรวจ:
- ลองเปิดปิดประตูและหน้าต่างทุกบาน
- ระบบล็อค กลอน และมือจับต้องทำงานได้ปกติ
- ตรวจกระจกว่ามีรอยร้าว รอยขีดข่วน หรือฟิล์มกันความร้อนลอกไหม
- ยางซีลรอบขอบประตูและหน้าต่างต้องไม่มีช่องโหว่ที่ฝนหรือแมลงจะเข้าได้
- ตรวจตะแกรงกันแมลงที่หน้าต่างว่าอยู่ครบและไม่ขาด
5. ระบบไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้าเป็นจุดตรวจบ้านก่อนโอนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะปัญหาไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของการอยู่อาศัยโดยตรง การทดสอบก่อนรับโอนจะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาไฟฟ้าขัดข้องหรือไฟรั่วหลังเข้าอยู่
สิ่งที่ต้องตรวจ:
- เช็กตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก (DB Box) ว่าติดตั้งถูกต้อง เบรกเกอร์ครบทุกวงจร และทำงานได้ปกติ
- ทดสอบสวิตช์ไฟทุกจุดในบ้าน ว่าเปิด ปิดได้ปกติ
- ทดสอบปลั๊กไฟทุกจุดด้วยอุปกรณ์ทดสอบ หรือพกมือถือหรือที่ชาร์จไปทดสอบ
- ตรวจสอบระบบกราวด์ และตรวจว่าไม่มีปัญหาไฟรั่ว
6. ระบบประปา
ระบบประปาก็สำคัญไม่แพ้กับระบบไฟภายในบ้าน เพราะถ้าเกิดปัญหาอาจทำให้เกิดน้ำรั่ว ค่าน้ำเพิ่ม หรือส่งผลต่อโครงสร้างบ้านในระยะยาว เราควรทดลองใช้งานทุกจุดให้ทั่วบ้านครับ
สิ่งที่ต้องตรวจ:
- เปิดก๊อกน้ำพร้อมกันหลายจุดในบ้าน เพื่อทดสอบแรงดันน้ำว่าลดลงกว่าปกติไหม
- เมื่อปิดก๊อกทุกจุดแล้วตรวจสอบมิเตอร์น้ำ เพื่อดูว่าเข็มยังขยับอยู่ไหม
- ตรวจท่อน้ำที่มองเห็นได้ว่ามีรอยรั่ว ร้าว หรือชื้นผิดปกติ
- เช็กถังน้ำหลักและระบบปั๊มน้ำว่าทำงานปกติและมีเสียงดังผิดปกติไหม
7. ห้องน้ำ
ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่รวมทั้งระบบประปา ระบบไฟฟ้า และระบบกันซึมไว้ในจุดเดียว ถ้ามีข้อบกพร่องอาจทำให้เกิดปัญหารั่วซึมและเกิดเชื้อราในอนาคตได้
สิ่งที่ต้องตรวจ:
- ทดสอบระบบกันซึมด้วยการเปิดน้ำทิ้งไว้ แล้วตรวจด้านล่างหรือห้องข้าง ๆ ว่ามีความชื้นซึมออกมาไหม
- โถส้วมกดแล้วน้ำไหลแรงและปิดสนิทไหม
- สายฉีดชำระ ฝักบัว และก๊อกน้ำทุกจุดทำงานปกติ ไม่รั่ว
- ดูท่อระบายน้ำในห้องน้ำระบายเร็วพอได้ปกติ ไม่มีกลิ่นท่อ
- ตรวจกระจกและชั้นวางของว่าติดตั้งแน่นไม่โยก
8. ห้องครัว
ห้องครัวในบ้านปัจจุบันมักมีอุปกรณ์บิลท์อินมาให้พร้อม ไม่ว่าจะระบบน้ำหรือระบบระบายอากาศ ถ้าตรวจเช็คไม่ละเอียดอาจต้องเสียค่าเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์หรือซ่อมแซมหลังเข้าอยู่
สิ่งที่ต้องตรวจ:
- ตู้ครัวบิลท์อินทุกใบเปิด ปิดได้ปกติ ลิ้นชักไม่ฝืด บานพับแน่น
- เคาน์เตอร์ครัวและซิงค์ล้างจานไม่โยก ไม่มีรอยแตกหรือบวมโป่ง
- ก๊อกน้ำในครัวไม่รั่ว แรงดันน้ำพอ ท่อระบายน้ำซิงค์ไหลลงได้เร็ว
- ช่องดูดอากาศหรือท่อระบายกลิ่นครัวติดตั้งถูกต้องและใช้งานได้จริง
- ถ้ามีระบบแก๊สในครัว ต้องตรวจรอยต่อท่อว่าไม่มีกลิ่นแก๊สรั่ว
9. ระบบระบายน้ำรอบบ้าน
ระบบระบายน้ำเป็นจุดตรวจบ้านก่อนโอนที่มักถูกมองข้ามที่สุด แต่ถ้าตรวจสอบระบบระบายน้ำในบ้านให้ดี จะช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำย้อน และความชื้นรอบตัวบ้านได้ในระยะยาว
สิ่งที่ต้องตรวจ:
- ตรวจบ่อพักน้ำทุกจุดรอบบ้านว่าฝาปิดแน่นและไม่แตกร้าว
- ตรวจทิศทางลาดพื้นรอบบ้าน น้ำต้องระบายออกจากตัวบ้าน ไม่ไหลเข้าหาบ้าน
- ตรวจท่อระบายน้ำว่าเชื่อมต่อกับท่อสาธารณะหรือบ่อซึมได้จริง ไม่อุดตัน
- ตรวจสุขาภิบาลว่าท่อน้ำทิ้งไม่มีกลิ่นย้อนกลับขึ้นมา
10. พื้นที่รอบบ้าน
จุดสุดท้ายของการตรวจบ้านก่อนโอนคือพื้นที่ภายนอกตัวบ้านที่ควรตรวจสอบให้ครบก่อน เพราะอาจส่งผลต่อการใช้งานจริงในทุก ๆ วัน ทั้งเรื่องความปลอดภัย การจอดรถ และการระบายน้ำ
สิ่งที่ต้องตรวจ:
- รั้วบ้านตั้งตรง ไม่เอียง ไม่มีรอยแตกร้าว และประตูรั้วใช้งานได้สะดวก
- ตรวจสอบทางเดินและลานจอดรถว่าระดับพื้นถูกต้อง ไม่มีจุดที่น้ำจะขังได้
- ตรวจสอบพื้นที่ตามสัญญาว่าครบถ้วน รวมถึงพื้นที่จอดรถว่าขนาดพอสำหรับรถจริง
- ตรวจหน้าบ้านและทางเข้าว่าไม่มีสิ่งกีดขวางเส้นทางสาธารณะ
- ตรวจหม้อแปลงไฟฟ้าและสายสาธารณูปโภคว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องตามแผนผัง
ตรวจบ้านก่อนโอนด้วยตัวเองหรือจ้างผู้เชี่ยวชาญ แบบไหนดีกว่า?

ตรวจบ้านก่อนโอนด้วยตัวเอง สามารถทำได้ด้วยตัวเองและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ และการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีแตกต่างกัน ซึ่งถ้าเป็นการตรวจเบื้องต้น เจ้าของบ้านสามารถเช็กจุดที่มองเห็นได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าต้องการตรวจให้ครอบคลุมทุกระบบ การให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจจะช่วยเพิ่มความมั่นใจก่อนรับโอนได้มากกว่า ตัวอย่างเช่น
สำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านกับ บ้านพร้อม ยังได้รับบริการตรวจบ้านก่อนโอน พร้อมสรุปรายการ Defect และช่วยประสานงานกับโครงการให้แก้ไขก่อนรับโอน
ซื้อบ้านผ่านบ้านพร้อม มีบริการตรวจบ้านก่อนโอนยังไงบ้าง?

บ้านพร้อม คือบริการใหม่จากน่าอยู่ที่ช่วยดูแลเรื่องการซื้อบ้านแบบครบวงจร และมี "ผู้ช่วยตรวจบ้าน" สำหรับลูกค้าบ้านพร้อม ที่จะเข้ามาตรวจบ้านก่อนโอน พร้อมออกรายงานชัดเจนเพื่อเอาไปเจรจากับโครงการให้ซ่อมแซมและแก้ไขก่อน
ทั้งนี้ รายละเอียดบริการ ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขการตรวจบ้านอาจแตกต่างกันในแต่ละกรณี แนะนำให้สอบถามทีมงานบ้านพร้อมก่อนใช้บริการครับ
โดยจุดเด่นของบริการผู้ช่วยตรวจบ้านจากบ้านพร้อม คือ
- ช่วยให้ตรวจบ้านบ้านก่อนรับโอน: ถ้าเข้าเงื่อนไขบริการ สามารถให้ผู้ช่วยหรือผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วย ตรวจสอบจุดสำคัญ
- มีรายการ Defect ที่ชัดเจน: ช่วยรวบรวมข้อบกพร่องที่พบเพื่อใช้ประกอบการประสานงานกับโครงการ
- มีทีมงานช่วยให้คำแนะนำ: ช่วยให้ผู้ซื้อเข้าใจขั้นตอนและประสานงานแก้ไขได้สะดวกขึ้น
- ขึ้นอยู่กับการพิจารณาและเงื่อนไข: รายละเอียดและค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับข้อตกลงและขอบเขตงานของทีมงานบ้านพร้อม
ติดต่อบ้านพร้อม: Tel: 065-731-7340 | Line: @baanprompt
บทส่งท้าย
การตรวจบ้านก่อนโอนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เราเจอปัญหาตั้งแต่ก่อนรับโอน เพื่อให้โครงการรับผิดชอบแก้ไขได้ก่อนเข้าอยู่จริง และถ้าไม่อยากพลาดรายละเอียดสำคัญ ‘บ้านพร้อม’ ก็มีบริการผู้ช่วยตรวจบ้านโดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยตรวจเช็กบ้านอย่างละเอียด พร้อมสรุปรายการแก้ไขให้ครบก่อนส่งมอบ
มองหาบ้าน ที่อยู่อาศัย ให้ "บ้านพร้อม" ช่วยให้คำปรึกษา จัดหาทรัพย์ที่ตรงใจและประเมินสินเชื่อแบบครบวงจร
"BAAN PROMPT by NaYoo พร้อมซื้อ พร้อมขาย พร้อมดูแลคุณ"
คำถามที่พบบ่อย
1. ซื้อบ้านต้องตรวจสภาพบ้านอะไรบ้างก่อนซื้อ ?
ถ้าใครกำลังซื้อบ้าน ควรตรวจสภาพบ้านและ Defect สำคัญให้ครบก่อนตัดสินใจ เพื่อลดโอกาสที่ต้องจ่ายค่าซ่อมแซมเองในภายหลัง โดยสามารถดูรายละเอียดจุดที่ควรตรวจได้ใน ต้องตรวจสภาพบ้านและ Defect อะไรบ้างก่อนซื้อ?
2. ตรวจบ้านก่อนโอนกับบ้านพร้อม มีค่าใช้จ่ายอะไรไหม ?
ลูกค้าที่ซื้อบ้านกับบ้านพร้อม สามารถรับบริการตรวจบ้านก่อนโอน โดยมีผู้ช่วยตรวจบ้านตรวจเช็กจุดสำคัญ พร้อมสรุปรายการแก้ไขและประสานงานกับโครงการก่อนรับโอน
3. ค่าบริการรับตรวจบ้าน คิดจากอะไรบ้าง ?
ค่าบริการตรวจบ้านโดยทั่วไปจะคำนวณจากประเภทของบ้าน ขนาดพื้นที่ใช้สอย และรายละเอียดของการตรวจ เช่น จำนวนรอบการตรวจหรือความซับซ้อนของงาน และขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและเงื่อนไขของแต่ละบริษัท