รวมวิธีดับกลิ่นขี้แมวภายในห้องระบบปิดที่ทาสแมวต้องรู้!

รวม 10 วิธีดับกลิ่นขี้แมวภายในห้อง

แน่นอนว่าทาสแมวหลายคนจะต้องปวดหัวกับกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ลอยฟุ้งไปทั่วห้อง โดยเฉพาะทาสที่เลี้ยงน้องแมวในห้องระบบปิดอย่างคอนโด อพาร์ตเมนต์ รวมถึงบ้านมือหนึ่งที่ไม่ค่อยมีลมถ่ายเท กลิ่นยิ่งอบอวลหนักเข้าไปใหญ่ 

ซึ่งในบทความนี้เราจะรวบรวมวิธีดับกลิ่นขี้แมวมาฝากแบบเข้าใจง่าย ที่ทำตามได้ง่าย ๆ เอาใจทาสแมวให้ได้อยู่ร่วมบ้านกับเจ้านายขนปุยแบบไม่ต้องทนกลิ่นอีกต่อไปครับ

ทำไมปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์จากกระบะทรายถึงส่งผลเสียต่อสุขอนามัยในบ้าน? 

4 ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์จากกระบะทราย

คนเลี้ยงแมวหลายคนอาจคิดว่ากลิ่นจากกระบะทรายเป็นแค่เรื่องน่ารำคาญ แต่จริง ๆ แล้วมันส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในบ้านได้มากกว่าที่คิด ดังนี้

  • แบคทีเรียในฉี่และอึแมว: อย่าง E.coli และ Salmonella สามารถแพร่เชื้อและก่อโรคได้ โดยเฉพาะถ้ากระบะทรายไม่ได้รับการทำความสะอาดสม่ำเสมอ
  • เชื้อท็อกโซพลาสมา (Toxoplasmosis): ที่พบในอึน้องแมว เป็นอันตรายอย่างมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้
  • เด็กและผู้สูงอายุ: มีความเสี่ยงติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไป เพราะภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงหรือเริ่มอ่อนแอลง
  • ห้องระบบปิดที่อากาศไม่ถ่ายเท: ยิ่งทำให้กลิ่นและเชื้อโรคสะสมอยู่ในอากาศนานขึ้น ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องกลิ่น แต่เสี่ยงต่อสุขภาพทางเดินหายใจของคนในบ้านด้วย

เห็นแบบนี้แล้ว การหาวิธีดับกลิ่นขี้แมวจึงไม่ใช่แค่เรื่องความหอมสดชื่น แต่เป็นเรื่องสุขอนามัยที่ทาสแมวทุกคนต้องใส่ใจจริง ๆ ครับ  

แนะนำ 10 วิธีธรรมชาติ จัดการกลิ่นอึแมวให้หายขาด

แนะนำ 10 วิธีดับกลิ่นขี้แมวด้วยตัวเอง

จากปัญหากลิ่นอึแมวที่ได้อ่านกันไปก่อนหน้า เราขอรวบรวมวิธีดับกลิ่นขี้แมวแบบธรรมชาติ 10 วิธีที่ทาสอย่างเราสามารถหาของมาทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ดังนี้ครับ 

1. การใช้กากกาแฟสดผสมเปลือกส้มดูดซับกลิ่น

กากกาแฟมีรูพรุนเล็ก ๆ จำนวนมากที่ช่วยดูดซับกลิ่นได้ดีเยี่ยม พอเอามาผสมกับเปลือกส้มเข้าไปด้วยยิ่งได้กลิ่นหอมสดชื่นช่วยกลบกลิ่นได้ดี สามารถทำได้โดย

  • เอากากกาแฟที่ใช้แล้วมาผึ่งให้แห้งหมาด ๆ ก่อน
  • ผสมกับเปลือกส้มสับหยาบในสัดส่วนพอประมาณ
  • โรยกลบบริเวณที่แมวชอบไปฉี่ หรือรอบกระบะทราย
  • เปลี่ยนใหม่ทุก 2-3 วันเพื่อประสิทธิภาพในการดูดกลิ่นที่ดีต่อเนื่อง

2. การใช้ผงเบกกิ้งโซดาโรยกลบปฏิกูล

เบกกิ้งโซดาหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อน ๆ ที่ช่วยปรับสภาพกรดยูริกในฉี่ของแมวให้เป็นกลาง กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ก็จะจางลงได้เร็ว สามารถทำได้โดย

  • โรยเบกกิ้งโซดาลงบนทรายแมวหรือบริเวณที่มีคราบฉี่โดยตรง
  • ทิ้งไว้ 15-30 นาทีให้ดูดซับกลิ่นเต็มที่
  • ถ้ากลิ่นแรงมากสามารถทิ้งไว้ได้นานถึง 1 ชั่วโมง
  • ระหว่างนี้ควรกันแมวออกจากบริเวณนั้นก่อน แล้วค่อยดูดฝุ่นหรือกวาดออกให้หมดครับ

3. การฉีดพ่นน้ำส้มสายชูผสมน้ำร้อนฆ่าเชื้อ

น้ำส้มสายชูช่วยปรับสมดุลกรด ด่างของกลิ่นฉี่และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคไปในตัว เป็นอีกวิธีดับกลิ่นขี้แมวที่ทาสหลายคนใช้กันเป็นประจำ สามารถทำได้โดย

  • ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำอุ่นในอัตราส่วน 1:1
  • ฉีดพ่นบริเวณที่แมวชอบมาฉี่บ่อย ๆ
  • กลิ่นน้ำส้มสายชูอาจแรงในช่วงแรก แต่จะจางหายไปพร้อมกับกลิ่นฉี่
  • เช็ดทำความสะอาดซ้ำด้วยผ้าแห้งหลังพ่นทิ้งไว้สักครู่

4. การใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เช็ดล้างรอยเปื้อน

อีกหนึ่งวิธีดับกลิ่นขี้แมวที่เหมาะมากกับคราบฉี่ที่ฝังลึกบนพื้นผิวแข็งอย่างกระเบื้องหรือพื้นซีเมนต์ ช่วยทั้งดับกลิ่นและฆ่าเชื้อไปพร้อมกัน สามารถทำได้โดย

  • ทดสอบบนจุดเล็ก ๆ ก่อนใช้จริง เพราะอาจทำให้สีของบางพื้นผิวซีดจางได้
  • เจือจางไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ตามอัตราส่วนที่แนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์
  • เช็ดบริเวณคราบเปื้อนแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  • เปิดพัดลมหรือระบายอากาศระหว่างใช้เพื่อไม่ให้ไอระเหยสะสม

5. การใช้ดินปลูกต้นไม้โรยทับเพื่อกลบกลิ่น

ดินปลูกต้นไม้บางชนิดมีคุณสมบัติดูดซับความชื้นและกลิ่นได้ใกล้เคียงกับทรายแมวธรรมชาติ เป็นทางเลือกที่ประหยัดและหาได้ง่าย สามารถทำได้โดย

  • เลือกดินปลูกที่ไม่ผสมปุ๋ยเคมีหรือสารกำจัดแมลง เพราะอาจเป็นอันตรายหากแมวเผลอเลียโดน
  • โรยทับบริเวณที่มีกลิ่นในปริมาณพอเหมาะ
  • เหมาะใช้เป็นตัวเสริมมากกว่าใช้แทนทรายแมวหลักทั้งหมด

6. การผสมใบชาแห้งลงในถาดทราย

ใบชาแห้งมีคุณสมบัติดูดซับกลิ่นได้ดีและให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ไม่ฉุนจนแมวรู้สึกไม่คุ้นชิน ซึ่งหลายคนนิยมเอาใบชาแห้งมาเป็นวิธีดับกลิ่นขี้แมวที่ช่วยได้เป็นอย่างดี สามารถทำได้โดย 

  • เอาใบชาที่ใช้แล้วไปผึ่งให้แห้งสนิทก่อนเอามาใช้
  • ผสมลงในทรายแมวปริมาณเล็กน้อย ไม่ต้องเยอะจนเปลี่ยนเนื้อสัมผัสทราย
  • เปลี่ยนใบชาพร้อมกับรอบตักทรายแมวตามปกติ

7. การเลือกใช้ทรายแมวเต้าหู้กลิ่นลาเวนเดอร์

ทรายแมวเต้าหู้ต่างจากทรายแมวแบบปกติโดยที่จับตัวเป็นก้อนได้ง่ายกว่า น้ำหนักเบา และปลอดภัยกว่าทรายเบนโทไนต์ซึ่งแมวอาจจะเผลอเลียหรือกินเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ 

  • เลือกสูตรกลิ่นลาเวนเดอร์อ่อน ๆ ที่ช่วยกลบกลิ่นได้ดี แต่ไม่ฉุนเกินไปจนแมวไม่กล้าเข้าใกล้กระบะทราย
  • เทให้มีความหนาเพียงพอตามคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์เพื่อประสิทธิภาพการจับก้อนที่ดี
  • สังเกตพฤติกรรมแมวหลังเปลี่ยนทรายใหม่ เผื่อบางตัวไม่ชอบกลิ่นหรือเนื้อสัมผัสที่เปลี่ยนไป

8. การใช้สารระเหยจากลูกเหม็นบดละเอียดในจุดอับ

วิธีใช้สารระเหยจากลูกเหม็น จะต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะลูกเหม็นมีสารเคมีอย่างแนฟทาลีนที่เป็นอันตรายต่อแมวมาก ๆ ถ้าน้องสูดดมหรือเผลอกินเข้าไปอาจเป็นพิษถึงชีวิตได้ สามารถนำไปใช้ได้ดังนี้

  • ใช้เฉพาะในจุดอับที่แมวเข้าไม่ถึงเด็ดขาด เช่น ในตู้ปิดที่ไม่ใช่พื้นที่ที่แมวเดินผ่านหรือนอนเล่น
  • ห้ามวางใกล้กระบะทราย ที่นอน หรือบริเวณที่แมวใช้ชีวิตประจำวันเด็ดขาด
  • ถ้าไม่มั่นใจว่าจะควบคุมพื้นที่ได้ปลอดภัยจริง แนะนำเลี่ยงวิธีนี้แล้วเลือกวิธีธรรมชาติข้ออื่นแทนจะปลอดภัยกว่าครับ

9. การทำความสะอาดของใช้และของเล่นแมวสม่ำเสมอ

อีกวิธีดับกลิ่นขี้แมวที่มักถูกมองข้ามคือกลิ่นตัวและกลิ่นฉี่ของแมวที่สะสมอยู่ตามที่นอน เบาะ ผ้าห่ม หรือของเล่นได้เหมือนกัน ทาสห้ามมองข้ามจุดนี้เด็ดขาด โดยจำเป็นต้อง

  • เอาของใช้เหล่านี้มาซักทำความสะอาดเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
  • ใช้น้ำยาซักผ้าทั่วไปร่วมกับน้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดาเล็กน้อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพดับกลิ่น
  • ตากให้แห้งสนิทในที่มีลมถ่ายเทก่อนนำกลับมาใช้ เพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นอับซ้ำ

10. การเปลี่ยนและตักทรายแมวทิ้งเป็นประจำทุกวัน

ข้อถือเป็นวิธีสำคัญที่สุดของวิธีดับกลิ่นขี้แมว เพราะแมวเป็นสัตว์ที่รักความสะอาดมาก ถ้ากระบะทรายสกปรกหรือมีกลิ่นเดิมสะสมแมวจะเลี่ยงไปหาที่ฉี่ใหม่แทน ซึ่งมักเป็นจุดที่ทาสไม่อยากให้ไปแน่นอน ซึ่งเราควรที่จะ

  • ตักทรายที่จับตัวเป็นก้อนทิ้งทุกวันอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง
  • เปลี่ยนทรายทั้งหมดและล้างกระบะให้สะอาดตามรอบที่เหมาะกับชนิดทรายที่ใช้
  • ยิ่งกระบะสะอาดเท่าไหร่ แมวก็ยิ่งอยากใช้กระบะทรายที่ทาสเตรียมไว้ให้มากขึ้นเท่านั้น 

อุปกรณ์ห้องน้ำแมวและกระบะทรายที่ช่วยควบคุมการกระจายของกลิ่น

รวม 3 กระบะทรายช่วยลดกลิ่นขี้แมว

นอกจากวิธีธรรมชาติที่เราทำได้ง่าย ๆ แล้ว อุปกรณ์ที่เลือกใช้ก็มีผลกับวิธีดับกลิ่นขี้แมวไม่แพ้กันครับ โดย อุปกรณ์ที่จะช่วยลดกลิ่น ได้แก่

1. กระบะทรายพลาสติก PP ขอบสูง ?

วัสดุพลาสติก PP ทนทาน ทำความสะอาดง่าย ไม่ดูดซับกลิ่นตกค้างเหมือนวัสดุบางชนิด ส่วนขอบที่สูงกว่าปกติช่วยกันทรายกระเด็นออกนอกกระบะเวลาแมวคุ้ยทราย และยังช่วยกักกลิ่นไม่ให้ฟุ้งกระจายออกไปง่ายเกินไป 

2. ห้องน้ำแมวทรงโดมแบบอุโมงค์มิดชิด ?

เหมาะมากสำหรับทาสที่เลี้ยงแมวในห้องระบบปิดหรือพื้นที่จำกัด เพราะตัวโดมช่วยปิดกลิ่นได้ดีกว่าแบบเปิดโล่งทั่วไป ซึ่งบางรุ่นยังมีแผ่นกรองกลิ่นในตัวเพิ่มเติม ช่วยลดกลิ่นฟุ้งก่อนที่จะกระจายเต็มห้องครับ

3. ถาดทรายแมวดีไซน์ลิ้นชักถอดง่าย ?

ถาดทรายแมวที่เป็นแบบระบบลิ้นชักจะช่วยแยกชั้นทรายกับฉี่ของน้องออกจากกัน ทำให้ทำความสะอาดสะดวกและรวดเร็วขึ้น ลดโอกาสที่คราบต่าง ๆ จะสะสมอยู่ก้นถาดจนกลายเป็นแหล่งกลิ่นไม่พึงประสงค์  

บทส่งท้าย 

วิธีดับกลิ่นขี้แมวไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเลยครับเหล่าทาสแมวทุกคน แค่เลือกใช้ของใช้ในบ้านให้ถูกจุด ร่วมกับการตักทรายและทำความสะอาดกระบะทรายสม่ำเสมอ ก็ช่วยให้บ้านสดชื่นขึ้นได้มากขึ้นแล้วครับ

แต่ถ้าทาสคนไหนกำลังมองหาบ้านหลังใหม่ที่มีพื้นที่ระบายอากาศดีกว่าแถมให้เจ้านายได้วิ่งเล่นสบาย ๆ ไม่ส่งกลิ่นเหม็น ลองเข้ามาดูประกาศขายบ้านมือหนึ่ง คอนโดและทาวน์โฮม ที่รวบรวมข้อมูลไว้ให้เลือกอีกมากมายครับ

คำถามที่พบบ่อย

1. เราควรล้างทำความสะอาดและตากแดดกระบะทรายแมวบ่อยแค่ไหนเพื่อลดแบคทีเรีย ?

Answer: วิธีดับกลิ่นขี้แมวที่ดี ควรตักทรายที่จับตัวเป็นก้อนทิ้งทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง และล้างกระบะทรายทั้งใบและตากแดดเพื่อฆ่าเชื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง 

2. สารเคมีฉุนในน้ำยาถูพื้นทั่วไปส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของแมวอย่างไร ?

Answer: น้ำยาถูพื้นทั่วไปมักมีสารกลุ่มฟีนอล คลอรีน หรือน้ำมันหอมระเหยความเข้มข้นสูง เมื่อแมวสูดดมหรือเลียอุ้งเท้าที่เหยียบสารเคมีเข้าไป สารพิษจะสะสมในร่างกาย ส่งผลต่อตับและระบบประสาทได้ในระยะยาวได้ครับ

3. หากแมวชอบไปอึใส่กระถางต้นไม้เรามีวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ?

Answer: คลุมหน้าดินด้วยกรวดหรือตาข่ายกันขุด วางเปลือกส้มหรือของที่มีกลิ่นซิตรัสไว้รอบกระถาง เพราะแมวส่วนใหญ่ไม่ชอบกลิ่นนี้