เวลาเริ่มงานก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการก่ออิฐ ฉาบผนัง หรือเทคอนกรีตพื้นบ้าน คำถามยอดฮิตของมือใหม่คือ “ปูน 1 ถุง ผสม ทราย หิน เท่าไหร่?” เพราะการผสมที่ถูกสัดส่วนไม่เพียงช่วยให้คอนกรีตแข็งแรง แต่ยังประหยัดต้นทุน และทำให้งานออกมามีคุณภาพ วันนี้ “น้องบุรีรัมย์น่าอยู่” จะพามาเจาะลึกเรื่องการผสมปูนแบบง่าย ๆ อ่านแล้วเข้าใจทันที พร้อมเคล็ดลับที่เจ้าของบ้านควรรู้


ปูน 1 ถุง กี่กิโล ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

ก่อนเข้าสู่เรื่องการผสม ปูน 1 ถุง ผสม ทราย หิน เท่าไหร่ ขั้นแรก เราต้องรู้ก่อนว่าปูนซีเมนต์ 1 ถุง มีน้ำหนักเท่าไหร่ และเหมาะกับงานแบบไหน ปกติในท้องตลาด ปูนซีเมนต์จะบรรจุถุงละ 50 กิโลกรัม ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานที่ช่างและร้านวัสดุก่อสร้างนิยมใช้กัน เมื่อผสมตามสูตรมาตรฐานจะได้คอนกรีตสดประมาณ 0.2–0.25 ลูกบาศก์เมตร หรือถ้าอยากเทคอนกรีต 1 คิวเต็ม จะใช้ประมาณ 4–5 ถุง ขึ้นอยู่กับสูตรผสมและการเติมน้ำ

พูดง่าย ๆ ก็คือ ปูนซีเมนต์ 1 ถุง สามารถนำไปใช้งานก่อสร้างได้หลายประเภท เช่น งานก่ออิฐ งานฉาบผนัง และงานเทคอนกรีต โดยแต่ละงานจะมีสูตรผสมและวัตถุประสงค์ที่ต่างกันดังนี้

การผสมปูนสำหรับงานก่ออิฐ

งานก่ออิฐ

งานก่ออิฐเป็นพื้นฐานของการสร้างบ้าน เช่น ก่อผนังหรือกำแพง โดยปูน 1 ถุงจะใช้ผสมกับทรายหยาบในสัดส่วนประมาณ 1:3–4 (ปูน : ทราย) เน้นการยึดเกาะระหว่างอิฐกับปูน ทำให้ผนังแข็งแรงและไม่แตกร้าวง่าย หากคำนวณคร่าว ๆ ปูน 1 ถุง สามารถก่ออิฐได้ประมาณ 8–10 ตารางเมตร (ขึ้นอยู่กับขนาดอิฐและความหนาของปูนก่อ)

การผสมปูนสำหรับงานฉาบผนัง

งานฉาบผนัง

สำหรับงานฉาบ ต้องการผิวเรียบเนียนสวยงาม จึงใช้ทรายละเอียดและเพิ่มสัดส่วนปูนมากกว่างานก่อ โดยทั่วไปนิยมผสม ปูน 1 ถุง : ทราย 2–2.5 ส่วน เพื่อให้ได้เนื้อปูนฉาบที่เกาะแน่นและไม่แตกร่อนง่าย ปูน 1 ถุง สามารถฉาบได้ประมาณ 5–7 ตารางเมตร หากความหนาของการฉาบอยู่ที่ 1.5–2 ซม.

การผสมปูนสำหรับงานเทคอนกรีต

งานเทคอนกรีต

งานโครงสร้าง เช่น เสา คาน พื้นบ้าน จะนิยมใช้สูตรมาตรฐาน 1:2:4 (ปูน : ทราย : หิน) เพื่อความแข็งแรงเพียงพอในการรับน้ำหนัก ปูน 1 ถุงจะผสมได้คอนกรีตประมาณ 0.25 ลูกบาศก์เมตร หรือคิดง่าย ๆ ว่า ถ้าจะเทพื้น 1 คิวเต็ม จะต้องใช้ปูนประมาณ 4–5 ถุง พร้อมกับทรายและหินในสัดส่วนที่เหมาะสม


ตารางเทียบ สัดส่วนผสมปูน 1 ถุงกับทรายและหิน

ก่อนจะเข้าสู่รายละเอียดในตาราง เชื่อว่าหลายคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำบ้านคงสงสัยว่า ปูน 1 ถุง ผสม ทราย หิน เท่าไหร่ ถึงจะพอดีและคุ้มค่า ความจริงแล้วสัดส่วนการผสมจะแตกต่างกันไปตามประเภทงาน ไม่ว่าจะเป็นก่อ ฉาบ หรือเทคอนกรีต เพราะแต่ละงานต้องการความแข็งแรงและผิวงานไม่เหมือนกัน ใครที่กำลังวางแผนงานประเภทที่แตกต่าง เตรียมจดได้เลย

งานก่อสร้าง สูตรตามมาตรฐานวิศวกรรม (มอก./กรมโยธา) สูตรที่ช่างหน้างานนิยมใช้ หมายเหตุ
งานก่ออิฐ ปูน 1 ส่วน : ทราย 4 ส่วน(ปูน 35 ลิตร : ทราย 140 ลิตร) ปูน 1 ถุง : ทราย ~200 ลิตร(≈ 1:5.5 – 6) หน้างานจริงนิยมลดปูนเพื่อก่อได้ง่ายและประหยัด
งานฉาบ ปูน 1 ส่วน : ทราย 3 ส่วน(35 ลิตร : 105 ลิตร) ปูน 1 ถุง : ทราย ~160 ลิตร(≈ 1:4.5) ถ้าฉาบบาง ใช้ทรายละเอียดมากขึ้น
งานเทเสา–พื้นคอนกรีต ปูน 1 ส่วน : ทราย 2 ส่วน : หิน 4 ส่วน(35 : 70 : 140 ลิตร) ปูน 1 ถุง : ทราย ~70–80 ลิตร : หิน ~160–180 ลิตร ใช้หินเกล็ดหรือหิน 3/4 นิ้วตามโครงสร้าง
งานทำพื้นบ้านเล็ก ๆ ปูน 1 ส่วน : ทราย 2.5 ส่วน : หิน 4 ส่วน ปูน 1 ถุง : ทราย ~90 ลิตร : หิน ~160 ลิตร ปรับลดสัดส่วนปูนได้เล็กน้อยเพื่อความประหยัด
งานเทพื้นหลังบ้าน (ไม่รับน้ำหนักมาก) ปูน 1 ส่วน : ทราย 3 ส่วน : หิน 4 ส่วน ปูน 1 ถุง : ทราย ~100 ลิตร : หิน ~140–160 ลิตร เน้นประหยัด ใช้งานทั่วไป เช่น พื้นซักล้าง
งานซ่อมแซมทั่วไป ปูน 1 ส่วน : ทราย 2 ส่วนหรือ ปูน 1: ทราย 2.5 (แล้วแต่กรณี) ปูน 1 ถุง : ทราย 70–90 ลิตร ใช้ปริมาณน้อย เน้นการยึดเกาะ
“ถ้าเป็นงานโครงสร้างหรือส่วนที่รับแรง ให้ยึดตามมาตรฐานวิศวกรรม
แต่ถ้าเป็นงานก่อผนังทั่วไป ช่างหน้างานมักปรับสูตรให้ประหยัดและทำงานได้ง่ายขึ้น”

สูตรผสมคอนกรีตมาตรฐานตามหน่วยงานต่างๆ

การหาคำตอบว่า ปูน 1 ถุง ผสม ทราย หิน เท่าไหร่ ไม่ได้มีสูตรตายตัวเพียงแบบเดียว แต่ขึ้นอยู่กับมาตรฐานที่อ้างอิงและประเภทงานก่อสร้าง ตารางและแนวทางจากหน่วยงานหลัก ๆ เช่น มอก., กรมโยธาธิการ และมาตรฐานวิศวกรรม จะช่วยให้เจ้าของบ้านและช่างสามารถเลือกสัดส่วนที่เหมาะสมกับงานได้อย่างมั่นใจ

1. มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม)

มาตรฐาน มอก. จะกำหนดคุณภาพคอนกรีตตามกำลังอัดที่ 28 วัน เช่น คอนกรีตกำลังอัด 180, 210, 240 และ 280 กก./ซม² โดยมีสูตรผสมดังนี้

  • 180 กก./ซม² → 1 : 3 : 6 (ปูน : ทราย : หิน)
  • 210 กก./ซม² → 1 : 2.5 : 5
  • 240 กก./ซม² → 1 : 2 : 4

เหมาะกับงานพื้นฐานทั่วไป เช่น เทพื้นบ้าน ผนัง กันสาด


2. กรมโยธาธิการและผังเมือง

มาตรฐานกรมโยธาฯ จะแบ่งเกรดคอนกรีตตามประเภทงาน เช่น งานโครงสร้างทั่วไป เสา คาน พื้นอาคาร และฐานราก เพื่อให้ได้ความแข็งแรงตามมาตรฐาน โดยตัวอย่างคือ

  • คอนกรีตงานโครงสร้างทั่วไป → กำลังอัด 180–210 กก./ซม² (สูตร 1:2.5:4)
  • คอนกรีตเสา คาน พื้นอาคาร → กำลังอัด 210–240 กก./ซม² (สูตร 1:2:4)
  • คอนกรีตฐานราก/โครงสร้างสำคัญ → กำลังอัด 280 กก./ซม² ขึ้นไป (สูตร 1:1.5:3)

3. มาตรฐานวิศวกรรม (ACI หรือ มาตรฐานวิศวกรโยธาไทย)

ใช้การออกแบบ Mix Design ตามหน่วยน้ำหนัก ไม่ใช่สูตรตายตัว โดยทั่วไปสำหรับงานบ้านพักอาศัย จะใช้ กำลังอัด 210–240 กก./ซม² → ปูน 320–350 กก./ลบ.ม.

อัตราส่วน น้ำ : ปูน (w/c ratio) ไม่ควรเกิน 0.5–0.6 เพื่อป้องกันคอนกรีตอ่อนตัวสูตรตัวอย่าง (ประมาณการต่อ 1 ลูกบาศก์เมตรคอนกรีต)

  • ปูนซีเมนต์ 350 กก.
  • ทราย 0.5 ลบ.ม.
  • หิน 0.8 ลบ.ม.
  • น้ำ 180 ลิตร

เคล็ดลับการผสมปูนให้แข็งแรงและทนทาน

หลายคนอาจเข้าใจว่าการจะได้คอนกรีตที่แข็งแรงนั้นขึ้นอยู่กับสัดส่วนของ ปูน 1 ถุง ผสม ทราย หิน เท่าไหร่ เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วยังมีปัจจัยอื่นที่สำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณน้ำที่ใช้ วิธีการผสม และเวลาการผสม เพราะถ้าทำอย่างถูกต้อง คอนกรีตจะมีความหนาแน่นสูง ยึดเกาะดี และใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิม

ปริมาณน้ำที่เหมาะสม

การใส่น้ำมากเกินไปเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คอนกรีตไม่แข็งแรง ค่าที่เหมาะสมคือ น้ำประมาณ 0.4–0.6 ส่วน ต่อปูนซีเมนต์ 1 ส่วน (Water-Cement Ratio) ตัวอย่างเช่น ปูน 50 กก. จะใช้น้ำประมาณ 18–25 ลิตร หากต้องการคอนกรีตแน่นและรับแรงอัดสูงควรใช้น้ำให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำงานได้ ไม่เหลวจนเกินไป


วิธีผสมที่ถูกต้อง (ด้วยมือ/เครื่องผสม)

วิธีผสมปูนที่ถูกต้อง ด้วยมือ
  • การผสมด้วยมือ ควรผสมปูนและทรายให้เข้ากันก่อน แล้วจึงเติมหิน จากนั้นค่อยราดน้ำทีละน้อยแล้วคลุกเคล้าให้ทั่ว วิธีนี้เหมาะกับงานปริมาณน้อย เช่น งานซ่อมบ้าน งานก่ออิฐ หรือเทพื้นเล็ก ๆ
วิธีผสมปูนที่ถูกต้อง ด้วยเครื่องผสม
  • การผสมด้วยเครื่องโม่/เครื่องผสมคอนกรีต เหมาะกับงานปริมาณมาก ช่วยให้วัสดุเข้ากันทั่วถึง ได้คอนกรีตคุณภาพสม่ำเสมอ และลดเวลาในการทำงานลงมาก

เวลาการผสม

โดยทั่วไปควรผสม ไม่น้อยกว่า 2–3 นาที หากใช้เครื่องผสม และ ประมาณ 5 นาที หากผสมด้วยมือ เพื่อให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันทั่วถึง แต่ไม่ควรผสมนานเกินไป เพราะจะทำให้คอนกรีตเริ่มเซ็ตตัวก่อนนำไปใช้งาน


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการผสมปูน

หลายคนเข้าใจว่าเพียงแค่รู้ว่า ปูน 1 ถุง ผสม ทราย หิน เท่าไหร่ ก็เพียงพอแล้ว แต่ความจริงยังมีข้อผิดพลาดเล็ก ๆ ที่อาจทำให้คอนกรีตไม่แข็งแรง เช่นใส่น้ำมากเกินไป ไม่ได้ร่อนทราย และสัดส่วนไม่ตรงตามมาตรฐาน สิ่งเหล่านี้ต้องระวังเป็นพิเศษ

  • การ ใส่น้ำมากเกินไป มักทำให้เนื้อคอนกรีตเหลวจนเกินไป ส่งผลให้ความหนาแน่นลดลง พอแห้งแล้วคอนกรีตจะมีรูพรุน ไม่ทนทานต่อแรงกดและแรงดึง อีกทั้งยังเกิดการแตกร้าวได้ง่าย
  • การ ไม่ได้ร่อนทรายก่อนผสม ทำให้สิ่งสกปรกหรือดินปนอยู่ในปูน เมื่อแข็งตัวแล้วจะทำให้การยึดเกาะไม่ดี เนื้อคอนกรีตไม่แน่นเท่าที่ควร
  • และสุดท้ายคือการ ผสมไม่ตรงตามสัดส่วนมาตรฐาน เช่น ปูน 1 ถุง ผสมทรายหรือหินมากเกินไป ก็จะทำให้ปูนมีแรงยึดเกาะไม่เพียงพอ หรือถ้าใส่ปูนมากเกินไปก็เปลืองโดยไม่จำเป็น

ดังนั้นการควบคุมทุกขั้นตอนให้ถูกต้องตั้งแต่การวัดสัดส่วน ร่อนทราย การเติมน้ำในปริมาณที่พอดี และผสมให้ทั่วถึงตามเวลาที่กำหนด ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้คอนกรีตแข็งแรง ทนทาน และได้คุณภาพตามมาตรฐานงานก่อสร้าง


วิธีเลี่ยงข้อผิดพลาดในการผสมปูน

เมื่อรู้แล้วว่า ปูน 1 ถุง ผสม ทราย หิน เท่าไหร่ ที่เหมาะสม ขั้นตอนต่อไปคือการเลี่ยงข้อผิดพลาด เช่น การควบคุมปริมาณน้ำอย่างเหมาะสม การร่อนทรายก่อนผสม และการชั่งตวงสัดส่วนให้ตรงตามมาตรฐาน  สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้จะช่วยให้งานออกมามีคุณภาพมากขึ้น

  • อันดับแรกคือ ควบคุมปริมาณน้ำอย่างเหมาะสม ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป โดยทั่วไปอัตราส่วนที่เหมาะสมคือ น้ำประมาณ 0.45–0.55 เท่าของน้ำหนักปูน ซึ่งช่วยให้คอนกรีตมีความหนาแน่นและกำลังอัดสูง อีกทั้งยังป้องกันปัญหาการแตกร้าวในอนาคตได้
  • ต่อมาคือการ ร่อนทรายก่อนผสม เพื่อกำจัดดิน ฝุ่น หรือเศษวัสดุอื่นที่ปนมาในทราย ขั้นตอนนี้ช่วยให้เนื้อคอนกรีตแน่นขึ้น ยึดเกาะได้ดี และมีผิวงานที่เรียบสวยงามมากกว่าเดิม
  • สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ การชั่งตวงสัดส่วนให้ตรงตามมาตรฐาน เช่น ปูน 1 ถุง (50 กก.) ใช้คู่กับทรายและหินตามสูตรงานแต่ละประเภท หากกะด้วยสายตามักเกิดความคลาดเคลื่อนและทำให้คุณภาพคอนกรีตไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นควรใช้ถังหรือภาชนะที่มีขนาดแน่นอนในการตวงทุกครั้ง

นอกจากนี้ควร ผสมปูนให้ทั่วถึง ไม่ว่าจะใช้เครื่องผสมคอนกรีตหรือผสมด้วยมือ ต้องให้ปูน น้ำ ทราย และหินกระจายตัวสม่ำเสมอ เพื่อให้เนื้อคอนกรีตมีความแข็งแรงเท่ากันทุกส่วน


คำแนะนำเรื่องความปลอดภัยและการใช้งานจริงในไซต์งาน

โดยสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ในการผสมปูน นอกจากสูตรก็คือ ความปลอดภัยและการจัดเก็บปูนซีเมนต์ในไซต์งาน เพื่อป้องกันอันตรายและรักษาคุณภาพวัสดุให้นำมาใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ

อุปกรณ์ป้องกัน เมื่ออยู่ในไซต์งาน

อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE)

  • ถุงมือยาง/ถุงมือกันสารเคมี → ป้องกันการระคายเคืองผิวหนังจากปูนที่มีฤทธิ์ด่าง
  • หน้ากากกันฝุ่น (N95 หรือ P100) → ช่วยป้องกันฝุ่นปูนเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ
  • แว่นตานิรภัย เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และรองเท้าบูท → ลดการสัมผัสโดยตรงและป้องกันเศษวัสดุกระเด็นเข้าตา

การเก็บรักษาปูนซีเมนต์

  • เก็บในที่แห้ง ไม่ถูกแดดหรือฝน
  • วางถุงปูนบนพาเลทยกสูงจากพื้น อย่างน้อย 10 ซม. ป้องกันความชื้น
  • ถุงที่เปิดแล้วควรปิดปากถุงแน่น คลุมด้วยพลาสติก
  • ใช้ระบบ First In First Out (FIFO) → ใช้ถุงเก่าก่อนเพื่อลดความเสียหายจากการแข็งตัว

การขนย้ายและใช้งาน

  • หลีกเลี่ยงการยกถุงปูนด้วยแรงคนเพียงอย่างเดียว
  • หากต้องยก ให้ใช้กำลังขาแทนการก้มหลัง เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ
  • ควรใช้รถเข็นหรือล้อเลื่อนช่วยขนย้ายเพื่อลดแรงงาน

การจัดการเศษปูนและน้ำปูน

  • ห้ามทิ้งน้ำปูนลงท่อโดยตรง เพราะอาจทำให้ท่ออุดตัน
  • ควรทำบ่อพักน้ำให้ตะกอนตกลงก่อน จึงค่อยปล่อยน้ำออกไป

ราคาปูน 1 ถุง และต้นทุนโดยประมาณเมื่อผสมกับทราย-หิน

ราคาปูนซีเมนต์ 1 ถุง โดยทั่วไปปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ถุงละ 50 กก. ราคาจะอยู่ประมาณ 150–200 บาท/ถุง ปูนผสมเสร็จบางยี่ห้ออาจอยู่ที่ 140–170 บาท/ถุง ปูนปอร์ตแลนด์ชนิดพิเศษ (งานโครงสร้าง/ทนซัลเฟต) อาจสูงถึง 220–250 บาท/ถุง

ต้นทุนโดยประมาณ (ต่อปูน 1 ถุง)

สมมติราคาทั่วไป (ค่าเฉลี่ย กทม./ปริมณฑล)

  • ปูนซีเมนต์ 50 กก. → 170 บาท
  • ทราย 1 ลูกบาศก์เมตร ≈ 600 บาท → ใช้ 0.07 ม³ ≈ 40 บาท
  • หิน 1 ลูกบาศก์เมตร ≈ 750 บาท → ใช้ 0.13 ม³ ≈ 100 บาท
  • น้ำ → คิดค่าใช้จ่ายน้อยมาก (แทบไม่ถึง 5 บาท)

รวมต้นทุน ≈ 310 บาท/ปูน 1 ถุง และจะได้คอนกรีตสดประมาณ 0.25–0.30 ม³

ถ้าคิดเป็นคอนกรีต 1 ลูกบาศก์เมตร จะใช้ปูนประมาณ 6–7 ถุง รวมต้นทุนเฉลี่ย 1,800–2,200 บาท/ม³ (ไม่รวมค่าแรงและค่าขนส่ง)


บทสรุป

คำถามยอดฮิต “ปูน 1 ถุง ผสม ทราย หิน เท่าไหร่” บความนี้มีคำตอบที่ขึ้นอยู่กับทุกประเภทงานก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นงานก่ออิฐ งานฉาบผนัง หรือการเทคอนกรีตโครงสร้าง

อย่างไรก็ตาม การผสมปูนให้ได้คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่สัดส่วนเท่านั้น แต่ยังต้องใส่ใจเรื่องปริมาณน้ำ วิธีผสม เวลาคลุกเคล้า และการสวมอุปกรณ์ป้องกัน รวมถึงการเก็บรักษาปูนอย่างถูกวิธีด้วย

และถ้าคุณกำลังวางแผนสร้างบ้านบุรีรัมย์ในอนาคต การเลือกบ้านทำเลดี แบบบ้านที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงเรื่องวัสดุคุณภาพก็สำคัญ โดยสามารถอ่านบทความ สาระน่ารู้ เรื่องวัสดุก่อสร้างที่น่าสนใจ ได้บนเว็บไซต์ บุรีรัมย์น่าอยู่ หรือ คลิก อ่านบทความ ที่นี่


บทความที่น่าสนใจ


บุรีรัมย์น่าอยู่ เว็บไซต์อสังหาฯ ที่รวมทุกเรื่องที่อยู่ของคนบุรีรัมย์ ค้นหาบ้าน ทรัพย์มือสอง บริการรับสร้างบ้าน บริการเช่าหอพัก และ ที่ดินทำเลดี ได้จากลิงค์ด้านล่างเลยค่า 👍

➡) หาบ้านบุรีรัมย์โครงการใหม่ คลิก
➡) หาบริษัทรับสร้างบ้าน ต่อเติม รีโนเวท คลิก
➡) หาบ้านมือสอง บ้านพร้อมอยู่ ทำเลดี คลิก
➡) ที่ดินเปล่า ที่ดินเกษตร จ.บุรีรัมย์ คลิก
➡) หาหอพัก/บ้านเช่า คลิก
➡) ทดลองคำนวณวงเงินกู้สินเชื่อบ้าน คลิก


ช่องทางการติดต่อ

▪️ Facebook : บุรีรัมย์น่าอยู่
▪️ Line official : @buriramnayoo
▪️ Tiktok : บุรีรัมย์น่าอยู่
▪️ Instagram : @buriram.nayoo
▪️ YouTube : บุรีรัมย์น่าอยู่
▪️ TEL : 092-254-1846 / 080-010-4116