ถ้าคุณกำลังวาดฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง! วันนี้น้องบุรีรัมย์น่าอยู่กลับมาพร้อมกับหัวข้อที่ "เรียล" และสำคัญที่สุดสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ นั่นคือการ “วางแผนชีวิตผ่านการกู้ซื้อบ้าน”

เชื่อว่าหลายคนเจอปัญหาเดียวกัน คือเจอ บ้านบุรีรัมย์ ที่ถูกใจ ทำเลใช่ แต่พอก้มดูสลิปเงินเดือนแล้วแอบคิดว่า “ลำพังเงินเดือนเราคนเดียว แบงก์จะอนุมัติไหมนะ แล้วกู้ร่วมซื้อบ้านกับใครได้บ้าง?” อย่าเพิ่งถอดใจไปค่ะ! เพราะโลกการเงินเขามีตัวช่วยที่เรียกว่า “กู้ร่วม” วันนี้น้องบุรีรัมย์น่าอยู่เลยขออาสามากางตำรา แฉทุกมุมมอง ทั้งข้อดี ข้อเสีย และกฎเหล็กที่ต้องรู้ เพื่อให้ทุกคนวางแผนชีวิตได้อย่างรอบคอบ ไม่พลาดจนต้องมานั่งปวดหัวทีหลัง พร้อมแล้วไปลุยกันเลยค่า!


ทำความรู้จัก “กู้ร่วมซื้อบ้านกับใครได้บ้าง” ตัวช่วยสานฝันคนอยากมีบ้าน

การ กู้ร่วมซื้อบ้าน อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด คือ การที่มีบุคคลอื่นมายื่นเรื่องขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยร่วมกับผู้กู้หลัก เพื่อให้ธนาคารเห็นว่า “เรามีความสามารถในการชำระหนี้เพิ่มขึ้น”

โดยปกติแล้ว ธนาคารจะดูรายได้สุทธิของเราเทียบกับภาระหนี้ หากรายได้คนเดียวไม่ถึงเกณฑ์ หรือคำนวณแล้ววงเงินที่ได้ไม่พอซื้อบ้านในฝัน การนำรายได้ของผู้กู้ร่วมมารวมด้วย จะทำให้ฐานเงินเดือนรวมสูงขึ้น ส่งผลให้วงเงินอนุมัติสูงขึ้นตามไปด้วย หรือทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ (DSR) ลดลงจนผ่านเกณฑ์อนุมัตินั่นเอง

📍บทความแนะนำ : เงินเดือน 15000 กู้ ซื้อ บ้าน ได้กี่บาท? สอนคำนวณ DSR ก่อนกู้ ซื้อบ้าน

อย่างไรก็ตาม การ กู้ร่วม ไม่ได้หมายความว่ากรรมสิทธิ์ในบ้านจะเป็นของคนใดคนหนึ่งเสมอไป มันหมายถึง “หนี้ร่วม” ที่ทั้งสองฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกันจนกว่าจะผ่อนหมด นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนชีวิตที่ต้องคุยกันให้เคลียร์ที่สุด


กู้ร่วมซื้อบ้านกับใครได้บ้าง? (เช็กความสัมพันธ์ก่อนยื่นกู้)

คำถามยอดฮิตที่คนถาม Google กันเยอะมากคือ กู้ร่วมซื้อบ้านกับใครได้บ้าง? ในอดีตธนาคารค่อนข้างเข้มงวด ต้องเป็นสายเลือดเดียวกันเท่านั้น แต่ในปี 2569 นี้ โลกเปิดกว้างขึ้นมาก ธนาคารหลายแห่งปรับเงื่อนไขให้ยืดหยุ่นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย มาเช็กกันเลยว่าสถานะของคุณเข้าข่ายกลุ่มไหน

1. กลุ่มเครือญาติและสายเลือด (The Family)

กลุ่มนี้อนุมัติง่ายที่สุด เพราะมีความสัมพันธ์ทางกฎหมายและสายเลือดชัดเจน ได้แก่

  • พ่อแม่ กู้ร่วมกับ ลูก: เป็นเคสที่พบบ่อยที่สุด เพื่อช่วยลูกจบใหม่ให้มีบ้านหลังแรก
  • พี่น้องท้องเดียวกัน: ต้องมีนามสกุลเดียวกัน หรือถ้าคนละนามสกุล (เช่น หญิงแต่งงาน) ต้องใช้ทะเบียนบ้านและสูติบัตรยืนยันว่าเป็นพ่อแม่เดียวกัน
  • สามี-ภรรยา (จดทะเบียนสมรส): ถือเป็นบุคคลเดียวกันในทางกฎหมาย กู้ร่วมได้สบายมาก

2. กลุ่มคู่สมรสไม่จดทะเบียน (Common-law Partners)

สำหรับคู่รักที่แต่งงานกัน หรืออยู่กินกันฉันสามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส อยากกู้ร่วมแบบยังไม่จดทะเบียน ปัจจุบันธนาคารยอมรับมากขึ้น โดยต้องมีหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ เช่น

  • ภาพถ่ายงานแต่งงาน
  • การ์ดแต่งงาน
  • มีบุตรร่วมกัน (ใช้สูติบัตรลูกยืนยัน)
  • ทะเบียนบ้านที่อยู่ด้วยกัน

3. กลุ่มคู่รัก LGBTQ+ (สมรสเท่าเทียม)

ถือเป็นข่าวดีของยุคนี้! หลายธนาคารมีสินเชื่อสำหรับคู่รัก LGBTQ+ โดยเฉพาะ การ กู้ร่วมของกลุ่มนี้มีเงื่อนไขใกล้เคียงกับคู่สมรสปกติ โดยอาจต้องใช้เอกสารยืนยันการอยู่ร่วมกัน หรือเอกสารรับรองการเป็นคู่ชีวิต (ตามกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่บังคับใช้ล่าสุด) เพื่อแสดงเจตจำนงในการสร้างครอบครัวร่วมกัน

4. เพื่อนหรือแฟน (กรณีไม่มีหลักฐานแต่งงาน)

ข้อนี้ต้องระวัง! โดยทั่วไปธนาคาร “ไม่รับ” ให้เพื่อนกู้ร่วมกับเพื่อน หรือแฟนที่คบกันเฉยๆ โดยไม่มีหลักฐานการใช้ชีวิตร่วมกัน เพราะความเสี่ยงสูงที่ความสัมพันธ์จะจบลงก่อนหนี้หมด ยกเว้นบางธนาคารที่มีแคมเปญพิเศษจริงๆ ดังนั้นถ้าจะกู้ร่วมกับแฟน ต้องเตรียมหลักฐานให้แน่นที่สุด


กู้ร่วมซื้อบ้านได้ กี่ คน? และเงื่อนไขที่ต้องรู้

นอกจากคำถาม กู้ร่วมซื้อบ้านกับใครได้บ้าง อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่คนอยากมีบ้านต้องรู้คือ 'กู้ร่วมซื้อบ้านได้ กี่ คน?' จะรวมพลังกันทั้งครอบครัวเลยได้ไหม? น้องบุรีรัมย์น่าอยู่ขอบอกเลยว่าเรื่องนี้ธนาคารเขามีลิมิตนะ! แถมยังมีเงื่อนไขเรื่อง 'อายุผู้กู้' ที่เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดระยะเวลาผ่อนอีกด้วย มาเช็กเงื่อนไขให้ชัวร์ก่อนยื่นกู้ จะได้วางแผนถูกและไม่เสียเวลาเตรียมเอกสารเก้อ

จำนวนผู้กู้ร่วมสูงสุด

โดยมาตรฐานของธนาคารส่วนใหญ่ จะกำหนดให้มีผู้กู้ร่วมได้ ไม่เกิน 3 คน (รวมผู้กู้หลักเป็น 3 คน) แต่บางธนาคารอาจให้แค่ 2 คนเท่านั้น การที่มีชื่อผู้กู้ร่วมเยอะ ไม่ได้แปลว่าจะดีเสมอไป เพราะธนาคารจะเช็ก “เครดิตบูโร” ของทุกคน หากมีคนใดคนหนึ่งติด Blacklist หรือประวัติการเงินไม่ดี อาจพากันกู้ไม่ผ่านยกแก๊ง

เงื่อนไขด้านอายุ

นอกจากที่ควรรู้ว่ากู้ร่วมซื้อบ้านกับใครได้บ้าง ยังต้องดูอายุของผู้กู้ทุกคนประกอบด้วย โดยปกติระยะเวลาผ่อนชำระรวมกับอายุผู้กู้ต้องไม่เกิน 65-70 ปี (บางแบงก์ขยายถึง 75 ปีสำหรับ กลุ่มอาชีพพิเศษ)

  • ไพ่ตาย: ธนาคารมักจะยึดอายุของ “ผู้กู้ที่อายุน้อยที่สุด” เพื่อให้ผ่อนได้นานที่สุด แต่ บางกรณีถ้ากู้ร่วมกับพ่อแม่ที่ใกล้เกษียณ ธนาคารอาจดูความสามารถในการหารายได้ของผู้กู้หลักเป็นสำคัญ หรือลดระยะเวลาผ่อนลง ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนสูงขึ้น

เจาะลึกกรรมสิทธิ์: ใส่ชื่อใคร เป็นของใคร?

การ กู้ร่วม มีผลโดยตรงต่อกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งแบ่งได้ 2 กรณีใหญ่ๆ ที่ต้องตกลงกันให้ดีก่อนโอนที่กรมที่ดิน

กรณีที่ 1: กู้ร่วม และ ใส่ชื่อร่วมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์

แบบนี้คือ “เจ้าของร่วม” อย่างแท้จริง กรรมสิทธิ์จะถูกแบ่งคนละครึ่ง (หรือตามสัดส่วนที่ระบุ) ข้อดีคือยุติธรรม สบายใจทั้งสองฝ่าย แต่ข้อเสียคือ หากจะขาย โอน หรือจำนอง ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย จะทำอะไรพลการไม่ได้

กรณีที่ 2: กู้ร่วม แต่ ใส่ชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์คนเดียว

แบบนี้เรียกว่า “กู้ร่วม แบบค้ำประกันรายได้” ชื่อหลังโฉนดมีคนเดียว แต่หนี้มีสองคน กรณีนี้ผู้กู้ร่วมจะมีความเสี่ยงสูง เพราะมีชื่อเป็นลูกหนี้แต่ไม่มีสิทธิ์ในตัวบ้าน หากเกิดปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง เจ้าของชื่อในโฉนดมีสิทธิ์ไล่อีกฝ่ายออกจากบ้านได้ตามกฎหมาย (แม้จะช่วยผ่อนก็ตาม) ดังนั้น การวางแผนชีวิตคู่ตรงนี้สำคัญมาก


ข้อดี vs ข้อเสีย ของการกู้ร่วม (อ่านให้ชัวร์ก่อนเซ็น)

เพราะการกู้ร่วมไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือการวางแผนอนาคตร่วมกันของคนสองคน ก่อนจะตัดสินใจเซ็นสัญญา น้องบุรีรัมย์น่าอยู่อยากให้คุณ ลองหยุดเช็ก 'ข้อดี' และ 'ความเสี่ยง' ที่อาจเกิดขึ้นในตารางด้านล่างนี้ก่อน เพื่อให้การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการวางแผนชีวิตที่มั่นคง รอบคอบ และแฮปปี้ที่สุดสำหรับครอบครัวเรา

ประเด็นที่ต้องวางแผน ✅ ข้อดีที่ช่วยให้ฝันเป็นจริง ⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
วงเงินกู้บ้าน รวมรายได้ของผู้กู้ทุกคน ช่วยเพิ่มวงเงินกู้ ทำให้มีโอกาสซื้อบ้านหลังใหญ่ขึ้น หรือเลือกทำเลที่มีศักยภาพมากกว่า วงเงินกู้ที่สูงขึ้นหมายถึงภาระหนี้ระยะยาว และดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาที่เพิ่มขึ้น
การอนุมัติสินเชื่อ ธนาคารมองเห็นความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น จากฐานรายได้รวม ทำให้โอกาสกู้ผ่านสูงขึ้น ประวัติเครดิตต้องดีทุกคน หากผู้กู้ร่วมคนใดมีปัญหา อาจทำให้ไม่ผ่านอนุมัติทั้งหมด
กรรมสิทธิ์บ้าน เป็นเจ้าของร่วมกัน สร้างความมั่นคงในการวางแผนครอบครัวและอนาคตร่วมกัน การขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ถือกรรมสิทธิ์ทุกฝ่าย
สิทธิประโยชน์ทางการเงิน ใช้ฐานรายได้รวมเป็นหลัก ช่วยให้กู้ผ่านได้ง่าย แม้รายได้ส่วนบุคคลไม่สูง ผู้กู้ร่วมอาจเสียสิทธิ์บ้านหลังแรก รวมถึงโอกาสรับดอกเบี้ยพิเศษหรือสิทธิ์ลดหย่อนภาษี
ความสัมพันธ์ เป็นการแสดงถึงความพร้อมในการใช้ชีวิตคู่ และการวางแผนอนาคตร่วมกัน หากความสัมพันธ์เปลี่ยนแปลง การถอนชื่อหรือแบ่งทรัพย์สินมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อน

How to วางแผนชีวิต: ถ้า “ความรัก” จบ แต่ “หนี้” ไม่จบ ทำยังไง?

เรื่องนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นในชีวิตคู่ แต่ในโลกความเป็นจริง 'สัญญากู้บ้าน' มันผูกมัดเรายาวนานถึง 30 ปี ซึ่งบางครั้งอาจจะยาวนานกว่าความสัมพันธ์เสียอีก การวางแผนทางหนีทีไล่ไว้ล่วงหน้าจึงไม่ใช่การแช่งตัวเอง แต่คือการ 'กันไว้ดีกว่าแก้' เพื่อไม่ให้ปัญหาหัวใจลุกลามจนกลายเป็นปัญหาหนี้เสียที่ทำลายอนาคตทางการเงินของทั้งคู่ น้องบุรีรัมย์น่าอยู่ขอพามาดูทางออกที่เจ็บตัวน้อยที่สุดและแฟร์กับทุกฝ่ายกัน

  1. ขายบ้านแล้วแบ่งเงิน: วิธีที่แฟร์ที่สุด ขายบ้าน นำเงินไปปิดหนี้ธนาคาร ส่วนต่างที่เหลือแบ่งกัน แต่ถ้าขายได้ต่ำกว่าหนี้ ก็ต้องช่วยกันหาเงินมาโปะส่วนต่าง
  2. ฝ่ายหนึ่งซื้อต่อ (รีไฟแนนซ์): หากฝ่ายหนึ่งอยากได้บ้านไว้ ต้องทำการ “ถอนชื่อผู้กู้ร่วม” โดยการรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ หรือขอกู้เพิ่มเพื่อซื้อส่วนของอีกฝ่าย ซึ่งฝ่ายที่รับช่วงต่อต้องมีรายได้มากพอที่จะกู้คนเดียวผ่าน
  3. ผ่อนต่อไม่ไหว ปล่อยยึด: ทางเลือกสุดท้ายที่เจ็บปวด เพราะจะเสียเครดิตบูโรทั้งคู่ ติด Blacklist ทำธุรกรรมการเงินไม่ได้อีกนาน

คำแนะนำ: ก่อนกู้ร่วม ควรทำบันทึกข้อตกลงกันเองภายใน (สัญญาใจที่เป็นลายลักษณ์อักษร) ว่าใครผ่อนเท่าไหร่ และถ้าเลิกกันจะจัดการทรัพย์สินอย่างไร แม้จะไม่มีผลทางกฎหมาย 100% เท่าทะเบียนสมรส แต่ใช้เป็นหลักฐานยืนยันเจตนาได้


บทสรุป

ก่อนตัดสินใจลงลายมือชื่อ น้องบุรีรัมย์น่าอยู่ขอแนะนำให้คุยกันให้ชัดเจน ตรวจสอบเงื่อนไขว่า กู้ร่วมซื้อบ้านกับใครได้บ้าง และวางแผนเผื่ออนาคตในกรณีฉุกเฉินไว้ด้วย การมีบ้านคือความสุข แต่การมีบ้านพร้อมการวางแผนชีวิตที่รัดกุม คือความมั่นคงที่แท้จริงค่ะ

หากใครพร้อมแล้ว และกำลังมองหาบ้านสวย ๆ ในทำเลศักยภาพ ลองแวะมาเลือกชมโครงการ บ้านบุรีรัมย์ ได้เลยนะคะ เรามีข้อมูลครบถ้วน เปรียบเทียบง่าย ช่วยให้คุณตัดสินใจได้คุ้มค่าที่สุด

ส่วนใครที่วางแผนสร้างครอบครัวขยาย อยากได้พื้นที่กว้างๆ มีห้องนอนล่างให้คุณพ่อคุณแม่ หรืออยากมีสระว่ายน้ำส่วนตัว น้องบุรีรัมย์น่าอยู่ขอชี้เป้าโครงการคุณภาพระดับพรีเมียมที่คัดมาให้แล้วเน้นๆ ในปี 2569 ตามไปส่องพิกัดความคุ้มค่ากันต่อได้ที่นี่เลย 👉 รวม 9 พิกัด บ้านหรู บุรีรัมย์ งบ 3-5 ล้าน! ฟังก์ชันครบ ทำเลดี


FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกู้ร่วม

Q: เพื่อนสนิทกันมาก กู้ร่วมซื้อบ้านได้ไหมคะ?

A: โดยทั่วไปธนาคารส่วนใหญ่ "ไม่รับ" กรณีเพื่อนกู้ร่วมกับเพื่อนค่ะ เพราะความเสี่ยงสูงที่ความสัมพันธ์จะเปลี่ยนแปลง ยกเว้นบางธนาคารที่มีเงื่อนไขพิเศษจริงๆ หรือกรณีที่เป็น LGBTQ+ และใช้เอกสารยืนยันการอยู่ร่วมกันแทนค่ะ

Q: ถ้ากู้ร่วมแล้ว คนหนึ่งเสียชีวิต ต้องทำอย่างไร?

A: หนี้ในส่วนของผู้เสียชีวิตจะตกเป็นของ "ทายาท" ตามกฎหมายค่ะ แต่ถ้าทำ ประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ (MRTA) ไว้ ประกันจะจ่ายหนี้ในส่วนนั้นแทน (ตามวงเงินที่ทำ) ทำให้ผู้กู้ร่วมที่เหลือผ่อนต่อเฉพาะส่วนของตัวเอง หรืออาจจะหมดหนี้เลยก็ได้ แนะนำให้ทำประกัน MRTA ไว้เพื่อความอุ่นใจนะคะ

Q: กู้ร่วมได้ กี่ คน สูงสุด?

A: ปกติธนาคารให้สูงสุดที่ 3 คน ค่ะ (รวมผู้กู้หลักแล้ว) แต่บางธนาคารอาจให้แค่ 2 คน ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารและความสัมพันธ์ของผู้กู้ด้วยค่ะ

Q: เป็นพี่น้องกันแต่คนละนามสกุล กู้ร่วมได้ไหม?

A: ได้ค่ะ แต่ต้องใช้เอกสารยืนยันความสัมพันธ์เพิ่มเติม คือ "ทะเบียนบ้าน" และ "สูติบัตร" ของทั้งคู่ เพื่อแสดงให้ธนาคารเห็นว่ามีบิดาหรือมารดาคนเดียวกันค่ะ


บทความที่น่าสนใจ


บุรีรัมย์น่าอยู่เว็บไซต์อสังหาฯ ที่รวมทุกเรื่องที่อยู่ของคนบุรีรัมย์ ค้นหาบ้าน ทรัพย์มือสอง บริการรับสร้างบ้าน บริการเช่าหอพัก และ ที่ดินทำเลดี ได้จากลิงค์ด้านล่างเลยค่า 👍

➡) หาบ้านบุรีรัมย์โครงการใหม่ คลิก
➡) หาบริษัทรับสร้างบ้าน ต่อเติม รีโนเวท คลิก
➡) หาบ้านมือสอง บ้านพร้อมอยู่ ทำเลดี คลิก
➡) ที่ดินเปล่า ที่ดินเกษตร จ.บุรีรัมย์ คลิก
➡)หาหอพัก/บ้านเช่า คลิก
➡)ทดลอง คำนวณวงเงินกู้สินเชื่อบ้านคลิก


ช่องทางการติดต่อ

▪️ Facebook: บุรีรัมย์น่าอยู่
▪️ Line official: @buriramnayoo
▪️ Tiktok : บุรีรัมย์น่าอยู่
▪️ Instagram: @buriram.nayoo
▪️ YouTube : บุรีรัมย์น่าอยู่
▪️ TEL : 092-254-1846 / 080-010-4116