วิธีเขียนหนังสือมอบอำนาจขนส่ง โอนรถ-ต่อภาษี และเอกสารที่ต้องใช้ 2569
สำหรับคนมีรถ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ การทำเรื่องที่กรมการขนส่งทางบกถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในวันที่เราติดงานหรือธุระจนไปไม่ได้ หนังสือมอบอำนาจขนส่ง คือตัวช่วยที่จะทำให้เราส่งตัวแทนไปดำเนินการแทนได้ทันที บทความนี้น้องน่าอยู่ได้รวบรวมวิธีเขียนหนังสือมอบอำนาจขนส่งให้ถูกต้อง การเตรียมหลักฐานที่สำคัญ การระบุวัตถุประสงค์ในการมอบอำนาจให้ชัดเจน และข้อห้ามต่างๆ ที่เจ้าของรถควรรู้ก่อนส่งเอกสารให้ตัวแทนครับ
รูปแบบของหนังสือมอบอำนาจขนส่ง และการเลือกใช้แบบฟอร์ม
การเตรียมหนังสือมอบอำนาจสำหรับธุรกรรมรถยนต์ สิ่งสำคัญคือการใช้แบบฟอร์มที่เจ้าหน้าที่ให้การยอมรับ ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมใช้ "แบบฟอร์มมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก" เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลรถและสิทธิของเจ้าของเดิม โดยเจ้าของรถสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มของ กรมการขนส่งทางบก มาเตรียมไว้ก่อนได้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการทำงานของเจ้าหน้าที่ครับ
ธุระแบบไหนบ้างที่สามารถมอบอำนาจได้?
การมอบสิทธิให้บุคคลอื่นทำเรื่องแทนที่กรมขนส่งนั้น ครอบคลุมหลายกรณีที่คนใช้รถต้องเจอเป็นประจำ ได้แก่
- การโอนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนเจ้าของรถ
- การแจ้งเปลี่ยนลักษณะรถ หรือเปลี่ยนสีรถ
- การแจ้งย้ายรถไปใช้งานในจังหวัดอื่น
- การขอคัดสำเนาใบคู่มือจดทะเบียนกรณีสูญหาย
เทคนิคการเขียนหนังสือมอบอำนาจขนส่ง ให้ข้อมูลครบจบในใบเดียว
ความถูกต้องของลายละเอียดในตัวเอกสารคือสิ่งที่น้องน่าอยู่ย้ำเสมอครับ โดยเฉพาะการกรอกข้อมูลที่ต้องตรงเป๊ะ กับสมุดทะเบียนรถดั้งเดิม ไม่ควรมีการแก้ไขด้วยน้ำยาลบคำผิด และต้องใช้หมึกปากกาที่มีสีเดียวกันสม่ำเสมอทั้งฉบับเพื่อแสดงความเป็นเอกภาพของเอกสาร
ข้อมูลสำคัญที่ต้องระบุให้ชัดเจน
ในการเขียนหนังสือมอบอำนาจขนส่ง มีส่วนสำคัญที่เจ้าของรถต้องตรวจทานให้ละเอียดดังนี้
- รายละเอียดตัวรถ: ระบุเลขทะเบียน จังหวัดที่จดทะเบียน และประเภทรถให้ชัดเจน
- ขอบเขตอำนาจ: เขียนจุดประสงค์ให้เจาะจง เช่น "เพื่อดำเนินการแจ้งย้ายรถออก" หรือ "เพื่อโอนกรรมสิทธิ์รถคันดังกล่าว"
- ข้อมูลตัวบุคคล: ตรวจสอบชื่อและนามสกุลของผู้รับมอบอำนาจให้ถูกต้องตามบัตรประชาชน
รายการเอกสารแนบที่ต้องใช้ประกอบหนังสือมอบอำนาจขนส่ง
นอกจากการกรอกตัวใบมอบอำนาจให้สมบูรณ์แล้ว การแนบหลักฐานยืนยันตัวตนที่ครบถ้วนคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถยืนยันความเป็นเจ้าของรถและตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมได้ทันที หากเตรียมเอกสารไปไม่ครบอาจทำให้เสียเวลาและต้องกลับมาดำเนินการใหม่ได้ครับ
เช็คลิสต์เอกสารที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นกรมขนส่ง
เพื่อให้การยื่นเรื่องดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง เจ้าของรถและผู้รับมอบอำนาจควรเตรียมเอกสารสำคัญดังนี้ไปให้ครบถ้วนครับ
- หนังสือมอบอำนาจ: ที่กรอกรายละเอียดรถและลงลายมือชื่อผู้มอบอำนาจถูกต้อง
- สมุดคู่มือจดทะเบียนรถตัวจริง: (เล่มสีฟ้าสำหรับรถยนต์ หรือเล่มสีเขียวสำหรับรถจักรยานยนต์)
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ: พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ: เพื่อยืนยันตัวตนผู้ที่มาดำเนินการแทน
บทสงท้าย
การเตรียมหนังสือมอบอำนาจขนส่งอย่างถูกต้อง ไม่ใช่เพียงแค่การกรอกชื่อและนามสกุลเท่านั้น แต่คือการใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การตรวจสอบเลขตัวถังรถในเล่มทะเบียน การระบุขอบเขตอำนาจที่ชัดเจน ไปจนถึงการแนบเอกสารยืนยันตัวตนที่ครบถ้วน น้องน่าอยู่หวังว่าบทความนี้จะเป็นคู่มือชั้นดีที่ช่วยให้เพื่อน ๆ จัดการธุระเรื่องรถได้สำเร็จลุล่วงแบบไม่ต้องไปเสียเที่ยวครับ
สำหรับเพื่อนๆที่กำลังจัดการเรื่องรถเสร็จแล้ว และมองหาบ้านที่มีโรงจอดรถขนาดใหญ่ที่จอดได้ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ สามารถเข้ามาค้นหาและชมโครงการบ้านใหม่ๆได้ที่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด คอนโด และทาวน์โฮม
คำถามที่พบบ่อย
เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ที่สุด ได้รวบรวมข้อสงสัยที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยื่นหนังสือมอบอำนาจขนส่งที่กรมขนส่งมาฝากกันครับ
1.ถ้าเจ้าของรถเสียชีวิต สามารถใช้หนังสือมอบอำนาจขนส่งเดิมได้ไหม?
ตอบเลยว่า ไม่ได้ครับ หากเจ้าของรถเสียชีวิต สิทธิการมอบอำนาจเดิมจะถือเป็นอันสิ้นสุดลงทันที การดำเนินการหลังจากนี้ต้องผ่านขั้นตอนการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก หรือการรับโอนมรดกตามขั้นตอนที่กรมขนส่งกำหนดเท่านั้นครับ
2.ใช้ใบมอบอำนาจแบบทั่วไป (ที่ซื้อตามร้านเครื่องเขียน) แทนใบมอบอำนาจขนส่งได้ไหม?
จริง ๆ แล้วสามารถใช้ได้ครับ หากระบุรายละเอียดรถและขอบเขตอำนาจครบถ้วน แต่เพื่อความรวดเร็วและลดความผิดพลาด น้องน่าอยู่แนะนำให้ใช้แบบฟอร์มมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบกโดยตรงจะดีที่สุด เพราะเจ้าหน้าที่จะคุ้นเคยกับรูปแบบการวางข้อมูลและตรวจสอบได้ไวกว่าครับ
3. หนังสือมอบอำนาจขนส่งมีอายุกี่วัน มีวันหมดอายุไหม?
ปกติแล้วในแบบฟอร์มจะไม่ได้ระบุวันหมดอายุไว้ครับ แต่ทางปฏิบัติของกรมขนส่ง เอกสารไม่ควรมีอายุเกิน 3-6 เดือน นับจากวันที่ลงนาม (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในแต่ละกรณีด้วย) น้องน่าอยู่แนะนำว่า เพื่อความชัวร์และป้องกันการถูกปฏิเสธเอกสาร ควรเซ็นและระบุวันที่ให้ใกล้กับวันที่เราจะไปทำธุระมากที่สุดจะดีที่สุดครับ