เอาจริง ๆ ตอนเห็นคำว่า ประกันสังคม ปรับขึ้น 2569 หลายคนก็ตกใจ คิดว่าเงินเดือนจะโดนหักเพิ่มอีกแล้วหรือเปล่า แต่พอไปดูรายละเอียดจริง ๆ มันไม่ได้ขึ้นทันทีแบบกระโดดแรง ๆ นะครับ เขาแค่ปรับเพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบให้สูงขึ้นเท่านั้นเอง ถ้าเงินเดือนเรายังไม่เกินฐานใหม่ ก็แทบไม่มีอะไรเปลี่ยน
ข้อดีคือเงินสมทบที่เราจ่ายสามารถนำไปใช้เป็น ลดหย่อนภาษี 2569 ได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ช่วยลดภาระภาษีปลายปีได้อีกทางหนึ่ง ส่วนเรื่องสิทธิรักษาพยาบาลก็ยังใช้ได้ตามปกติ รวมถึงกรณี 15 โรคยกเว้น ประกันสังคม ที่สามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่กำหนดได้โดยไม่ต้องมีใบส่งตัวครับ
ประกันสังคม ปรับขึ้น 2569 เช็กตารางเงินสมทบใหม่ แบ่งเป็น 3 ช่วง

การปรับฐานเพดานเงินเดือนจะไม่ได้ปรับขึ้นแบบก้าวกระโดดทีเดียว แต่ใช้วิธีปรับแบบขั้นบันไดเพื่อให้ผู้ประกันตนและนายจ้างมีเวลาปรับตัว น้องน่าอยู่จะพาไปดูกันครับ
ขั้นที่ 1 (ช่วงปี 2569 – 2571)
ช่วงนี้คือจุดเริ่มต้นของการที่ ประกันสังคม ปรับขึ้น 2569 อย่างเป็นทางการ คนที่เงินเดือนเกิน 15,000 บาทจะเริ่มเห็นยอดหักเพิ่มจากเดิม
- เพดานเงินเดือนใหม่: 17,500 บาท
- ยอดเงินสมทบสูงสุด (5%): 875 บาทต่อเดือน (เพิ่มจากเดิมสูงสุด 750 บาท)
ขั้นที่ 2 (ช่วงปี 2572 – 2574)
เป็นการขยับต่อเนื่อง เพื่อเสริมความมั่นคงของกองทุนระยะยาว
- เพดานเงินเดือนใหม่: 20,000 บาท
- ยอดเงินสมทบสูงสุด (5%): 1,000 บาทต่อเดือน
ขั้นที่ 3 (ปี 2575 เป็นต้นไป)
ช่วงนี้จะมีผลชัดเจนกับการคำนวณบำนาญชราภาพในอนาคตครับ
- เพดานเงินเดือนใหม่: 23,000 บาท
- ยอดเงินสมทบสูงสุด (5%): 1,150 บาทต่อเดือน
ใครได้รับผลกระทบจากประกันสังคม ปรับขึ้น 2569 บ้าง?

สำหรับการปรับฐานเพดานเงินเดือนในครั้งนี้ กลุ่มที่ต้องเตรียมตัวมากที่สุดคือพนักงานบริษัทเอกชนและนายจ้างที่มีรายได้เกินเกณฑ์เดิม เพราะเมื่อ ประกันสังคม ปรับขึ้น 2569 จะทำให้ยอดเงินสมทบในสลิปเงินเดือนเปลี่ยนไปตามฐานใหม่ ตัวเลขนี้ไม่เพียงกระทบรายรับสุทธิแต่ละเดือนเท่านั้น แต่ยังเป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องใช้วางแผนเรื่องภาษี
โดยเฉพาะคนที่กำลังศึกษาเรื่อง วิธีขอคืนภาษี 2569 เพื่อให้ใช้สิทธิได้ครบและคำนวณยอดลดหย่อนได้ถูกต้อง ซึ่งรายละเอียดผลกระทบของแต่ละประเภทผู้ประกันตนมีดังนี้ครับ
ผู้ประกันตนมาตรา 33
ลูกจ้างประจำในบริษัทเอกชน อายุ 15-60 ปี ทำงานในสถานประกอบการที่มีพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป
- จ่าย 5% ของค่าจ้าง (ตามเพดานใหม่)
- คุ้มครอง 7 กรณี เช่น เจ็บป่วย คลอดบุตร ว่างงาน ชราภาพ
- เป็นกลุ่มที่ได้รับผลจากการปรับเพดานชัดที่สุด
ผู้ประกันตนมาตรา 39
ในปี 2569 ยังคงส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในอัตราเดิม
- จ่าย 432 บาท/เดือน
- ฐานคำนวณ 4,800 บาท
- ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับเพดานปี 2569
ผู้ประกันตนมาตรา 40
ในปี 2569 ยังคงจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมด้วยตนเองใน 3 ทางเลือกหลัก ได้แก่
- ทางเลือกที่ 1 จ่าย 70 บาท/เดือน,
- ทางเลือกที่ 2 จ่าย 100 บาท/เดือน,
- ทางเลือกที่ 3 จ่าย 300 บาท/เดือน โดยเน้นคุ้มครองกลุ่มอาชีพอิสระและฟรีแลนซ์
สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นจาก ประกันสังคม ปรับขึ้น 2569 มีอะไรบ้าง?

หลังจากมีมาตรการ ประกันสังคม ปรับขึ้น 2569 เพดานค่าจ้างใหม่ก็ถูกนำมาคิดคำนวณสิทธิประโยชน์หลายรายการตามไปด้วย ทำให้เงินที่ได้รับในบางกรณีเพิ่มขึ้นตามฐานใหม่ โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ
1.เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย
- เดิมคำนวณจากฐานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท (รับได้สูงสุดประมาณ 7,500 บาทต่อเดือน)
- แบบใหม่ปรับเป็นคำนวณจากฐาน 17,500 บาท (รับได้สูงสุดประมาณ 8,750 บาทต่อเดือน)
2.เงินทดแทนกรณีว่างงาน
- เดิมคำนวณจากฐานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท (รับได้สูงสุดประมาณ 7,500 บาทต่อเดือน)
- แบบใหม่ปรับเป็นคำนวณจากฐาน 17,500 บาท (รับได้สูงสุดประมาณ 8,750 บาทต่อเดือน)
3.เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ
- เดิมคิดจากฐาน 15,000 บาท
- แบบใหม่คิดจากฐาน 17,500 บาท ทำให้ยอดจ่ายต่อเดือนเพิ่มขึ้น
4.เงินค่าคลอดบุตร
- เดิม 22,500 บาทต่อครั้ง
- แบบใหม่ 26,250 บาทต่อครั้ง
5.เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต
- เดิม 90,000 บาท
- แบบใหม่ 105,000 บาท (สูงสุด)
6.เงินบำนาญชราภาพ (ส่งครบ 15 ปี)
- เดิม ประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน
- แบบใหม่ ประมาณ 3,500 บาทต่อเดือน
7.เงินบำนาญชราภาพ (ส่งครบ 25 ปีขึ้นไป)
- เดิม ประมาณ 5,250 บาทต่อเดือน
- แบบใหม่ ประมาณ 6,125 บาทต่อเดือน
ประกันสังคม ปรับขึ้น 2569 ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดเท่าไร?

สำหรับผู้ที่ต้องการนำเงินสมทบประกันสังคมไปใช้ลดหย่อนภาษี สามารถหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง โดยแต่ละมาตราจะมีเพดานวงเงินแตกต่างกันไป ทั้งผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 และ 40 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใช้สำหรับยื่นภาษีปี 2569
โดยเฉพาะ ผู้มีรายได้ควรตรวจสอบยอดเงินสมทบของตนเองให้ครบ 12 เดือน เพื่อใช้สิทธิได้เต็มจำนวนและวางแผนภาษีได้อย่างเหมาะสม
- ผู้ประกันตนมาตรา 33: สูงสุด 10,500 บาทต่อปี (เริ่มบังคับใช้เดือนมกราคม 2569)
- ผู้ประกันตนมาตรา 39: สูงสุด 5,184 บาทต่อปี
- ผู้ประกันตนมาตรา 40: สูงสุด 3,600 บาทต่อปี
บทสรุป
การที่ ประกันสังคม ปรับขึ้น 2569 อาจทำให้ยอดหักต่อเดือนเพิ่มเล็กน้อยสำหรับบางคน แต่ในอีกด้านหนึ่ง สิทธิประโยชน์ก็เพิ่มตามฐานใหม่เช่นกัน ถ้าเงินเดือนเราใกล้เพดานใหม่ หรือกำลังวางแผนเกษียณ การคำนวณตัวเลขล่วงหน้าไว้ก่อนจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
สิ่งที่ควรทำคือเริ่มคำนวณยอดเงินสมทบใหม่จากเพดานที่ปรับขึ้น วางแผนรายรับ–รายจ่ายให้เหมาะสม และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ใกล้เพดานใหม่หรือใกล้เกษียณอายุ ควรประเมินผลกระทบระยะยาวให้ชัดเจนครับ
สำหรับใครที่กำลังมองหา บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, คอนโดและทาวน์โฮม หรือค้นหาโครงการที่น่าสนใจและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์น่าอยู่ นอกจากนี้ยังมีสาระน่ารู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับบ้านที่น่าสนใจมาให้ทุกคนได้ติดตามกันอีกด้วยนะครับ
คำถามที่พบบ่อย
1. Q: นายจ้างต้องจ่ายเพิ่มด้วยไหม?
A: ต้องจ่ายเพิ่มครับ นายจ้างต้องจ่ายสมทบในอัตราเท่ากับลูกจ้าง คือสูงสุด 875 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน (สำหรับคนที่มีเงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป)
2. Q: คนทำงานพาร์ทไทม์ได้รับผลกระทบไหม?
A: ต้องดูรูปแบบการจ้างงานครับ ถ้าอยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 นายจ้างขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง ก็จะจ่าย 5% ตามค่าจ้างที่ได้รับจริง ไม่ได้ต่างจากพนักงานประจำ แต่ถ้าไม่ได้อยู่ในระบบ ม.33 ก็จะไม่เกี่ยวกับการปรับเพดานครั้งนี้
3. Q: ถ้าทำงานหลายที่ ต้องจ่ายเพิ่มสองที่หรือไม่?
A: ไม่ครับ ยอดเงินสมทบรวมทุกที่ต้องไม่เกินเพดานสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด