ชื่อไหมครับว่าหนึ่งในฝันร้ายของคนทำธุรกิจคือการเปิดร้านมาตั้งนาน แต่อยู่ดีๆ ก็มีจดหมายจากเทศบาลมาเคาะประตูเรียกเก็บ "ภาษีป้าย" แถมบางทีโดนย้อนหลังทำเอาเข่าอ่อนไปตามๆ กัน จนหลายคนเกิดคำถามว่าจริงๆ แล้วติดป้ายร้านต้องเสียเงินทุกกรณีเลยเหรอ? ตามกฎหมายปี 2569 ยังมีช่องทาง ข้อยกเว้นภาษีป้าย 2569 ให้เราได้หายใจคล่องคอขึ้น ถ้าเรารู้ว่าป้ายแบบไหนไม่ต้องเสียภาษี เราจะประหยัดงบได้เยอะมาก บทความนี้ผมจะสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าป้ายแบบไหนได้ไปต่อแบบฟรีๆ และถ้าโดนเรียกเก็บเงินขึ้นมาจริงๆ เราต้องสู้ยังไงครับ

ทำไมบางป้ายถึงได้สิทธิ์ "ยกเว้น" ไม่ต้องจ่ายภาษี?

ป้ายที่ยกเว้นไม่ต้องจ่ายภาษี

ปกติแล้วอะไรก็ตามที่เป็นชื่อร้านหรือโลโก้การค้ามักจะหนีภาษีไม่พ้นครับ ตาม พ.ร.บ. ภาษีป้าย 2510 ที่เราใช้กันอยู่ แต่รัฐเขาก็ยังมีมุมที่อะลุ่มอล่วยให้บ้าง โดยเฉพาะกับป้ายขนาดเล็ก หรือป้ายที่ไม่ใช่งานโฆษณาจ๋าๆ เพื่อช่วยลดต้นทุนให้คนค้าขายรายย่อยนั่นเองครับ การศึกษาเรื่องนี้ไว้จึงไม่ใช่แค่การหาทางเลี่ยงนะครับ แต่มันคือการบริหารต้นทุนธุรกิจแบบคนรู้จริงครับ

5 ประเภทป้ายแบบไหนไม่ต้องเสียภาษี ปี 2569

ประเภทป้ายไม่ต้องเสียภาษี

หากป้ายของเพื่อนๆ เข้าข่าย 1ใน 5 ประเภทนี้ เพราะนี่คือตัวอย่างของ ป้ายแบบไหนไม่ต้องเสียภาษี แน่นอน

1.  ป้ายในอาคาร (ขนาดไม่เกิน 3 ตารางเมตร)

ใครเปิดร้านในห้าง หรือออฟฟิศที่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลเตรียมจดไว้เลยครับ ถ้าป้ายติดอยู่ข้างในอาคารและขนาดไม่ได้ใหญ่เกิน 3 ตร.ม. กฎหมายมองว่าเป็นพื้นที่รโหฐานจึงยกเว้นให้ครับ แต่ย้ำนิดนึงนะ! คำว่า "ในอาคาร" ต้องเป็นป้ายที่ไม่ได้มองเห็นจากที่สาธารณะแบบจงใจเกินไป และไม่ใช่ป้ายชื่อบริษัทตามกฎหมายพาณิชย์นะครับ

2. ป้ายบนกล่องพัสดุหรือตัวสินค้า

ไม่ว่าจะเป็นป้ายราคาที่แปะบนสินค้า หรือป้ายยี่ห้อที่พิมพ์ลงบนกล่องพัสดุ สิ่งเหล่านี้คือตัวอย่างชัดเจนของ ป้ายแบบไหนไม่ต้องเสียภาษีครับเพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของตัวผลิตภัณฑ์โดยตรง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อโฆษณาแยกส่วนออกมา

3. ป้ายในงานอีเว้นท์หรือพื้นที่จัดงานครั้งคราว

ถ้าใครต้องไปออกบูธตามงานแฟร์ งานแสดงสินค้า หรือพวกงานเทศกาลที่จัดขึ้นแค่ชั่วคราวแล้วกำลังสงสัยว่าป้ายแบบไหนไม่ต้องเสียภาษีบ้าง? คำตอบคือป้ายที่ติดอยู่ภายในบริเวณพื้นที่จัดงานนั้นๆ จะได้รับการยกเว้นครับ แต่มีจุดที่ต้องระวังนิดหนึ่งนะ คือถ้างานจบไปแล้วแต่เราดันลืมถอดป้ายทิ้งไว้จนกลายเป็นป้ายถาวร แบบนี้อาจจะโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้เหมือนกันครับ ทางที่ดีงานเลิกเมื่อไหร่รีบเก็บกลับบ้านทันทีจะปลอดภัยที่สุดครับ

4. ป้ายบนยานพาหนะขนาดเล็ก และรถส่วนบุคคล

สำหรับเจ้าของรถยนต์ส่วนบุคคล รถมอเตอร์ไซค์ หรือแม้แต่รถแทรกเตอร์ที่ใช้งานทั่วไป ถ้าติดป้ายไว้ที่ตัวรถกลุ่มนี้บอกเลยว่าสบายใจได้ครับ เพราะจัดอยู่ในหมวดป้ายแบบไหนไม่ต้องเสียภาษี ที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย รวมถึงพวกป้ายบนยานพาหนะขนาดเล็กอื่นๆ ที่ไม่ได้ทำเพื่อการค้าเป็นหลักด้วย แต่ทริคสำคัญคือต้องเป็นรถส่วนตัวจริงๆ นะครับ ถ้าเริ่มขยับไปเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถขนส่งสินค้าอันนั้นอาจจะมีเงื่อนไขอื่นตามมาครับ

5. ป้ายหน่วยงานการกุศล วัด และราชการ

ป้ายของวัด มูลนิธิ หรือสมาคมที่ทำเพื่อส่วนรวม ไม่ได้เน้นหากำไรเข้ากระเป๋า กลุ่มนี้คือคำตอบที่ชัดที่สุดของคำว่าป้ายแบบไหนไม่ต้องเสียภาษีครับ เพราะกฎหมายยกเว้นให้หมดเลย

อยากติดป้ายแบบ "ประหยัดงบ" ต้องทำยังไง?

ป้ายที่จ่ายภาษีถูก

ถ้าดูแล้วยังไงก็ต้องเสียภาษี  มีทางลัดให้จ่ายน้อยลงครับ

  1. ใช้ภาษาไทยนำ: อัตราภาษีป้ายที่มีแค่ภาษาไทยล้วนถูกกว่าป้ายที่มีภาษาอังกฤษพ่วงด้วยหลายเท่าตัวครับ
  2. ติดด้านในกระจก: ลองเปลี่ยนจากติดป้ายพ่นนอกร้าน มาติดอยู่หลังกระจกด้านในแทน ถ้าขนาดไม่เกินเกณฑ์
  3. 3 ตร.ม.อาจไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียวป้ายล้อเลื่อน: บางพื้นที่มองว่าป้ายที่มีล้อและเคลื่อนย้ายได้ไม่ใช่ป้ายถาวร อันนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจเจ้าหน้าที่ แนะนำให้แอบกระซิบถามเทศบาลแถวบ้านก่อนครับ

ข้อควรระวัง! ป้ายที่ดูเหมือนจะยกเว้น แต่อาจต้องเสียภาษี

ป้ายที่คิดว่าไม่ต้องเสียภาษี

หลายคนชอบเข้าใจผิดว่า ป้ายไวนิล (Banner) ที่เราทำมาแขวนไว้แค่ชั่วคราวหน้าร้านน่ะไม่ต้องเสียตังค์ จริงๆ แล้วถ้ามันเป็นป้ายโปรโมชั่นติดไว้โชว์ลูกค้า ยังไงเจ้าหน้าที่มาตรวจเจอเขาก็เก็บภาษีนะครับ ไม่ได้อยู่ในลิสต์ ป้ายแบบไหนไม่ต้องเสียภาษี อย่างที่คิดกันนะ ส่วนเรื่องป้ายออนไลน์หรือการยิงแอด Facebook แม้ตัวป้ายจะไม่มีภาษีป้ายกวนใจ แต่เพื่อนๆ อย่าลืมเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) กับภาษีเงินได้ที่ตามมาด้วยล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน! และเพื่อความปลอดภัยเวลาต้องยื่นเอกสารภาษี อย่าลืมแวะไปเช็กเทคนิค (แจกทริคเซ็นสำเนาถูกต้อง & บัตรประชาชนให้ปลอดภัย อัปเดต 2026)กันด้วยนะครับ

บทส่งท้าย

การมีความรู้เรื่อง ข้อยกเว้นภาษีป้าย 2569 และเข้าใจว่า ป้ายแบบไหนไม่ต้องเสียภาษี ไม่ได้หมายความว่าเราจะเลี่ยงภาษีนะครับ แต่มันคือการ รักษาสิทธิของเราตามกฎหมาย การเลือกขนาดป้าย และตำแหน่งการติดตั้งที่ถูกต้อง จะช่วยให้เราบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ

สำหรับเจ้าของกิจการที่กำลังขยับขยายทำเล หรือมองหาตึกแถว-อาคารพาณิชย์เพื่อเปิดหน้าร้านใหม่ อย่าลืมเข้ามาปรึกษา "น่าอยู่" นะครับ เรามีข้อมูลบ้านเดี่ยว  บ้านแฝด คอนโด และทาวน์โฮม ที่เหมาะกับการทำธุรกิจและอยู่อาศัยในที่เดียว พร้อมรีวิวเจาะลึกที่จะทำให้ทุกเรื่องอสังหาฯ ของเพื่อนๆเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่าที่สุดครับ

คำถามที่พบบ่อย

1.ป้ายโฆษณาในที่ดินตัวเอง ต้องเสียภาษีไหม?

เสียแน่นอนครับ หลายคนเข้าใจผิดว่าก็ที่ดินเราเอง ติดป้ายหน้าร้านตัวเองทำไมยังต้องจ่าย แต่ตามกฎหมายแล้วเขาดูที่ตัวป้ายและการมองเห็นครับ ถ้าป้ายนั้นหันออกไปให้คนสัญจรบนทางสาธารณะมองเห็นได้ ยังไงก็ต้องโดนประเมินภาษีครับ ยกเว้นว่าจะเป็นป้ายขนาดจิ๋วหรือเข้าข่ายลิสต์ ป้ายแบบไหนไม่ต้องเสียภาษีที่บอกไปข้างต้นครับ

2. ป้ายล้อเลื่อนที่ตั้งไว้หน้าร้าน สรุปแล้วรอดไหม?

เรื่องนี้บอกเลยว่าเป็น "พื้นที่สีเทา" ครับ ในทางทฤษฎีป้ายที่เคลื่อนย้ายได้ตลอดเวลาอาจจะไม่อยู่ในข่ายป้ายถาวร แต่ในทางปฏิบัติ เจ้าหน้าที่เทศบาลบางเขตเขามองว่าถ้าตั้งแช่ไว้ที่เดิมทุกวันเพื่อดึงดูดลูกค้า เขาก็มีสิทธิ์เรียกเก็บได้เหมือนกันครับ ทางที่ดีแนะนำให้คุยกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก่อน จะได้ไม่มาปวดหัวเรื่องเบี้ยปรับทีหลังครับ

3. ถ้าโดนเรียกเก็บย้อนหลังเยอะเกินไป ขอลดหย่อนได้ไหม?

ขอลดตรง ๆ อาจจะยาก แต่เรามีสิทธิ์ "อุทธรณ์" ครับ ถ้าเราคิดว่าเขาคำนวณขนาดป้ายเกินจริง หรือประเมินประเภทป้ายผิด (เช่น ป้ายภาษาไทยล้วนแต่โดนคิดราคามีภาษาอังกฤษ) ให้รีบยื่นเรื่องคัดค้านภายใน 30 วันครับ อย่าปล่อยเฉยเพราะถ้าเลยกำหนดแล้วจะแก้ไขอะไรไม่ได้เลยครับ