กระดาษทราย อาจดูเหมือนอุปกรณ์เล็ก ๆ ที่หลายคนใช้เพียงแค่ขัดผิวไม้หรือเหล็ก แต่ความจริงแล้วนี่คือ “ผู้ช่วยคนสำคัญ” ในงานช่างและงานตกแต่งที่เกี่ยวข้องกับพื้นผิวเกือบทุกชนิด ตั้งแต่งานไม้ งานเหล็ก งานทาสี ไปจนถึงงานซ่อมรถ ถ้าเลือกถูกประเภท งานก็จะออกมาเรียบเนียน สวยงาม และประหยัดแรงของช่างได้อีกด้วย

บทความนี้ น้องบุรีรัมย์น่าอยู่ จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของวัสดุชนิดนี้ ตั้งแต่พื้นฐาน วัสดุที่ใช้ทำ ประเภท เบอร์ เทคนิคเลือกซื้อ รวมไปถึงเคล็ดลับใช้งานจริงแบบที่ช่างมืออาชีพนิยมใช้กัน


กระดาษทรายคืออะไร?

กระดาษทราย (Sandpaper) คือวัสดุที่ใช้สำหรับขัดพื้นผิวให้เรียบ ลบคม หรือปรับแต่งชิ้นงานก่อนการลงสีและการเคลือบ โดยตัววัสดุขัดที่เราเห็นว่าเป็น “เม็ดทราย” นั้น แท้จริงคือสารที่มีคุณสมบัติแข็ง เช่น อลูมิเนียมออกไซด์ (Aluminum Oxide), ซิลิกอนคาร์ไบด์ (Silicon Carbide), เซรามิก (Ceramic Alumina) และกานเน็ต (Garnet) ที่ถูกเคลือบบนกระดาษหรือผ้า

ข้อดีของการใช้อุปกรณ์นี้ คือ สามารถเลือก “เบอร์” ให้เหมาะกับงานได้ ตั้งแต่เบอร์หยาบที่ใช้ลอกผิวออกไปมาก ๆ จนถึงเบอร์ละเอียดมากที่ช่วยเก็บงานให้เนียนจนแทบไร้รอย


วัสดุหลักที่ใช้ทำกระดาษทราย

แม้จะชื่อว่า กระดาษทราย แต่วัสดุชนิดนี้ไม่ได้ทำจากทรายธรรมดา แต่ผลิตจากเม็ดขัดพิเศษที่ออกแบบมาให้มีความแข็งแรงและเหมาะกับงานขัดหลากหลายประเภท แต่ละชนิดตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันไป มาดูกันดีกว่าว่าแบบที่เราต้องการเหมาะกับงานประเภทไหน

1.อลูมิเนียมออกไซด์ (Aluminum Oxide)

  • ใช้บ่อยที่สุด
  • แข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้นาน
  • เหมาะกับการขัดไม้ โลหะ และพลาสติก

2.ซิลิกอนคาร์ไบด์ (Silicon Carbide)

  • เม็ดทรายคมมากและแข็งกว่าอลูมิเนียมออกไซด์
  • เหมาะกับการขัดงานละเอียด งานสีรถยนต์ งานแก้ว และหิน
  • มักใช้แบบ Wet & Dry (ขัดได้ทั้งแบบแห้งและแบบเปียก)

3.เซรามิก อะลูมินา (Ceramic Alumina)

  • แข็งและคมเป็นพิเศษ
  • ใช้ในงานอุตสาหกรรมหนัก เช่น ขัดเหล็กกล้า สแตนเลส หรือโลหะที่แข็งมาก

4.เม็ดแก้ว / Garnet

  • เนื้อค่อนข้างนิ่มกว่าวัสดุอื่น
  • ให้ผิวขัดที่เรียบเนียนกว่า
  • มักใช้กับงานไม้หรืองานตกแต่งผิวที่ต้องการความละเอียด

ประเภทของกระดาษทราย

กระดาษทราย ไม่ได้มีแบบเดียว แต่ถูกพัฒนาออกมาหลากหลายเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งการขัดหยาบ ขัดละเอียด หรืองานซ่อมที่ต้องการความประณีต หากเราเลือกประเภทได้ถูกต้อง งานก็จะออกมาเรียบเนียนและมีคุณภาพมากขึ้น

โดยทั่วไปสามารถจำแนกออกได้หลายวิธี ทั้งตามลักษณะการใช้งาน ตามเบอร์ความหยาบ–ละเอียด และตามวัสดุขัดที่ใช้เคลือบผิว ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นเฉพาะตัว ดังนี้

1. แบ่งตาม รูปแบบ/ลักษณะการใช้งาน

ก่อนอื่น มาลองดูว่าวัสดุชนิดนี้ถูกออกแบบมาในกี่รูปแบบ เพราะงานแต่ละชนิดไม่สามารถใช้แบบเดียวกันได้เสมอไป บางงานต้องใช้แบบแผ่น บางงานต้องใช้กับเครื่อง หรือบางครั้งก็ต้องการความยืดหยุ่นพิเศษ มาดูกันว่ามีลักษณะการใช้งานแบบไหนบ้าง?

กระดาษทรายแผ่น (Sandpaper Sheets)
  • กระดาษทรายแผ่น (Sandpaper Sheets) → ใช้งานทั่วไป ขัดไม้ ขัดผนัง หรือใช้ร่วมกับแท่นขัด
กระดาษทรายม้วน (Rolls)
  • กระดาษทรายม้วน (Rolls) → ตัดใช้ตามขนาดที่ต้องการ ใช้งานยืดหยุ่น
กระดาษทรายสายพาน (Abrasive Belts)
  • กระดาษทรายสายพาน (Abrasive Belts) → ใช้กับเครื่องขัดสายพาน เหมาะกับงานอุตสาหกรรม
กระดาษทรายกลม (Discs)
  • กระดาษทรายกลม (Discs) → ใช้กับเครื่องเจียร/ขัดกลม เช่น ขัดโลหะ หรือพื้นผิวขนาดใหญ่
กระดาษทรายฟองน้ำ (Sanding Sponge/Block)
  • กระดาษทรายฟองน้ำ (Sanding Sponge/Block) → มีความนุ่ม ยืดหยุ่น เข้าถึงมุมหรือพื้นผิวโค้งได้ง่าย
กระดาษทรายน้ำ (Wet & Dry Sandpaper)
  • กระดาษทรายน้ำ (Wet & Dry Sandpaper) → ใช้ขัดเปียกได้ ลดฝุ่นและให้ผิวเรียบ เหมาะกับงานละเอียด เช่น งานรถยนต์

2. แบ่งตาม เบอร์ (Grit Size)

ถัดมาคือ “เบอร์ตามการใช้งาน” ที่หลายคนมักเห็นเป็นตัวเลขกำกับอยู่บนแผ่น ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่รายละเอียดเล็ก ๆ แต่เป็นตัวกำหนดเลยว่างานจะออกมาหยาบหรือละเอียดขนาดไหน ถ้าเลือกไม่ถูก งานก็อาจเสียเวลาและไม่สวยได้นะคะ มาดูกันว่าแต่ละเบอร์หมายถึงอะไร

  • หยาบ (Coarse: #40–#80) → ใช้ขัดลอกสี ขัดสนิม หรือตกแต่งชิ้นงานหยาบ ๆ
  • กลาง (Medium: #100–#150) → ใช้ขัดเตรียมผิวก่อนทำสี หรือตกแต่งทั่วไป
  • ละเอียด (Fine: #180–#240) → ใช้ขัดงานไม้ งานเฟอร์นิเจอร์
  • ละเอียดมาก (Very Fine: #320–#600 ขึ้นไป) → ใช้ขัดงานที่ต้องการความเนียน เช่น งานสีรถยนต์ งานแก้ว

3. แบ่งตาม วัสดุขัดที่เคลือบ

และอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ “วัสดุที่เคลือบบนแผ่น” เพราะนี่แหละที่ทำให้แต่ละชนิดมีความแข็งแรง คม และเหมาะกับงานแตกต่างกันไป ถ้าเลือกวัสดุขัดถูก งานก็จะทั้งเร็วและมีคุณภาพมากขึ้น มาดูรายละเอียดกันเลย

  • เซรามิก (Ceramic Alumina) → แข็งแรงมาก เหมาะกับงานโลหะหนัก
  • กานเน็ต (Garnet) → เนื้ออ่อน ให้ผิวเนียน เหมาะกับงานไม้
  • อลูมิเนียมออกไซด์ (Aluminum Oxide) → ใช้งานหลากหลาย ทนทาน
  • ซิลิกอนคาร์ไบด์ (Silicon Carbide) → คม เหมาะกับงานละเอียด ใช้ได้ทั้งแห้งและเปียก

ตารางเบอร์และการใช้งาน

เวลาเลือกใช้งาน สิ่งที่หลายคนมักสับสนคือ “เบอร์” เพราะแต่ละช่วงเบอร์หมายถึงความหยาบ–ละเอียดที่ต่างกันไป และส่งผลต่อผิวงานโดยตรง หากเลือกไม่ถูก งานอาจออกมาไม่เรียบหรือเสียเวลาเก็บงานเพิ่มก็ได้

ดังนั้นการทำความเข้าใจเบอร์คือ กุญแจสำคัญที่จะช่วยให้งานเสร็จเร็วและออกมาสวยงาม มาลองดูกันเลยว่า เบอร์แต่ละประเภทเหมาะกับการใช้งานประเภทไหน?

เบอร์ (Grit) ความหยาบ การใช้งานที่เหมาะสม
#24 – #40 หยาบมาก ลอกสี ขัดสนิม ขัดพื้นผิวแข็งแรงหรือลอกชั้นหนา ๆ
#60 – #80 หยาบ ขัดไม้ดิบ ขัดพื้นผิวให้เรียบขั้นต้น
#100 – #150 กลาง เตรียมผิวก่อนทาสี ขัดตกแต่งงานไม้ทั่วไป
#180 – #240 ละเอียด ขัดงานเฟอร์นิเจอร์ ขัดเรียบก่อนเคลือบ
#320 – #400 ละเอียดมาก ขัดระหว่างชั้นสี หรือเตรียมงานที่ต้องการผิวเนียน
#600 – #800 ละเอียดพิเศษ งานรถยนต์ งานขัดชิ้นงานที่ต้องการผิวเนียนเงา
#1000 – #2000 ละเอียดสูง ขัดงานพิเศษ เช่น งานพ่นสีรถ งานขัดเงาโลหะหรือพลาสติก
#2500 – #3000+ ละเอียดสุด ๆ งานฟินิชชิ่งระดับสูง เช่น งานรถหรู งานแก้ว งานพลาสติกใส

กระดาษทรายน้ำ vs กระดาษทรายแห้ง ต่างกันอย่างไร?

กระดาษทรายน้ำ vs กระดาษทรายแห้ง ต่างกันอย่างไร?

เวลาเลือกอุปกรณ์สำหรับงานขัด หลายคนอาจจะลังเลว่าจะใช้แบบไหนดี เพราะจริง ๆ แล้ววัสดุสำหรับขัดมีทั้งชนิดที่ใช้กับน้ำ และชนิดที่ใช้แบบแห้ง ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับงานคนละแบบเลยค่ะ 💡

  • กระดาษทรายน้ำ จะใช้คู่กับน้ำหรือน้ำมัน เพื่อช่วยลดความร้อนและลดฝุ่น ทำให้งานออกมาเนียนสวย ดูละเอียดกว่ามาก เหมาะกับงานที่ต้องการความประณีต เช่น ขัดสีรถ งานเฟอร์นิเจอร์ หรือขั้นตอนเก็บงานสุดท้ายก่อนลงสีจริง
  • ส่วน กระดาษทรายแห้ง จุดเด่นคือใช้งานง่าย ไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมให้วุ่นวาย เหมาะกับงานที่ต้องการความรวดเร็วและการลอกผิวหยาบ เช่น งานไม้ งานปูน หรือการเตรียมพื้นผิวทั่วไปก่อนทาสี

สรุปง่าย ๆ เลือกใช้น้ำถ้าอยากได้งานละเอียดสวย แต่ถ้าเน้นความเร็วและความสะดวก แบบแห้งก็เพียงพอแล้วค่ะ


วิธีการใช้งานอุปกรณ์

หลายคนอาจคิดว่าการใช้วัสดุชนิดนี้ แค่หยิบมาขัด ๆ ก็พอ แต่ความจริงแล้วมีเทคนิคที่ช่วยให้งานออกมาเรียบเนียนและสวยกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ ทั้งเรื่องการเลือกเบอร์ วิธีขัด และการดูแลเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าทำครบ งานก็จะเป๊ะเหมือนมืออาชีพเลยทีเดียว มาลองเริ่มกันที่การเลือกเบอร์ให้ถูกต้องกันค่ะ

1.เลือกเบอร์ให้ตรงงาน

การขัดไม่ใช่แค่หยิบมาถู ๆ แล้วจบค่ะ ถ้าอยากได้ผิวงานที่เรียบเนียนจริง ๆ ต้องเริ่มจากการเลือกเบอร์ให้ถูก เบอร์หยาบเหมาะกับการลอกผิวหนาหรือปรับพื้นผิวให้เรียบ ส่วนเบอร์ละเอียดจะช่วยเก็บงานให้เนียนก่อนลงสี ถ้าเลือกถูก งานก็จะสวยและไม่เสียแรงไปเปล่า

2.วิธีขัดที่ควรทำ

เวลาขัด เราควรใช้แรงกดพอดี ไม่ต้องออกแรงมากจนเกิดรอยลึก และที่สำคัญคือขัดไปตามแนวเสี้ยนไม้หรือทิศทางของพื้นผิว จะช่วยให้ผิวเรียบ ลดรอยขีดได้เยอะเลยค่ะ ถ้ามีบล็อกขัดหรือเครื่องขัดก็จะช่วยทำให้งานเร็วขึ้นและสม่ำเสมอกว่าขัดมือแน่นอน

3.อย่าฝืนใช้อันที่หมดคม

อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือ “กระดาษทรายที่หมดคม” หากสึกแล้วอย่าฝืนใช้ต่อนะคะ เพราะงานที่ออกมาจะไม่เรียบตามต้องการ การเปลี่ยนไปใช้อันใหม่ จึงเป็นเคล็ดลับเล็ก ๆ ที่ทำให้งานออกมาดูดีและมีคุณภาพ


เทคนิคขัดให้เรียบเนียนและเร็วขึ้น

บางคนอาจเจอปัญหาขัดแล้วผิวไม่เนียน หรือใช้เวลานานกว่าที่คิด จริง ๆ แล้วการขัดให้สวยและรวดเร็วมีเทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยได้เยอะเลยค่ะ ทั้งการเลือกเบอร์ที่ถูกต้อง  หรือแม้แต่การใช้เครื่องขัดเข้ามาช่วย ถ้าเข้าใจขั้นตอนเหล่านี้ งานก็จะเสร็จไวและออกมาดูเป็นมืออาชีพขึ้นมาก มาลองดูเคล็ดลับกันเลยค่ะ

1.ไล่เบอร์อย่างเป็นขั้นตอน

หลายคนบ่นว่าขัดเท่าไหร่ก็ไม่เนียน หรือกว่าจะเสร็จก็ใช้เวลานานเกินไป ทั้งที่จริงแล้ว ถ้าเริ่มจากเบอร์หยาบเพื่อปรับผิว แล้วค่อย ๆ ไล่ไปละเอียด งานจะสวยและดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นค่ะ

2.เลือกใช้ตามประเภท

ถ้าอยากได้ผิวที่เนียนพิเศษ แนะนำให้ใช้กระดาษทรายน้ำ เพราะช่วยลดฝุ่นและทำให้ผิวเรียบกว่าแบบแห้ง โดยเฉพาะงานเฟอร์นิเจอร์หรือรถยนต์จะเห็นผลชัดเลย

3.ใช้เครื่องขัดช่วยงานใหญ่

ถ้างานมีพื้นที่กว้าง เช่น พื้นไม้หรือผนัง การใช้เครื่องขัดวงโคจรหรือเครื่องขัดไฟฟ้า จะช่วยประหยัดแรงและทำให้งานออกมาสม่ำเสมอมากขึ้น

4.ทำความสะอาดทุกครั้งก่อนเปลี่ยนเบอร์

อีกทริกสำคัญคือควรเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวทุกครั้งก่อนเปลี่ยนเบอร์กระดาษ เพื่อป้องกันเศษฝุ่นไปทำให้เกิดรอยขีดที่ไม่ต้องการค่ะ


ข้อควรระวังและความปลอดภัยในการใช้งาน

ถึงวัสดุชนิดนี้จะเป็นอุปกรณ์ที่หาง่ายและราคาไม่แพง แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไปนะคะ การขัดโดยไม่ระวังอาจทำให้เกิดอันตรายทั้งกับชิ้นงานและตัวผู้ใช้งานเองได้ ดังนั้นการรู้จักวิธีป้องกันตัวเองและใช้งานอย่างถูกต้องจึงสำคัญมาก มาดูกันค่ะว่ามีข้อควรระวังอะไรบ้างที่ไม่ควรมองข้าม

1.ป้องกันตัวเองให้พร้อม

แม้กระดาษจะดูบาง แต่ก็สร้างอันตรายได้ถ้าใช้ไม่ระวัง ควรใส่หน้ากากกันฝุ่น ทำงานในที่อากาศถ่ายเท และใส่แว่นตานิรภัยทุกครั้ง เพราะเศษผงเล็ก ๆ เข้าตาทีหนึ่งบอกเลยว่าไม่สนุกแน่นอนค่ะ

2.อย่าใช้แรงกดมากเกินไป

แรงกดที่มากเกินไปนอกจากทำให้ผิวงานเสียหายแล้ว ยังทำให้อุปกรณ์ขัดฉีกขาดง่ายอีกด้วย ค่อย ๆ ขัดแบบพอดี ๆ จะได้ผลงานที่ดีกว่า

3.ใช้เครื่องขัดไฟฟ้าอย่างระวัง

ถ้าใช้เครื่องขัดไฟฟ้า ต้องระวังไม่ให้เสื้อผ้าหรือสายไฟไปพันกับเครื่อง และควรหยุดพักเป็นระยะ เพื่อลดความร้อนสะสม เพราะความร้อนมากเกินไปอาจทำให้ผิวงานไหม้ได้


ตารางราคาและขนาดของกระดาษทรายในตลาด (อัปเดตปี 2025)

ประเภทกระดาษทราย เบอร์ (Grit) ขนาดแผ่น (โดยทั่วไป) ราคาเฉลี่ย/แผ่น (บาท) ราคาเฉลี่ย/ม้วน (บาท) การใช้งานที่เหมาะสม
กระดาษทรายขัดไม้ #40 – #80 9 x 11 นิ้ว 8 – 15 บาท 250 – 400 บาท ขัดหยาบ ลดผิวไม้ ขัดสีเก่า
กระดาษทรายเหล็ก #100 – #240 9 x 11 นิ้ว 10 – 18 บาท 300 – 500 บาท ขัดสนิม ลบรอยเชื่อม
กระดาษทรายน้ำ #400 – #2000 9 x 11 นิ้ว 12 – 25 บาท 350 – 650 บาท ใช้กับน้ำ ขัดเรียบเงา
กระดาษทรายกลม (สำหรับเครื่อง) #60 – #1000 4 – 7 นิ้ว (ตามจานเครื่อง) 15 – 40 บาท 500 – 1,200 บาท ใช้กับเครื่องเจียร/ขัดไฟฟ้า
กระดาษทรายม้วน #40 – #600 กว้าง 1 – 4 นิ้ว ยาว 25 – 50 เมตร 700 – 2,500 บาท ใช้งานต่อเนื่องในงานไม้ งานโลหะ

บทสรุป

กระดาษทราย อาจเป็นเพียงอุปกรณ์เล็ก ๆ แต่สำคัญมากกับทุกงานขัด ไม่ว่าจะงานไม้ งานเหล็ก หรืองานตกแต่ง เพราะช่วยให้ผิวงานเรียบเนียนและสวยงาม การเลือกชนิด เบอร์ และวัสดุขัดที่เหมาะสมจะทำให้งานออกมาดูดี คงทน และเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น

และถ้าใครอยากอัปเกรดจากงานเล็ก ๆ ในบ้านไปจนถึงการมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ ๆ โดยเฉพาะ บ้านบุรีรัมย์ สามารถค้นหาบ้านในฝันของคุณได้ที่ เว็บไซต์ บุรีรัมย์น่าอยู่ 🏡✨ เพราะที่นี่มีครบทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และทำเลดี ๆ ให้เลือกตามใจชอบ — คลิกเลย!


บทความที่น่าสนใจ


บุรีรัมย์น่าอยู่ เว็บไซต์อสังหาฯ ที่รวมทุกเรื่องที่อยู่ของคนบุรีรัมย์ ค้นหาบ้าน ทรัพย์มือสอง บริการรับสร้างบ้าน บริการเช่าหอพัก และ ที่ดินทำเลดี ได้จากลิงค์ด้านล่างเลยค่า 👍

➡) หาบ้านบุรีรัมย์โครงการใหม่ คลิก
➡) หาบริษัทรับสร้างบ้าน ต่อเติม รีโนเวท คลิก
➡) หาบ้านมือสอง บ้านพร้อมอยู่ ทำเลดี คลิก
➡) ที่ดินเปล่า ที่ดินเกษตร จ.บุรีรัมย์ คลิก
➡) หาหอพัก/บ้านเช่า คลิก
➡) ทดลองคำนวณวงเงินกู้สินเชื่อบ้าน คลิก


ช่องทางการติดต่อ

▪️ Facebook : บุรีรัมย์น่าอยู่
▪️ Line official : @buriramnayoo
▪️ Tiktok : บุรีรัมย์น่าอยู่
▪️ Instagram : @buriram.nayoo
▪️ YouTube : บุรีรัมย์น่าอยู่
▪️ TEL : 092-254-1846 / 080-010-4116