การขยับขยายสถานะชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยการจดทะเบียนสมรส หรือการเริ่มต้นใหม่หลังการหย่าร้าง สิ่งหนึ่งที่ตามมาคือการจัดการเรื่อง "นามสกุล" ครับ ในปี 2569 นี้ ขั้นตอนทางทะเบียนราษฎรมีความสะดวกมากขึ้น แต่สิ่งที่หลายคนยังกังวลคือ ขั้นตอนเปลี่ยนนามสกุล นั้นยุ่งยากไหม? และ เปลี่ยนนามสกุลใช้เอกสารอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่อำเภอหลายรอบ วันนี้น้องน่าอยู่สรุปทุกเรื่องที่ต้องรู้มาให้แล้วครับ
กรณีจดทะเบียนสมรส เปลี่ยนนามสกุลใช้เอกสารอะไรบ้าง?

สำหรับคู่รักที่ตกลงกันว่าจะใช้นามสกุลร่วมกัน เพื่อสร้างครอบครัวที่แน่นแฟ้น ไม่ว่าจะเป็นภรรยาใช้นามสกุลสามี หรือสามีใช้นามสกุลภรรยา (ซึ่งกฎหมายปัจจุบันให้สิทธิเท่าเทียมกันทั้งสองฝ่ายนะครับ) สิ่งที่ต้องรู้คือการเปลี่ยนนามสกุลหลังจดทะเบียนสมรสนั้นไม่ได้เกิดขึ้นอัตโนมัติ ต้องไปยื่นเรื่องขอเปลี่ยนด้วยตัวเอง แล้วเปลี่ยนนามสกุลใช้เอกสารอะไรบ้าง นกรณีนี้มาเช็กกันครับ
เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม
- ทะเบียนสมรส (คร.2 และ คร.3): ต้องใช้ตัวจริงเท่านั้นครับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเลขที่ใบสมรสและวันที่จดทะเบียน
- ทะเบียนบ้านตัวจริง: ของทั้งสองฝ่าย (หากจะย้ายเข้าอยู่ด้วยกัน)
- บัตรประจำตัวประชาชน: ตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุ หากบัตรชำรุดควรทำใหม่ก่อนดำเนินการครับ
พยานบุคคลและค่าธรรมเนียม
โดยปกติจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอใด และทำการเปลี่ยนนามสกุลที่นั่นเลยในวันเดียวกันจะสะดวกที่สุดครับ แต่หากมาทำภายหลัง นายทะเบียนอาจจะขอให้มีพยานบุคคล 1-2 คนที่เป็นบุคคลน่าเชื่อถือเพื่อยืนยันตัวตน ส่วนค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนนามสกุลอยู่ที่ประมาณ 50 บาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่สูงเลยเมื่อเทียบกับความสะดวกครับ
กรณีหย่าร้างหรือเปลี่ยนกลับไปใช้นามสกุลเดิม เปลี่ยนนามสกุลใช้เอกสารอะไรบ้าง?

เมื่อเส้นทางเดินแยกจากกัน การกลับไปใช้นามสกุลเดิม (นามสกุลตัว) เป็นสิทธิที่ทำได้ทันทีครับ หลายคนสงสัยว่าขั้นตอนหลังการหย่าเปลี่ยนนามสกุลใช้เอกสารอะไรบ้างเพื่อให้กลับมาใช้ชื่อเดิมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เอกสารที่ต้องใช้หลังจดทะเบียนหย่า
- ใบสำคัญการหย่า (คร.6 และ คร.7): เอกสารนี้สำคัญที่สุดครับ
- บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน: เพื่อทำการบันทึกข้อมูลใหม่ลงในฐานข้อมูล
การจัดการนามสกุลกรณีมีบุตร
หากมีการตกลงเรื่องนามสกุลบุตรด้วย ต้องเตรียมข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่ามายันยืนด้วยนะครับว่าบุตรจะใช้นามสกุลใคร เพื่อให้นายทะเบียนดำเนินการได้ถูกต้อง
ข้อควรรู้เรื่องกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินและ เปลี่ยนนามสกุลใช้เอกสารอะไรบ้าง

เรื่องนามสกุลส่งผลโดยตรงต่อ "กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน" อย่างมหาศาลครับ โดยเฉพาะคนที่มีทรัพย์สินมูลค่าสูงอย่างบ้านหรือคอนโด หากชื่อ-นามสกุลในบัตรประชาชนปัจจุบันกับชื่อที่ระบุใน โฉนดที่ดิน ไม่ตรงกัน จะทำให้การทำธุรกรรมอย่างการขาย การโอน หรือการจำนองเป็นไปได้ยากมาก ดังนั้นต้องรู้ว่าหลังเปลี่ยนชื่อตัวเสร็จแล้ว เปลี่ยนนามสกุลใช้เอกสารอะไรบ้าง ในการอัปเดตทะเบียนทรัพย์สิน
การแจ้งเปลี่ยนชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน
ต้องนำใบสำคัญการเปลี่ยนนามสกุล (แบบ ช.5) ตัวจริงไปยื่นที่สำนักงานที่ดินครับ เพื่อขอทำการ "สลักหลังโฉนด" ให้ชื่อเป็นปัจจุบันที่สุด
ผลกระทบต่อสัญญาเงินกู้และสินเชื่อ
หากเพื่อนๆกำลังผ่อนบ้านอยู่ ต้องรีบแจ้งทางธนาคารเจ้าของสินเชื่อด้วยนะครับ โดยใช้ใบ ช.5 และบัตรประชาชนใบใหม่ประกอบการแจ้งเปลี่ยน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับระบบการชำระเงินอัตโนมัติหรือการตรวจสอบเครดิตบูโรในอนาคตครับ
สรุปขั้นตอนการเปลี่ยนนามสกุลแบบเข้าใจง่าย ทำตามได้เลย

การไปเปลี่ยนนามสกุลที่อำเภอในปี 2569 จริง ๆ แล้วแป๊บเดียวเสร็จครับ ถ้าเราเตรียมตัวมาดีและรู้ว่าเปลี่ยนนามสกุลใช้เอกสารอะไรบ้างทำตาม 5 ขั้นตอนนี้ได้เลย
1.ไปที่งานทะเบียนราษฎร
เมื่อไปถึงที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต ให้บอกเจ้าหน้าที่ตรงประชาสัมพันธ์ได้เลยครับว่า "มาขอเปลี่ยนนามสกุล" เขาจะกดบัตรคิวและส่งเราไปที่ช่องบริการที่ถูกต้องทันที
2.กรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม ช.1
เจ้าหน้าที่จะยื่นคำร้องที่เรียกว่า "แบบ ช.1" มาให้เราเขียนครับ ตรงนี้ก็แค่กรอกรายละเอียดส่วนตัวและระบุนามสกุลใหม่ที่เราต้องการลงไป ตรวจเช็กตัวสะกดให้ดีอย่าให้พลาดนะครับ
3.ยื่นหลักฐานให้กงสุลหรือนายทะเบียน
พอนายทะเบียนเรียกคิวเรา ก็ส่งเอกสารทั้งหมดที่เตรียมมาให้เขาตรวจสอบครับ เขาจะเช็กความถูกต้องตามกฎหมายดูว่านามสกุลนี้ไม่ซ้ำ ไม่ผิดระเบียบ และเรามีสิทธิ์เปลี่ยนได้จริงๆ
4.รับใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อสกุล (ช.5)
ถ้าทุกอย่างผ่านแล้ว นายทะเบียนจะออกใบสำคัญที่เรียกว่า "แบบ ช.5" ให้เราเก็บไว้ครับ ย้ำเลยนะว่าใบนี้คือ "ของล้ำค่า" ห้ามทำหายเด็ดขาด เพราะต้องเอาไปใช้ยันตัวตนในการทำธุรกรรมอื่น ๆ แทบทุกอย่างต่อจากนี้ครับ
5.อัปเดตบัตรประชาชนใบใหม่
ขั้นตอนสุดท้ายคือการทำบัตรประชาชนใหม่ให้ตรงกับนามสกุลปัจจุบันครับ แนะนำให้ทำที่นั่นเลยในวันเดียวกันจะสะดวกที่สุด เพราะกฎหมายบังคับว่าต้องทำให้เสร็จภายใน 60 วัน ถ้าเลยกำหนด อาจจะต้องเสียค่าปรับแบบไม่รู้ตัวนะครับ
บทส่งท้าย
ไม่ว่าจะเปลี่ยนนามสกุลเพราะความรักจากการแต่งงาน หรือเป็นการเริ่มต้นใหม่หลังการหย่าร้าง การเตรียมความพร้อมเรื่องเอกสารคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นครับ การรู้ล่วงหน้าว่า เปลี่ยนนามสกุลใช้เอกสารอะไรบ้างจะช่วยลดความวุ่นวายและประหยัดเวลาได้มหาศาล
เมื่อจัดการเรื่องชื่อ-นามสกุลจนเรียบร้อยเป็นสิริมงคลแล้ว หากกำลังมองหา "รากฐาน" ของครอบครัวอย่างบ้านหลังใหม่ ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว ,บ้านแฝด ,คอนโด และทาวน์โฮม สามารถเข้ามาเลือกดูโครงการบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตยุค ได้ที่เว็บไซต์ "น่าอยู่" นะครับ เรามีข้อมูลบ้านทุกโซน ทุกระดับราคา พร้อมรีวิวที่จริงใจที่สุด เพื่อให้ได้บ้านที่ตรงใจพร้อมนามสกุลใหม่ที่เป็นมงคลและมั่งคั่งครับ
คำถามที่พบบ่อย
1.เปลี่ยนนามสกุลต่างเขตหรือต่างจังหวัดได้ไหม?
ตามกฎหมายเราต้องไปยื่นเรื่องที่อำเภอหรือเขตที่เรามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครับ แต่เดี๋ยวนี้ถ้ายื่นเรื่องเปลี่ยนนามสกุลใช้เอกสารอะไรบ้างในกรณีที่เป็นการเปลี่ยนตามคู่สมรสหลังจดทะเบียนทันที บางพื้นที่สามารถทำที่สำนักงานเขตนั้นได้เลยแบบครบวงจรครับ แนะนำว่าให้โทรเช็กกับทางพื้นที่ก่อนเพื่อความชัวร์ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางฟรีครับ
2.ต้องแจ้งเปลี่ยนชื่อในสมุดบัญชีธนาคารและใบขับขี่ด้วยไหม?
ต้องแจ้งครับ เมื่อเราได้ใบ ช.5 มาแล้ว ให้รีบไปอัปเดตข้อมูลกับทางธนาคารและกรมการขนส่งทางบกทันที ส่วนคำถามที่ว่าตอนไปติดต่อเหล่านั้นต้องเปลี่ยนนามสกุลใช้เอกสารอะไรบ้างหลักๆ เลยคือใบสำคัญการเปลี่ยนนามสกุล (ช.5) ตัวจริง, บัตรประชาชนใบใหม่ และสมุดบัญชีหรือใบขับขี่ใบเดิมครับ เพื่อให้ชื่อในระบบทุกอย่างตรงกัน เวลาทำธุรกรรมการเงินจะได้ไม่มีปัญหาครับ
3.ถ้าอยากเปลี่ยนนามสกุลตามความเชื่อ (เปลี่ยนเพื่อแก้เคล็ด) ทำได้ไหม?
ทำได้ครับ ไม่จำเป็นต้องรอให้แต่งงานหรือหย่าเสมอไป หลายคนเลือกเปลี่ยนเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งขั้นตอนก็ไม่ต่างกันเลยครับ ส่วนเรื่องการเตรียมตัวว่าเปลี่ยนนามสกุลใช้เอกสารอะไรบ้างในกรณีนี้ ก็แค่พกบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านตัวจริง และเตรียมตั้งชื่อนามสกุลใหม่ที่ตรวจสอบแล้วว่าไม่ซ้ำกับคนอื่นและไม่ขัดต่อกฎหมายไปแจ้งนายทะเบียนได้เลยครับ