บทนำ (Introduction)
การเลือกวัสดุปูพื้น เป็นหนึ่งในการตัดสินใจจำเป็นสำหรับเจ้าของบ้านหรือผู้ที่กำลังตกแต่งอาคาร เพราะพื้นเป็นส่วนที่ใช้งานหนักและส่งผลต่อความสวยงามโดยรวม “พื้นลามิเนตกับกระเบื้องยาง” เป็นตัวเลือกที่คนนิยมใช้ในปัจจุบัน เพราะทั้งสองประเภทมีราคาที่จับต้องได้ ติดตั้งง่าย และมีความหลากหลายของดีไซน์
พื้นลามิเนต กับ กระเบื้องยาง คืออะไร?
ก่อนเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสีย เรามาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่า พื้นลามิเนต กับ กระเบื้องยาง คืออะไร มีโครงสร้างและคุณสมบัติอย่างไร เพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างพื้นฐานของวัสดุทั้งสองชนิด
พื้นลามิเนต

พื้นลามิเนต (Laminate Flooring) คือวัสดุปูพื้นประเภทไม้สังเคราะห์ที่มีโครงสร้างหลายชั้น ปกติประกอบด้วย 4 ชั้นหลัก ได้แก่
- ชั้นฐาน (Base Layer) ทำจากแผ่นไฟเบอร์บอร์ดความหนาแน่นสูง (High-Density Fiberboard หรือ HDF)
- ชั้นกันความชื้น (Moisture Resistant Layer) ชั้นที่ช่วยป้องกันความชื้นจากด้านล่างขึ้นมาทำลายโครงสร้างของแผ่นไม้
- ชั้นลวดลาย (Design Layer) กระดาษพิมพ์ลายที่จำลองลักษณะของไม้จริง หิน หรือวัสดุธรรมชาติอื่น ๆ
- ชั้นเคลือบผิว (Wear Layer) ชั้นเคลือบเรซินเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนและการสึกหรอ
พื้นลามิเนตได้รับความนิยมเพราะสามารถเลียนแบบลายไม้จริงได้สวย มีราคาถูกกว่าไม้จริง และติดตั้งไม่ยากด้วยระบบล็อค (Click-Lock System) ที่ไม่ต้องใช้กาว
กระเบื้องยาง

กระเบื้องยาง (Vinyl Flooring) คือวัสดุปูพื้นสังเคราะห์ที่ผลิตจากพีวีซี (PVC) หรือไวนิล มีโครงสร้างหลัก 3-5 ชั้น ขึ้นอยู่กับประเภทและคุณภาพ ปกติประกอบด้วย
- ชั้นฐาน (Base Layer) ทำจากไวนิลที่มีความยืดหยุ่น
- ชั้นลวดลาย (Design Layer) ฟิล์มพิมพ์ลวดลายต่าง ๆ เช่น ลายไม้ ลายหิน หรือสีพื้น
- ชั้นเคลือบผิว (Wear Layer) ชั้นโพลียูรีเทนหรือไวนิลใสที่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและการสึกหรอ
- ชั้นเสริมความแข็งแรง (Reinforcement Layer) มีในกระเบื้องยางคุณภาพสูง ช่วยเพิ่มความทนทาน
- ชั้นกันกระแทก (Cushion Layer) มีในกระเบื้องยางบางประเภท ช่วยรองรับน้ำหนักและเพิ่มความนุ่มเวลาเดิน
กระเบื้องยางมีความยืดหยุ่น ทนต่อความชื้น และมีคุณสมบัติกันลื่น เป็นที่นิยมในห้องครัว หรือพื้นที่ที่มีความชื้นสูง มีหลายรูปแบบทั้งแบบแผ่น แบบม้วน และแบบแผ่นล็อค (SPC หรือ LVT) ให้เลือกตามความเหมาะสมของพื้นที่ใช้งาน
พื้นลามิเนต กับ กระเบื้องยาง เปรียบเทียบกันชัด ๆ !

เมื่อเข้าใจพื้นฐานของวัสดุทั้งสองประเภท ก็มาดูการเปรียบเทียบ พื้นลามิเนตกับกระเบื้องยาง ในด้านต่าง ๆ กันค่ะ เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น

รายละเอียดการเปรียบเทียบ พื้นลามิเนตกับกระเบื้องยาง
ด้านความทนทานต่อความชื้น พื้นลามิเนตมีข้อจำกัดเรื่องความชื้น เพราะแกนกลางทำจากไม้อัด ถ้าโดนน้ำเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้แผ่นบวม โก่งงอ หรือเสียรูปทรงได้ ปัจจุบันมีพื้นลามิเนตกันน้ำในตลาด แต่ก็ยังไม่สามารถทนต่อความชื้นสูงได้เท่ากระเบื้องยาง ขณะที่กระเบื้องยางทำจากพีวีซีซึ่งทนต่อความชื้นได้ดีกว่า สามารถใช้ในห้องครัวที่มีน้ำหกบ่อย ๆ ได้โดยไม่เกิดความเสียหาย
ในแง่ของ ความสวยงาม พื้นลามิเนตกับกระเบื้องยางมีจุดเด่นต่างกัน พื้นลามิเนตส่วนใหญ่จะมีลวดลายที่เหมือนไม้จริงมากกว่า มีมิติและพื้นผิวสัมผัสที่ให้ความรู้สึกเหมือนไม้ธรรมชาติ แต่เทคโนโลยีการผลิตกระเบื้องยางก็พัฒนาไปมาก ทำให้ได้ลวดลายที่สวยและดูเหมือนจริงมากขึ้น รวมถึงมีรูปแบบให้เลือกหลากหลายกว่าพื้นลามิเนต
ด้านการติดตั้ง ทั้งพื้นลามิเนตกับกระเบื้องยางแบบล็อค (SPC/LVT) ติดตั้งได้สะดวกด้วยระบบล็อค ไม่ต้องใช้กาว ทำให้ไม่เลอะเทอะและทำได้เองโดยไม่ต้องจ้างช่าง แต่กระเบื้องยางแบบแผ่นบางหรือแบบม้วนยังต้องใช้กาวในการติดตั้ง ซึ่งยุ่งยากกว่า
ในเรื่อง ราคา กระเบื้องยางมีราคาถูกกว่าพื้นลามิเนต แต่ราคาจะแตกต่างกันไปตามคุณภาพและชนิดของวัสดุ กระเบื้องยางจากยี่ห้อดัง ๆ ก็สามารถมีราคาใกล้เคียงหรือแพงกว่าพื้นลามิเนตได้
สำหรับ การดูแลรักษา กระเบื้องยางดูแลง่ายกว่ามาก แค่ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาด เพราะทนต่อคราบและรอยเปื้อนได้ดี ส่วนพื้นลามิเนตต้องระวังเรื่องความชื้น ไม่ควรใช้น้ำมากในการทำความสะอาด และต้องเช็ดให้แห้งทันทีถ้ามีน้ำหก
ด้านอายุการใช้งาน พื้นลามิเนตกับกระเบื้องยางมีอายุการใช้งานต่างกัน พื้นลามิเนตคุณภาพสูง ๆ จะใช้งานได้นานกว่า 15-25 ปี ขณะที่กระเบื้องยางมีอายุการใช้งานประมาณ 10-20 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพและการดูแลรักษาค่ะ
พื้นยางลามิเนต มีจริงไหม?
คำว่า “พื้นยางลามิเนต” เป็นคำที่พบในการสนทนาทั่วไปหรือในการโฆษณาขายสินค้า แต่ในความเป็นจริง ไม่มีวัสดุปูพื้นที่เรียกว่า พื้นยางลามิเนต อย่างเป็นทางการค่ะ นี่เป็นการเรียกที่ไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความสับสนได้
ความสับสนนี้เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น คุณสมบัติที่คาบเกี่ยวกันระหว่างพื้นลามิเนตกับกระเบื้องยาง ผู้ขายที่ไม่มีความรู้เพียงพอ หรือการตลาดที่พยายามสร้างจุดขายโดยรวมข้อดีของวัสดุทั้งสองประเภทเข้าด้วยกัน ความสับสนนี้มีที่มาจากหลายสาเหตุ เช่น
- ความคล้ายคลึงด้านการติดตั้ง ทั้งพื้นลามิเนตกับกระเบื้องยางรุ่นใหม่ (แบบ SPC หรือ LVT) มีระบบการติดตั้งแบบล็อค (Click-Lock) เหมือนกัน ทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นประเภทเดียวกัน
- การพัฒนาของวัสดุ เพราะมีวัสดุปูพื้นประเภทไฮบริด เช่น SPC (Stone Plastic Composite) ที่มีคุณสมบัติคล้ายทั้งพื้นลามิเนตกับกระเบื้องยาง ทำให้เกิดความสับสนในการเรียก
- การตลาดที่ทำให้เข้าใจผิด บางผู้ขายใช้คำว่า "พื้นยางลามิเนต" เพื่อสื่อถึงกระเบื้องยางที่มีลวดลายเหมือนไม้และติดตั้งแบบล็อคเหมือนพื้นลามิเนต ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
- ความไม่คุ้นเคยกับวัสดุ ผู้บริโภคที่ไม่คุ้นเคยกับวัสดุก่อสร้างสับสนระหว่างคำศัพท์เฉพาะทาง และใช้คำเรียกผิดไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อมีคนพูดถึง "พื้นยางลามิเนต" สิ่งที่กำลังหมายถึงน่าจะคือ
- กระเบื้องยางแบบล็อค (SPC/LVT) ที่มีระบบติดตั้งคล้ายพื้นลามิเนต
- กระเบื้องยางที่มีลวดลายเหมือนไม้ คล้ายกับพื้นลามิเนต
- วัสดุปูพื้นประเภทไฮบริดที่มีทั้งคุณสมบัติของยางและลามิเนต
สรุป
การเลือกระหว่าง พื้นลามิเนต กับ กระเบื้องยาง ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งลักษณะพื้นที่ การใช้งาน เงิน และการดูแลรักษาในระยะยาว สรุปคือ
พื้นลามิเนต เหมาะสำหรับพื้นที่แห้ง เช่น ห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น เพราะมีความสวยเหมือนไม้จริง แข็งแรงทนทาน แต่ไม่ทนต่อความชื้น และต้องระวังในการดูแลรักษา
กระเบื้องยาง เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีความชื้นสูงหรือมีน้ำหกบ่อย เช่น ห้องครัว หรือห้องซักล้าง เพราะทนความชื้นได้ดี ดูแลง่าย แต่มีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าและอาจมีการปล่อยสารระเหยในช่วงแรก
คำว่า "พื้นยางลามิเนต" เป็นคำที่ใช้เรียกผิด ไม่มีวัสดุประเภทนี้อย่างเป็นทางการ ความสับสนนี้เกิดจากการที่กระเบื้องยางรุ่นใหม่มีคุณสมบัติและวิธีการติดตั้งคล้ายพื้นลามิเนตค่ะ
บทความอื่น ๆที่น่าสนใจ