ลงทุน คอนโด ยังคุ้มไหม? สรุปเทคนิคการเลือกและวิธีสร้างกำไรให้พุ่ง
มีใครสงสัยไหมครับว่า ในยุคที่ดอกเบี้ยและค่าครองชีพขยับตัวสูงขึ้น การลงทุน คอนโด ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอยู่ไหม? หลายคนอาจกังวลว่าตลาดจะล้นไหม แต่ในความเป็นจริง คอนโด ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้ดีเสมอ ถ้าเรามีแผนการเลือกและวิเคราะห์ตลาดที่เหมาะสม
วันนี้น้อง “น่าอยู่” จะพาเพื่อน ๆ ไปไขคำตอบว่าลงทุนคอนโด ดีไหม และต้องเริ่มยังไงให้เงินในกระเป๋างอกเงย พร้อมกลยุทธ์การปั้นพอร์ตอสังหาฯ ให้มั่นคงครับ
ลงทุน คอนโดมีกี่แบบ ? เจาะลึก 3 โมเดลสร้างรายได้หลัก
การลงทุนอสังหาฯ ในกลุ่มของการลงทุน คอนโด ไม่ใช่แค่การซื้อพื้นที่เพื่ออยู่อาศัย แต่มันคือแนวทางการบริหารสินทรัพย์ให้ “เกิดดอกออกผล” ซึ่งแต่ละโมเดลก็มีกลยุทธ์และผลตอบแทนที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นสายลงทุนที่เน้นกระแสเงินสดรายเดือน หรือสายกำไรก้อนโตจากการขายต่อ การเข้าใจพื้นฐานของโมเดลแต่ละรูปแบบ จะช่วยให้เพื่อน ๆ วางแผนการเงินได้แม่นยำยิ่งขึ้นครับ
1. ปล่อยเช่ารายเดือน (Rental Yield)
การลงทุน คอนโดแบบปล่อยเช่ารายเดือน เป็นโมเดลยอดฮิตที่หลายคนใช้สร้าง Passive Income ในระยะยาว หัวใจสำคัญคือการ “ใช้เงินคนอื่นทำกำไร” โดยนักลงทุนมักจะกู้สินเชื่อจากธนาคารมาซื้อคอนโด แล้วนำไปปล่อยเช่าในราคาที่ครอบคลุมค่างวดผ่อนและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
2. ขายต่อเพื่อเอากำไรส่วนต่าง (Capital Gain)
การซื้อเพื่อขายต่อ จะใช้ความอดทนสูง นักลงทุนโมเดลนี้ส่วนมากจะซื้อคอนโดในช่วงเปิดตัวโครงการ (Pre-sale) เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำและทำเลห้องที่ดีที่สุด ซึ่งพอเวลาผ่านไปและโครงการเริ่มเป็นที่ต้องการของตลาด หรือทำเลรอบข้างมีการพัฒนาขึ้น ราคาคอนโดก็จะขยับสูงขึ้นตามกลไกตลาด ทำได้รับเงินส่วนต่าง (Capital Gain) ก้อนโต
3. เก็งกำไรใบจอง (Flipping)
โมเดลที่ใช้ต้นทุนน้อยที่สุดและคืนทุนไวที่สุด แต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงที่สุดเช่นกันครับ การ Flipping คือการล็อกยูนิตสวยระดับ Rare Item ไว้ด้วย “ใบจอง” แล้วรีบปล่อยขายสิทธินั้นต่อ ก่อนที่จะมีการโอนกรรมสิทธิ์จริง เหมาะสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ และมองออกว่าโครงการไหนจะเป็นที่ต้องการสูง
ลงทุน คอนโดระยะสั้นหรือระยะยาวดีกว่ากัน ผลตอบแทนต่างกันอย่างไรบ้าง ?
การลงทุน คอนโดระยะสั้น หรือ ระยะยาวคือโจทย์สำคัญที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญ เพราะทั้งสองเส้นทางนี้มี “ผลตอบแทน” และ “ระดับความเสี่ยง” ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นการเลือกลงทุน คอนโด เลยไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ผลตอบแทน แต่ต้องดูที่เป้าหมายทางการเงิน ความพร้อมด้านเวลา โดยเราจะพาไปเจาะลึกความต่างของทั้งสองแบบ ดังนี้
ลงทุน คอนโดระยะสั้น (Flipping)
การลงทุน คอนโดระยะสั้น เหมือนเป็น "การซื้อมาขายไป" เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างราคา ในช่วงเวลาที่รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการหาห้องหลุดจองที่ราคาต่ำกว่าตลาดมารีโนเวท หรือการ “ขายใบจองคอนโด” ในช่วง Pre-sale ก่อนที่จะมีการโอนกรรมสิทธิ์จริง ซึ่งข้อดีคือการปั้นกำไรก้อนเล็กให้โตไว แต่ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง เพราะต้องแข่งกับเวลาและหาฐานลูกค้าตัวจริงให้เจอ
ลงทุน คอนโดระยะยาว (Holding)
หนึ่งในวิธีที่นักลงทุนจะเลือก คือวิธีลงทุนที่ “เน้นความมั่นคง” ที่ต้องการให้สินทรัพย์เติบโตไปพร้อมกับระยะเวลาการลงทุนครับ โดยสามารถสร้างผลตอบแทนได้ 2 ทางหลัก คือการปล่อยเช่าเพื่อรับ Rental Yield (กระแสเงินสด) อย่างต่อเนื่องทุกเดือน หรือถือครองไว้จนกว่ามูลค่าที่ดินและทำเลเพิ่มมากขึ้น แล้วค่อยปล่อยขายเพื่อเอากำไรส่วนต่าง ข้อดีคือมีความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนระยะสั้นและมีความยั่งยืนสูงกว่า
ข้อดีข้อเสียของการลงทุน คอนโด Low-Rise vs High-Rise
การเลือกระหว่างคอนโด Low-Rise และ High-Rise คือการเลือก “กลยุทธ์” ในการทำกำไรที่ต่างกัน เพราะคอนโดแต่ละประเภทมีกลุ่มเป้าหมาย ต้นทุน และสภาพคล่องที่ไม่เหมือนกันเลย การเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของอาคารแต่ละรูปแบบจะช่วยให้เลือกสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์พอร์ตการลงทุนของตัวเองได้ดีที่สุด
ข้อดีข้อเสียลงทุน คอนโด Low-Rise
คอนโด Low-Rise (ความสูงไม่เกิน 8 ชั้น) ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ซอยหรือย่านพักอาศัยที่มีความสงบ
- ข้อดี คือ ราคาจับต้องได้ง่ายกว่า ทำให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าได้สูงในบางทำเล เนื่องจากต้นทุนต่ำกว่า แถมได้พื้นที่ความเป็นส่วนตัว
- ข้อเสีย คือ นักลงทุนต้องยอมรับเรื่องพื้นที่ส่วนกลางที่ไม่โดดเด่น เช่น สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่จอดรถ และทำเลที่ไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่หรือโครงการรถสาธารณะ
ข้อดีข้อเสียลงทุน คอนโด High-Rise
คอนโด High-Rise (ความสูงเกิน 23 เมตร หรือประมาณ 20 ชั้นขึ้นไป) คือตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักลงทุนหลายคน
- ข้อดี คือ ทำเลที่จะตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ใกล้รถไฟฟ้าทำให้มีสภาพคล่องสูง ทั้งการปล่อยเช่าและการขายต่อเพื่อเก็งกำไร พร้อมทั้งมีพื้นที่ส่วนกลางที่หรูหราและวิวที่สวยงาม ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ดึงดูดผู้เช่าทั้งไทยและต่างชาติ
- ข้อเสีย คือ ต้นทุนในการลงทุน คอนโดที่สูงมาก รวมถึงค่าส่วนกลางที่แพงตามขนาดของสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งถ้าบริหารจัดการไม่ดีอาจส่งผลให้สัดส่วนกำไรสุทธิลดลงได้ครับ
แชร์ 5 เคล็ด (ไม่) ลับ เลือกลงทุน คอนโดให้รุ่ง
ถ้าอยากให้การลงทุน คอนโดประสบความสำเร็จและสร้างกำไรได้จริง ไม่ใช่แค่การถือครองสินทรัพย์ไว้เฉย ๆ นี่คือ 5 เช็กลิสต์สำคัญที่เป็นหัวใจหลักในการคัดเลือกโครงการคอนโดคุณภาพ ซึ่งจะช่วยการันตีได้ว่าคอนโดที่เราเลือกจะกลายเป็นเครื่องผลิตเงินสดที่คุ้มค่าที่สุดครับ
1. เลือกทำเลที่มีศักยภาพ
หัวใจของการ ลงทุนคอนโด คือ "ทำเล" โครงการที่น่าลงทุนต้องเข้าถึงง่าย เดินทางสะดวก ไม่ว่าจะเป็นทางรถยนต์ส่วนตัวที่ใกล้ทางด่วน หรือระบบขนส่งสาธารณะโดยเฉพาะคอนโดติดรถไฟฟ้าหรือใกล้สถานีหลัก เพราะความสะดวกในการเดินทางคือปัจจัยแรกที่ผู้เช่าและผู้ซื้อต่อใช้ในการตัดสินใจ
2. เจาะกลุ่ม Real Demand ใกล้แหล่งงานและสถานศึกษา
การเลือกโครงการในย่านธุรกิจ (CBD) หรือแหล่งชุมชนที่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง เป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับคนที่ต้องการ ลงทุนคอนโด ปล่อยเช่า การอยู่ใกล้สถานศึกษาชื่อดัง หรือใกล้ออฟฟิศสำนักงานขนาดใหญ่ จะช่วยให้ห้องที่ลงทุนมีผู้เช่าหมุนเวียนตลอดเวลา ลดความเสี่ยงห้องว่าง และยังช่วยให้ราคาคอนโดเติบโตอย่างรวดเร็ว
3. พื้นที่ส่วนกลางต้องโดดเด่นและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
ในตลาดที่มีคู่แข่งเยอะ พื้นที่ส่วนกลางคือปัจจัยสำคัญของการหาผู้เช่า ถ้าเราต้องการลงทุน คอนโดปล่อยเช่า กลุ่มนักศึกษาหรือคนรุ่นใหม่ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ Co-working Space ต้องดูดี และทันสมัย แต่ถ้าเน้นกลุ่มครอบครัวหรือวัยทำงาน อาจต้องมองหาพื้นที่สีเขียวหรือระบบความปลอดภัยที่เข้มงวด
4. นิติบุคคลบริหารงานมืออาชีพ
โครงการที่มีการบริหารจัดการดี ดูแลอาคารให้สะอาด ทันสมัย และไม่โทรม จะช่วยรักษาภาพลักษณ์โครงการให้ดูน่าอยู่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจของผู้เช่าและราคาขายต่อ ถ้านิติบุคคลปล่อยปละละเลย มูลค่าของสินทรัพย์ที่เราลงทุนไปก็อาจจะลดลงตาม
5. ต้นทุนต้องคุ้มค่า ซื้อได้ราคาต่ำกว่าตลาดเพื่อกำไรสูงสุด
กฎเหล็กของการลงทุนคือการ "ทำกำไรตั้งแต่ตอนซื้อ" เราควรเลือกซื้อคอนโดในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด เช่น ช่วง Pre-sale หรือช่วงโปรโมชั่นล้างสต็อก เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำที่สุด ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อผลตอบแทนการเช่า หรือ Rental Yield ที่สูงขึ้น
ความเสี่ยงและภาษีที่ต้องรู้เมื่อลงทุน คอนโด
การลงทุน คอนโดไม่ได้มี “รายรับ” จากค่าเช่าหรือกำไร แต่ต้องคำนึงถึง “รายจ่าย” และ “ความเสี่ยง” ที่ตามมาด้วย เพื่อไม่ให้กำไรที่คาดหวังต้องกลายเป็นตัวเลขติดลบ โดยสิ่งที่ต้องเตรียมใจและเตรียมงบประมาณไว้ให้พร้อม มีดังนี้ครับ
- ความเสี่ยงด้านการหาผู้เช่า: ปัญหาใหญ่ที่ทำให้สภาพคล่องติดขัด คือช่วงที่ห้องว่างและไม่มีผู้เช่าเกินกว่า 1-3 เดือน และต้องมีเงินสำรองเพียงพอสำหรับผ่อนชำระค่างวดธนาคารโดยไม่กระทบเงินส่วนตัว
- ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: เมื่อเราถือครองคอนโดเป็นหลังที่ 2 เพื่อการลงทุน หรือปล่อยเช่า จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มการใช้ประโยชน์ "อื่น ๆ" หรือ "ที่อยู่อาศัย" ซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ที่ต้องจ่ายทุกปี
- ค่าใช้จ่ายแฝงและการบำรุงรักษา: ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมการโอน ค่าอากรแสตมป์ รวมถึง "ค่าส่วนกลาง" ที่ต้องจ่ายสม่ำเสมอ และงบประมาณสำหรับซ่อมแซมห้องให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
บทส่งท้าย
การลงทุน คอนโด ยังคงเป็นทางเลือกที่สร้างความมั่งคั่งได้จริง ถ้าเราหาข้อมูลและอัปเดตสถานการณ์ตลาดอยู่เสมอ การเข้าใจกลุ่มเป้าหมายและทำเลคืออาวุธสำคัญที่จะทำให้การลงทุนสร้างกำไรได้ดีที่สุด
สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดเพื่อการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นโครงการคอนโดใหม่ ในทุกทำเลศักยภาพ สามารถเข้ามาค้นหาและเปรียบเทียบข้อมูลโครงการที่ตอบโจทย์ที่สุดได้ที่เว็บไซต์ "น่าอยู่" แหล่งรวมข้อมูลอสังหาฯ และสาระความรู้เรื่องการลงทุนมากมาย
คำถามที่พบบ่อย
1. ซื้อคอนโดมือหนึ่ง หรือ มือสอง แบบไหนคุ้มกว่ากัน ?
คอนโดมือหนึ่งได้ความใหม่และเทคโนโลยีอาคารปัจจุบัน แต่คอนโดมือสองส่วนใหญ่จะได้ทำเลที่ หายาก และราคาต่อตารางเมตรที่ถูกกว่า ทำให้มักจะได้ Yield ที่สูงกว่าในหลายทำเล
2. ปล่อยเช่าคอนโดรายวัน มีความเสี่ยงไหม ?
มีความเสี่ยงเรื่องกฎหมาย พ.ร.บ. โรงแรม และอาจเกิดปัญหากับนิติบุคคลรวมถึงเพื่อนบ้านได้ ถ้าจะทำต้องตรวจสอบข้อบังคับของโครงการให้ดีก่อนครับ
3. ค่าส่วนกลางและภาษีที่ดิน ใครควรเป็นคนจ่าย ?
โดยปกติเจ้าของห้องจะเป็นคนรับผิดชอบ แต่ในการลงทุน คอนโดปล่อยเช่า เราสามารถนำค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปคำนวณในค่าเช่ารายเดือนให้ครอบคลุมได้