สวัสดีครับทุกท่าน พบกันอีกครั้งกับบทความดี ๆ ที่ในวันนี้ " ขอนแก่นน่าอยู่ " จะมาอัพเดตข่าวสารให้กับคนที่กำลังมองหาบ้านได้รู้ข้อมูลมากยิ่งขึ้น จะเป็นอย่างไรนั้นไปอ่านข้อมูลกันเลยครับ
โดยปกติแล้วเวลาที่เราถามพนักงานสินเชื่อของแต่ละธนาคารว่าอัตราดอกเบี้ยที่เราจะได้เป็นเท่าไร ธนาคารก็จะบอกมาเป็นค่า MLR MOR MRR แต่จริงๆแล้วคำเหล่านี้คืออะไรและเกี่ยวข้องยังไงกับดอกเบี้ยที่เราจะไปผ่อนบ้านอย่างไร วันนี้ "ขอนแก่นน่าอยู่"่จะมาไขข้อสงสัยกับคำเหล่านี้กัน

เชื่อว่าหลายคนที่กำลังวางแผนหรืออาจขอสินเชื่อบ้านหรือคอนโด คงเคยได้ยินคำๆนี้มากันบ้างแล้ว ก่อนอื่นขอนแก่นน่าอยู่จะมาทำความเข้าใจชื่อของดอกเบี้ยทั้ง 3แบบ ให้ทุกคนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นครับ

ค่า MLR / MOR / MRR คืออะไร
1. MLR (Minimum Loan Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี เช่น มีประวัติการเงินที่ดี มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างเพียงพอ โดยส่วนใหญ่ใช้กับเงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน เช่น สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ
2. MOR (Minimum Overdraft Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี
3. MRR (Minimum Retail Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย

วิธีคิดโครงสร้างสินเชื่อที่อยู่อาศัย มี 2 ลักษณะด้วยกัน
1. Fixed Rate หรือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่
หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้เป็นตัวเลขเฉพาะ จะคิดอัตราดอกเบี้ยตามที่ตกลงกันไว้หน้าสัญญาจะไม่ขึ้นหรือลงตามต้นทุนของสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารตกลงให้เรากู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยคิดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3% ต่อ ปี นั่นหมายความว่า ธนาคารจะสามารถคิดดอกเบี้ยเราได้แค่ 3% ตลอดทั้ง3ปีตามที่เขียนหน้าสัญญา ดังนั้นการคิดดอกเบี้ยแบบFixed Rate จะทำให้เรารู้ดอกเบี้ยที่แน่นอนของสัญญา
2. Floating Rate หรือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว
หมายถึง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามต้นทุนของสถาบันการเงินหรือธนาคารนั้นๆกำหนด โดยดอกเบี้ยต่างๆจะออกมาเป็นระยะและแต่นนโยบายของช่วงนั้นๆ ซึ่งสถาบันการเงินจะประกาศออกมาเป็นคราวๆ โดยดอกเบี้ยแบบลอยตัวจะอ้างอิงตามค่า MLR MOR MRR ไป เช่น อัตราดอกเบี้ยของธนาคารนั้นๆอยู่ที่ 3% ต่อปี และหลังจาก3ปี ดอกเบี้ยจะเป็นแบบFloating Rate หรือค่าลอยตัวเป็นค่า MRR -2 หากค่า MRR เป็น 6 นั่นก็หมายความว่า MRR = 6-2 = 4%ต่อปี นั่นเอง

รู้วิธีคิดโครงสร้างสินเชื่อที่อยู่อาศัยกันเเล้ว ก่อนที่เราจะยื่นกู้ซื้อที่อยู่อาศัยที่เป็นหนี้สินระยะยาว สิ่งที่เราควรทำนอกจากสำรวจภาระค่าใช้จ่ายและความจำเป็นที่ในการก่อหนี้แล้ว เราก็ควรให้ความสำคัญกับอัตราดอกเบี้ยด้วย เพราะนี่คือต้นทุนอีกข้อที่เราในฐานะลูกหนี้ต้องแบกรับนั่นเองครับ และทั้งนี้ควรศึกษาดูสัญญาสินเชื่อให้ดีเพราะบางธนาคารจะมีค่าปรับหากคุณเลือกปิดเงินต้นก่อนระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด และอัตรา MRR, MLR สามารถเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาได้ ดังนั้นอย่าลืมอัปเดตอัตราดอกเบี้ยเหล่านี้ ก่อนเข้าขอสินเชื่อกันด้วยนะครับ
ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก :ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
บทความที่น่าสนใจ อ่านต่อ คลิกเลย!!
- 9 ปัญหา 9 วิธีแก้ “กู้ซื้อบ้านไม่ผ่านทำไงดี?”
- ไขข้อสงสัยที่คนส่วนใหญ่อยากรู้ "ติดเเบล็คลิสต์" กู้ซื้อบ้านได้ไหม ?
- “สิทธิการเช่า” ที่การรถไฟ ทำไมถึงซื้อขายได้ แล้วถ้าซื้อแล้วจะได้เป็นเจ้าของจริงหรอ??
- อยากกู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟนจำเป็นต้องจดทะเบียนสมรสหรือไม่?
สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารดีๆที่จะช่วยตอบโจทย์ในการช่วยคุณที่พักอาศัย
กดติดตาม "ขอนแก่นน่าอยู่" หาบ้าน ที่ดิน คอนโด หอพัก ทั่วเมืองขอนแก่น🏡🏡 ทั้งบ้านมือ1, มือ2 เพิ่มเติมได้ที่
⭕️ Website : www.nayoo.co (ไม่มี m)
⭕️ Facebook : ขอนแก่นน่าอยู่
⭕️ YouTube : https://www.youtube.com/c/khonkaennayoo