สวัสดีปีใหม่ค่าเพื่อนๆ ผ่านพ้นค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองกันมาหมาดๆ แต่พอลืมตาตื่นขึ้นมากลับต้องเจอกับอาการปวดหัวตุบๆ คลื่นไส้จนโลกหมุน ใครที่กำลังหาวิธีกู้ร่างให้พร้อมลุยงาน วันนี้ น้องบุรีรัมย์น่าอยู่ รวมคัมภีร์ แก้แฮงค์ ฉบับเร่งด่วนมาฝาก ทั้งวิธีธรรมชาติและตัวช่วยในร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน ใครที่กำลังแพลนจะไปปาร์ตี้อ่านก่อนจัดหนักจัดเต็มไว้เลย!

อาการแบบนี้ใช่เลย! เช็กลิสต์ "แฮงค์" สัญญาณเตือนว่าร่างพัง
ก่อนจะไปหาวิธีแก้ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่าทำไมร่างกายถึงประท้วงหนักขนาดนี้? อ้างอิงข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้อธิบายว่า อาการเมาค้าง (Hangover) นั้นเป็นภาวะที่คล้ายกับ "การเป็นไข้หวัดใหญ่" คือเกิดจากการที่ร่างกายได้รับแอลกอฮอล์มากเกินไปจนเสียสมดุล ทั้งภาวะขาดน้ำ (Dehydration) สมดุลฮอร์โมนเปลี่ยนไป และสารสื่อประสาททำงานผิดปกติ ซึ่งความแปรปรวนเหล่านี้จะส่งผลออกมาเป็นอาการทางร่างกายและจิตใจ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

1. อาการทางกายที่เห็นชัด (Visible Symptoms)
เป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นที่บอกว่าร่างกายกำลังแย่
- ระบบประสาท : ปวดหัว มึนงง เวียนศีรษะ มือสั่น สะลึมสะลือ สะดุ้งตกใจง่าย
- ใบหน้าและผิวพรรณ : คอแห้ง ผิวหน้าและริมฝีปากแห้ง หน้าบวม ตาบวมแดง หรือหน้าซีดเซียว
- ระบบย่อยอาหาร : คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องอืด หรือท้องเสีย กินอะไรไม่ลง
- ร่างกาย : อ่อนเพลีย หมดแรงลุกไม่ขึ้น ตัวเย็น กล้ามเนื้อเกร็ง (ตะคริว)

2. ผลกระทบภายในที่มองไม่เห็น (Internal Effects)
ส่วนนี้น่ากลัวกว่าที่คิด เพราะแอลกอฮอล์ยังส่งผลเสียต่อเนื่องแม้จะตรวจไม่พบในเลือดแล้ว
- หัวใจทำงานหนัก: หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ความดันโลหิตลดลง (ซึ่งผู้ที่เป็นโรคหัวใจมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากการเมาค้างง่ายกว่าคนปกติ)
- สมองช้าลง: การแพร่ของคลื่นสมองช้ากว่าปกติ ทำให้การตัดสินใจและการสั่งการของกล้ามเนื้อบกพร่องไปชั่วขณะ
- ขาดสมดุล: ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำและขาดสารอาหาร
3. ปัจจัยที่ทำให้เรา "เจ็บหนัก" กว่าคนอื่น
เคยสงสัยไหมว่าทำไมดื่มเท่ากันแต่เราเมาค้างหนักกว่า? อาการเหล่านี้ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยเสริมอื่นๆ ด้วย
- สภาพร่างกาย: การอดนอน มีความเครียด หรือดื่มตอนท้องว่าง จะยิ่งทำให้อาการหนักขึ้น
- อายุและน้ำหนัก: คนที่มีน้ำหนักตัวน้อยจะมีโอกาสเมาง่ายและค้างนานกว่า ส่วนเรื่องอายุ "ยิ่งอายุเยอะ ยิ่งเมาค้างง่าย" เนื่องจากประสิทธิภาพการกำจัดแอลกอฮอล์ของร่างกายลดลง

5 วิธี แก้แฮงค์ ฉบับธรรมชาติ ฟื้นร่างพังให้กลับมาปัง
นอกจากตัวช่วยในร้านสะดวกซื้อแล้ว การดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติก็สำคัญไม่แพ้กัน ลองปฏิบัติตาม 5 ข้อนี้ เพื่อให้สร่างไวขึ้น พร้อมลุยงานได้เลย
1. ดื่มน้ำเปล่าให้เยอะๆ
กฎเหล็กข้อแรกของการ แก้แฮงค์ คือการดื่มน้ำเปล่าให้มากที่สุด เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายแห้งผาก การดื่มน้ำอุณหภูมิห้องทีละมากๆ จะช่วยเจือจางความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือด และช่วยขับสารพิษออกมาทางปัสสาวะ ยิ่งขับถ่ายออกไปได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร่างไว
2. อาบน้ำปลุกร่าง
แม้จะไม่อยากลุกจากเตียง แต่การฝืนตัวเองไปอาบน้ำ จะช่วยให้ร่างกายตื่นตัว แนะนำให้อาบน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิปกติ ความเย็นจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้สมองตื่นตัว ลดอาการมึนงง และช่วยระบายความร้อนที่สะสมอยู่ในร่างกายจากฤทธิ์แอลกอฮอล์
3. อย่าเพิ่งซดกาแฟดำเข้มๆ
หลายคนเข้าใจผิดว่าตื่นมาแฮงค์ๆ ต้องอัดกาแฟเพื่อแก้ปวดหัว จริงอยู่ที่คาเฟอีนช่วยให้ตื่นตัว แต่กาแฟก็มีฤทธิ์ขับปัสสาวะเหมือนเหล้า หากดื่มตอนที่ร่างกายยังขาดน้ำ อาจจะยิ่งกระตุ้นให้ปวดหัวและใจสั่นหนักกว่าเดิม แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอก่อน แล้วค่อยจิบกาแฟอ่อนๆ ทีหลัง
4. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ (ถ้าทำได้)
หากทำทุกอย่างแล้วยังรู้สึกโลกหมุน "การนอนหลับ" คือยาขนานเอก ร่างกายต้องการเวลาในการซ่อมแซมตัวเอง หากลางานได้ควรพักผ่อนให้เต็มที่ แต่ถ้าต้องไปทำงานจริงๆ ให้หาเวลางีบหลับสั้นๆ ช่วงพักเที่ยง สัก 15-20 นาที จะช่วยรีบูทสมองให้กลับมาทำงานต่อได้
5. ห้าม "ถอน" เด็ดขาด! (Hair of the Dog)
ความเชื่อเรื่องการดื่มเหล้าซ้ำเพื่อ แก้แฮงค์ เป็นวิธีที่ผิดมหันต์ การดื่มเพิ่มอาจช่วยให้รู้สึกดีขึ้นแค่ชั่วคราวเพราะแอลกอฮอล์ไปกดประสาทไว้ แต่เมื่อฤทธิ์หมด อาการจะกลับมาหนักกว่าเดิมเป็นทวีคูณ และเสี่ยงต่อการติดสุราเรื้อรังในระยะยาว

เปิดลายแทง! ไอเทมใน "ร้านสะดวกซื้อ" ตัวช่วยบรรเทาอาการเมาค้าง
เมื่ออาการหนักจนทนไม่ไหว หลายคนมักพุ่งตัวไปร้านสะดวกซื้อเพื่อหา "ยาแก้แฮงค์" แต่ช้าก่อน! อ้างอิงข้อมูลจาก โรงพยาบาลเวชธานี ยืนยันชัดเจนว่า "ยาแก้แฮงค์ไม่มีจริง" ในทางการแพทย์ไม่มียาตัวไหนที่กินปุ๊บแล้วหายเมาค้างปั๊บ มีเพียงยาที่ช่วย "รักษาตามอาการ" หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแก้เมาค้างที่มีวิตามินผสมอยู่ จึงทำให้ช่วยลดอาการเมาค้างได้เท่านั้น
ดังนั้น การเลือกซื้อของในร้านสะดวกซื้อจึงควรเน้นไปที่การ "ฟื้นฟูร่างกาย" และ "บรรเทาอาการ" มากกว่าการซื้อยากินเอง มาดูกันว่าควรหยิบอะไรบ้าง
1.ทีม "กันไว้ก่อน" (รองท้องลดการดูดซึม)
เป้าหมายคือหาเกราะป้องกันกระเพาะ ไม่ให้แอลกอฮอล์ดูดซึมเข้ากระแสเลือดเร็วเกินไป
- นมจืด / นมถั่วเหลือง: โปรตีนในนมจะช่วยเคลือบผนังกระเพาะอาหาร ช่วยลดและชะลอการดูดซึมแอลกอฮอล์ได้ดีระดับหนึ่ง
- รองท้องด้วยแป้ง: ข้าวปั้น แซนวิช หรือเบอร์เกอร์ การมีอาหารในท้องจะช่วยชะลอความเมาได้ดีกว่าการดื่มตอนท้องว่าง
2. ทีม "ฟื้นฟูระบบ" (วิตามินและเกลือแร่)
เน้นเติมสิ่งที่ร่างกายสูญเสียไป เพื่อให้ระบบต่างๆ กลับมาทำงานได้ปกติ
- เกลือแร่ (Electrolyte Drinks): [สำคัญที่สุด] เนื่องจากร่างกายขาดน้ำรุนแรง การจิบน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือเครื่องดื่มเกลือแร่ จะช่วยคืนความสดชื่นและแก้เพลียได้ตรงจุดกว่าน้ำเปล่า
- เครื่องดื่มวิตามิน B รวม / วิตามิน C : แอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายสูญเสียวิตามินบีและซี ซึ่งจำเป็นต่อระบบประสาทและการขับพิษ การเติมวิตามินเหล่านี้จะช่วยลดความอ่อนล้าและมึนงงได้
- น้ำมะพร้าวแท้ : แหล่งเกลือแร่ธรรมชาติที่มีโพแทสเซียมสูง ช่วยปรับสมดุลร่างกายให้ฟื้นตัวไว
- ไข่ออนเซ็น / ไข่ต้ม: ไอเทมเด็ดที่หลายคนมองข้าม! ในไข่มีกรดอะมิโนชื่อ "ซิสเทอีน" (Cysteine) ซึ่งช่วยให้ตับขับสารพิษอะซีทัลดีไฮด์ได้ดีมาก กินง่าย คล่องคอ ไม่เลี่ยนเหมือนของมันๆ
- บ๊วยคืนชีพ / มะขามจี๊ดจ๊าด: ความเปรี้ยวจี๊ดจะช่วยตัดเลี่ยน ลดอาการคลื่นไส้พะอืดพะอม กระตุ้นให้ตื่นตัว และลดอาการขมคอได้ดีเยี่ยม
3.ทีม "ยาบรรเทาอาการ" (ต้องระวัง! ปรึกษาเภสัชกรก่อน)
หากอาการหนักจนต้องพึ่งยา ขอให้จำไว้ว่า "ห้ามซื้อยากินเองโดยไม่รู้สรรพคุณ" เพราะยาบางตัวอาจตีกับแอลกอฮอล์จนตับพังได้
- ปวดหัว: ยาพาราเซตามอลทานได้ แต่ต้องระวังอย่างยิ่ง เพราะทั้งเหล้าและพาราฯ ต่างก็ทำร้ายตับ หากดื่มหนักมา ตับกำลังทำงานหนัก การอัดพาราฯ เข้าไปอาจเสี่ยงต่อภาวะตับอักเสบ
- คลื่นไส้ อาเจียน: ยาแก้อาเจียน (เช่น Domperidone) ช่วยได้ แต่ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อดูว่ายาตีกับโรคประจำตัวหรือยาอื่นหรือไม่
⚠️ สรุป: ทางออกที่ดีที่สุดคือการจิบน้ำเกลือแร่ พักผ่อน และทานอาหารอ่อนๆ ส่วนเรื่องยา หากไม่มั่นใจ ให้เดินไปปรึกษาเภสัชกรที่ร้านขายยา อย่าหยิบยาในร้านสะดวกซื้อกินเองสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพได้
หิวใช่ไหม? รวมเมนู "ของกินแก้แฮงค์" ซดคล่องคอ ตาสว่าง
เมื่อท้องเริ่มร้องประท้วง การเลือกเมนูมื้อแรกของวันเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ ควรเน้นอาหารที่ "ย่อยง่าย" รสชาติไม่จัดจ้านจนเกินไป และมีส่วนประกอบของน้ำเยอะๆ เพื่อช่วยดูดซับสารพิษและคืนพลังงานให้ร่างกาย มาดูกันว่ามีเมนูไหนที่กินแล้ว "รอด" บ้าง
- ต้มเลือดหมู / โจ๊ก / ข้าวต้ม : เมนู "Comfort Food" ยอดนิยมยามเช้าที่ช่วยกู้ชีพได้ดีที่สุด เพราะมีความเป็นน้ำซุปร้อนๆ ซดแล้วคล่องคอ ช่วยลดอาการพะอืดพะอมได้ดีมาก ที่สำคัญใน เลือดหมู มีธาตุเหล็กสูง ช่วยปรับสมดุลเลือดและฟื้นฟูร่างกายจากความอ่อนเพลีย ส่วนผักใบเขียวอย่าง จิงจูฉ่ายหรือตำลึง ก็มีวิตามินและแมกนีเซียมช่วยบำรุงประสาทให้ฟื้นตัวไวขึ้น
- ต้มยำน้ำใส / แกงจืดเต้าหู้ : สำหรับใครที่อยากได้ความสดชื่น ต้องถ้วยนี้เลยค่ะ แต่เน้นว่าเป็น "น้ำใส" เท่านั้นนะ (เลี่ยงกะทิเพราะจะยิ่งเลี่ยนและอาเจียน) ความเผ็ดร้อนเบาๆ จากสมุนไพรไทยอย่าง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด จะช่วยขับเหงื่อและไล่พิษไข้ออกจากร่างกาย ส่วนความเปรี้ยวจี๊ดของ มะนาว จะช่วยปลุกให้ตาสว่าง หายมึนหัว
- กล้วยหอม : ผลไม้กันตายที่หาซื้อง่ายในร้านสะดวกซื้อ กล้วยหอมเป็นแหล่งของ "โพแทสเซียม" ชั้นยอด ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายสูญเสียไปอย่างหนักจากการปัสสาวะบ่อย การทานกล้วยจะช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้อเกร็ง และลดอาการคลื่นไส้ แถมเนื้อกล้วยยังช่วยเคลือบกระเพาะอาหารที่กำลังระคายเคืองได้อีกด้วย
- น้ำผึ้งมะนาว / น้ำส้มคั้น : เติมความสดชื่นด้วย "น้ำตาลฟรุกโทส" จากธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการอย่างมากในช่วงที่ระดับน้ำตาลในเลือดตก (สาเหตุของอาการมือสั่นและอ่อนเพลีย) การจิบน้ำหวานๆ จะช่วยคืนพลังงานให้สมองและร่างกายฟื้นตัวได้ไวขึ้น ส่วน วิตามินซี และรสเปรี้ยวในมะนาวจะช่วยลดอาการคลื่นไส้และปลุกให้ตาสว่าง
บทสรุป
อาการเมาค้างก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก หากเรารู้วิธีรับมือและรู้จักลิมิตของตัวเอง การใช้เทคนิค แก้แฮงค์ ที่น้องบุรีรัมย์น่าอยู่นำมาฝากในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพึ่งไอเทมในร้านสะดวกซื้อ หรือการดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติ จะช่วยให้เพื่อนๆ ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
และสำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วรู้สึกว่า "บ้าน" ที่อยู่ตอนนี้ยังไม่ตอบโจทย์การพักผ่อน อยากมองหาบ้านเดี่ยว ฟังก์ชันครบครันเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ลองแวะเข้ามาชมโครงการ บ้านบุรีรัมย์ บนเว็บไซต์บุรีรัมย์น่าอยู่ คุณอาจจะเจอบ้านที่ใช่ ที่จะทำให้ทุกเช้าของคุณสดใส ไม่ว่าจะวันธรรมดา หรือวันที่ต้องพักฟื้นร่างกาย
สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ ดูแลสุขภาพตัวเอง และ "เมาไม่ขับ" เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและเพื่อนร่วมทางนะคะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ยาแก้แฮงค์ที่ขายทั่วไป ช่วยได้จริงไหมคะ?
A: ช่วยได้ค่ะ แต่ตัวยาไม่ได้ขึ้นทะเบียนว่าแก้เมาค้าง ส่วนใหญ่ เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของวิตามินบี วิตามินซี หรือสมุนไพรที่ใช้สำหรับรักษาอาการขาดวิตามินชนิดต่างๆ แต่ทางที่ดีที่สุดคือต้องดื่มน้ำเปล่าตามเยอะๆ ด้วยนะคะ
Q: ทำไมกินเหล้าแล้วถึงปวดหัว?
A: เพราะแอลกอฮอล์ทำให้เส้นเลือดขยายตัว และทำให้ร่างกายขาดน้ำจนสมองหดตัวดึงรั้งเยื่อหุ้มสมองค่ะ ยิ่งดื่มน้ำน้อย ยิ่งปวดหัวมากค่ะ
Q: ถ้าต้องไปทำงานทั้งที่ยังแฮงค์ มีวิธีแก้หน้าโทรมไหม?
A: แนะนำให้ประคบเย็นที่ใบหน้าเพื่อลดอาการบวม ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น และหาคอนซีลเลอร์กลบใต้ตา พร้อมทานวิตามินซี หรือน้ำผลไม้คั้นสด จะช่วยให้สดชื่นขึ้นได้ค่ะ
Q: กินพาราฯ แก้ปวดหัวตอนแฮงค์ได้ไหมคะ?
A: เลี่ยงได้เลี่ยงค่ะ! เพราะตับเรากำลังทำงานหนักเพื่อกำจัดแอลกอฮอล์อยู่แล้ว ถ้ากินพาราเซตามอลเข้าไปอีก จะยิ่งเพิ่มภาระให้ตับ เสี่ยงตับอักเสบได้ ถ้าปวดมากจริงๆ แนะนำให้ดื่มน้ำเยอะๆ แล้วนอนพัก หรือ ทานยากลุ่มแก้ปวดตัวอื่น (ปรึกษาเภสัชกร) จะดีกว่าค่ะ
บทความที่น่าสนใจ
- สายวิ่งต้องจด! รวมงานวิ่งบุรีรัมย์ & มาราธอน บุรีรัมย์ เตรียมพร้อมก่อนปี 2026
- ปีนี้จะลดละ! เตรียมสวยปังแบบตัวแม่ รวม 5 ร้านอาหารคลีนบุรีรัมย์ ที่ห้ามพลาด
- แชร์ 13 พิกัด สนามวิ่ง บุรีรัมย์ วิ่งฟรี สุขภาพดีก่อนใคร
บุรีรัมย์น่าอยู่ เว็บไซต์อสังหาฯ ที่รวมทุกเรื่องที่อยู่ของคนบุรีรัมย์ ค้นหาบ้าน ทรัพย์มือสอง บริการรับสร้างบ้าน บริการเช่าหอพัก และ ที่ดินทำเลดี ได้จากลิงค์ด้านล่างเลยค่า 👍