ขั้นตอนซื้อบ้านต้องทำอะไรบ้าง? สรุป Timeline ซื้อบ้านหลังแรกแบบครบจบ
กว่าจะได้ซื้อบ้านหลังแรก หรือคอนโดสักห้อง มีหลายขั้นตอนมากกว่าที่หลายคนคิด ทั้งการเลือกที่อยู่ที่โดนใจ จอง ยื่นกู้ ตรวจบ้าน ไปจนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งถ้ามีการวางแผนทำตามขั้นตอน และใช้บริการปรึกษาจากทีมงาน บ้านพร้อม ก็จะช่วยลดความผิดพลาด และทำให้ตัดสินใจซื้อบ้านได้ง่ายขึ้นครับ
แปะ 6 ขั้นตอนซื้อบ้านหลังแรก ต้องผ่านกี่ STEP?
ก่อนเริ่มดูบ้านจริง เชื่อว่ายังมีคนสงสัยอยู่ว่าขั้นตอนซื้อบ้านต้องเริ่มยังไง ทำอะไรก่อน ซึ่งจริง ๆ แล้ว Timeline ซื้อบ้านหลังแรก จะมีประมาณ 6 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ครับ
- ประเมินงบประมาณและกำลังผ่อน
- เลือกบ้านและทำเล
- จองบ้านและทำสัญญา
- ยื่นกู้และประเมินสินเชื่อ
- ตรวจบ้านก่อนโอน
- โอนกรรมสิทธิ์และรับบ้าน
การเรียงลำดับขั้นตอนแบบนี้ จะช่วยให้วางแผนซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น และลดโอกาสพลาดเรื่องเอกสาร ค่าใช้จ่าย หรือภาระผ่อนในอนาคตครับ
STEP 1 - ประเมินงบก่อนซื้อบ้านสำคัญอย่างไร?

หนึ่งในขั้นตอนซื้อบ้านที่สำคัญที่สุด คือการประเมินงบประมาณก่อนดูบ้านจริง เพราะจะช่วยให้เรารู้ว่ากำลังซื้อของตัวเองอยู่ที่เท่าไหร่ และลดความเสี่ยงกู้ไม่ผ่านในภายหลัง ซึ่งโดยทั่วไปค่างวดผ่อนบ้านต่อเดือนไม่ควรเกิน 35-40% ของรายได้ต่อเดือน ดังนั้นการประเมินกู้ซื้อบ้าน คือสิ่งแรกที่ต้องเตรียมตัวสำหรับซื้อบ้านหลังแรก
นอกจากนี้ในขั้นตอนซื้อบ้านควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วยนอกจากค่าบ้าน เช่น
- เงินดาวน์
- ค่าโอนกรรมสิทธิ์
- ค่าจดจำนอง
- ค่าตกแต่งบ้าน
- เงินสำรองฉุกเฉินหลังเข้าอยู่
การประเมินงบก่อนซื้อบ้าน จะช่วยให้เราได้ตรวจเช็กสถานะทางการเงิน และสามารถซื้อบ้านหลังแรกได้แบบไม่ยุ่งยาก โดยเพื่อน ๆ สามารถเข้าใช้โปรแกรมคำนวณสินเชื่อบ้าน เพื่อวางแผนซื้อบ้านได้ครับ
STEP 2 - เลือกบ้านและทำเลให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์

หลังจากที่รู้กำลังซื้อแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกประเภทที่อยู่อาศัย และทำเลให้เหมาะกับการใช้ชีวิตจริง ๆ เช่น การเลือกโซนที่ง่ายต่อการเดินทาง ใกล้ที่ทำงาน โรงเรียน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบที่จำเป็น ซึ่งที่อยู่อาศัยแต่ละแบบก็ตอบโจทย์ที่ต่างกันครับ
- บ้านเดี่ยว: เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัว อยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่
- ทาวน์โฮม: เหมาะกับคนที่ต้องการบ้านราคาเข้าถึงง่าย และต่อยอดพื้นที่เป็นห้องทำงานหรือโฮมออฟฟิศ
- คอนโด: เหมาะกับคนเมืองที่ต้องการอยู่ใกล้ที่ทำงาน โรงเรียน เดินทางสะดวก แต่อาจไม่ตอบโจทย์คนที่ชอบความเงียบสงบหรือสายสโลว์ไลฟ์
นอกจากประเภทบ้านแล้ว “ทำเล” ก็สำคัญสำหรับการอยู่อาศัยในระยะยาว เพราะเป็นสิ่งที่เลือกแล้วเปลี่ยนไม่ได้ โดยน้อง “น่าอยู่” ได้สรุป Checklist เปรียบเทียบทำเลบ้าน ดังนี้
- ราคา และค่างวดต่อเดือน
- ขนาด และฟังก์ชันพื้นที่ใช้สอย
- สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง
- การเดินทาง และทำเล
- โปรโมชั่น และค่าใช้จ่ายแฝง
- คุณภาพวัสดุ และงานก่อสร้าง
STEP 3 - จองบ้านและทำสัญญา ต้องเช็กอะไรบ้าง?

เมื่อเจอบ้านที่ถูกใจ ก็เริ่มจองบ้าน และทำสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ควรตรวจสอบรายละเอียด โดยเฉพาะเงื่อนไขการชำระเงิน ค่าปรับ และเงื่อนไขกรณีกู้ไม่ผ่าน เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ก่อนจะชำระเงิน เช่น
- ราคาสุทธิจริง
- โปรโมชั่นที่ได้รับ
- รายการของแถม
- ค่าใช้จ่ายวันโอน
- เงื่อนไขการคืนเงินจอง
- ระยะเวลาการก่อสร้าง และส่งมอบบ้าน
STEP 4 - เตรียมเอกสารและประเมินกู้บ้าน

อีกหนึ่งสิ่งที่คนจะซื้อบ้านหลังแรกกังวล คือการยื่นกู้บ้าน เพราะธนาคารจะประเมินทั้งรายได้ ภาระหนี้ และความสามารถในการผ่อนชำระ ดังนั้นเราควรศึกษาเรื่องวงเงินสินเชื่อ และวางแผนขั้นตอนซื้อบ้านให้รอบคอบ
เอกสารที่ใช้ยื่นกู้บ้านเบื้องต้น เช่น
- บัตรประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- สลิปเงินเดือน
- Statement ย้อนหลัง
- หนังสือรับรองเงินเดือน
- เอกสารรายได้เพิ่มเติม
โดยทั่วไปธนาคารอาจใช้เวลาพิจารณาประมาณ 3-14 วัน ขึ้นอยู่กับเอกสารและเงื่อนไขของแต่ละธนาคารครับ
STEP 5 - ตรวจบ้านก่อนโอน สำคัญแค่ไหน?

หลายคนคิดว่าบ้านใหม่ไม่น่ามีปัญหาอะไรมาก แต่จริง ๆ แล้วการตรวจบ้านก่อนโอนเป็นขั้นตอนสำคัญมาก เพราะถ้าเจอปัญหาหลังเข้าอยู่ อาจต้องเสียเวลาตามแก้ภายหลัง ซึ่งจุดสำคัญที่ควรเช็กก่อน คือ
- ผนังมีรอยแตกร้าว หรือสีไม่เรียบ
- พื้นกระเบื้องโก่ง หรือยุบ
- ฝ้าเพดานมีรอยรั่ว
- ระบบไฟ ระบบน้ำ ใช้งานได้ครบ
- ประตู และหน้าต่างปิดสนิท
STEP 6 - โอนกรรมสิทธิ์วันจริง ต้องเตรียมอะไร?

วันโอนกรรมสิทธิ์ ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของ Timeline ซื้อบ้าน โดยผู้ซื้อจะต้องดำเนินการที่สำนักงานที่ดินร่วมกับโครงการหรือผู้ขาย โดยเอกสารที่ควรเตรียม เช่น
- บัตรประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- สัญญากู้ธนาคาร
- แคชเชียร์เช็ค
- สัญญาจะซื้อจะขาย
นอกจากนี้การซื้อบ้านหลังแรกยังมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นที่ควรรู้ล่วงหน้า เช่น
- ค่าโอนกรรมสิทธิ์
- ค่าจดจำนอง
- ค่าอากรหรือภาษีธุรกิจเฉพาะ
- ค่าส่วนกลางล่วงหน้า
บ้านพร้อม ช่วยดูแลขั้นตอนซื้อบ้านยังไงบ้าง?
บ้านพร้อม - BAAN PrompT คือ บริการผู้ช่วยซื้อบ้านจาก “น่าอยู่” ที่เข้ามาช่วยดูแลตั้งแต่เริ่มหาบ้าน เปรียบเทียบโครงการ ประเมินงบและการกู้บ้าน ไปจนถึงช่วยตรวจบ้านก่อนโอน เพื่อให้คนซื้อบ้าน โดยเฉพาะมือใหม่ สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และลดความยุ่งยากในแต่ละขั้นตอนครับ
ช่วยคัดบ้านตามงบและทำเล ?
หนึ่งในจุดเด่นของบริการจาก บ้านพร้อม คือมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญช่วยคัดเลือกบ้านให้เหมาะกับงบประมาณ และทำเล รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ เพื่อลดเวลาหาข้อมูลเองจากหลาย ๆ โครงการ และช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นครับ
ช่วยประเมินกู้ซื้อบ้านเบื้องต้น ?
สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่ารายได้ตัวเองกู้บ้านได้ไหม หรือจะได้วงเงินกู้ประมาณไหน บ้านพร้อมสามารถช่วยให้คำปรึกษาและประเมินกู้ซื้อบ้านเบื้องต้น เพื่อดูว่ารายได้และภาระหนี้ปัจจุบัน เหมาะกับบ้านระดับราคาไหนก่อนยื่นกู้จริงครับ
ช่วยดูเอกสารและประสานงาน ?
ขั้นตอนซื้อบ้านมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ทั้งเรื่องเอกสาร การนัดหมาย และการติดต่อหลายฝ่าย บ้านพร้อมจึงมีทีมช่วยประสานงานกับโครงการ ธนาคาร หรือผู้ขาย เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นระบบ และลดความยุ่งยากสำหรับมือใหม่ที่จะซื้อบ้านหลังแรกครับ
ช่วยตรวจบ้านก่อนโอน ?
ก่อนรับมอบบ้าน ทีมงานยังช่วยตรวจสภาพบ้านเบื้องต้น เพื่อเช็กจุดสำคัญต่าง ๆ ภายในบ้าน เช่น งานผนัง ระบบไฟ ระบบน้ำ หรือรายละเอียดเก็บงาน เพื่อช่วยลดโอกาสที่มองข้ามปัญหาที่หลายคนอาจมองข้ามก่อนเข้าอยู่ครับ
บทส่งท้าย
ขั้นตอนซื้อบ้านหลังแรกอาจดูซับซ้อนสำหรับมือใหม่ เพราะต้องดูทั้งเรื่องงบประมาณ เอกสาร การกู้บ้าน และการตรวจบ้านก่อนโอน แต่ถ้าอยากได้ตัวช่วยวางแผนอย่างระบบ “บ้านพร้อม” จะช่วยดูแลในแต่ละขั้นตอน และทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ
มองหาบ้าน ที่อยู่อาศัย ให้ "บ้านพร้อม" ช่วยให้คำปรึกษา จัดหาทรัพย์ที่ตรงใจและประเมินสินเชื่อแบบครบวงจร
"BAAN PROMPT by NaYoo พร้อมซื้อ พร้อมขาย พร้อมดูแลคุณ"
คำถามที่พบบ่อย
1. คนต่างชาติซื้อบ้านในไทยได้ไหม ?
คนต่างชาติสามารถซื้อและถือครองกรรมสิทธิ์คอนโดในไทยได้ แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย ข้อจำกัดด้านที่ดินและสิทธิในการอยู่อาศัยเป็นหลักโดยตรง
2. ซื้อบ้านหลังแรกลดหย่อนภาษีได้ไหม ?
ในบางช่วงรัฐบาลอาจมีมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรก ซึ่งเราควรเช็กเงื่อนไขล่าสุดจากกรมสรรพากร และสินเชื่อของสถาบันการเงินแต่ละที่ให้มั่นใจก่อนครับ
3. ก่อนเริ่มดูบ้านต้องประเมินงบยังไงบ้าง ?
ควรเริ่มจากเช็กรายได้ ภาระหนี้ เงินดาวน์ และค่างวดที่ผ่อนไหวต่อเดือน โดยทั่วไปค่างวดบ้านไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินหลังจากการซื้อบ้านครับ