เปิดตำราเศรษฐี! ทริค ทําบุญขึ้นบ้านใหม่ เสริมดวงให้ปัง งบไม่บานปลาย
การมีบ้านเป็นของตัวเองคือความฝันชิ้นใหญ่ของใครหลายคน และเมื่อความฝันเป็นจริงแล้ว สิ่งแรกที่ขาดไม่ได้เลยคือ "พิธีทําบุญขึ้นบ้านใหม่" เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล วันนี้น้องบุรีรัมย์น่าอยู่ขอเปิดตำราฉบับเศรษฐี เริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านใหม่ ด้วยงบแบบสบายกระเป๋าแต่ยังถูกหลักประเพณี และเสริมดวงผู้อยู่อาศัยให้ เฮง รวย ปัง ตลอดปี!
ความสำคัญและความหมายของการ ทําบุญขึ้นบ้านใหม่
พิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องของความเชื่อโบราณเท่านั้น แต่เป็นกุศโลบายในการ "เริ่มต้นชีวิตใหม่" อย่างเป็นทางการ เป็นการบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้รับรู้ เพื่อขอพรให้ท่านช่วยปกปักรักษาคนในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัยและอันตรายต่างๆ รวมถึงเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านและญาติมิตรที่มาร่วมงานอีกด้วย
แต่ในยุคนี้หลายคนอาจมองว่า พิธีทําบุญขึ้นบ้านใหม่ เป็นเพียงธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำสืบต่อกันมา ดูมีความยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งทุกวันนี้มีการลดพิธีกรรมลงมาเพื่อให้สะดวกแก่เจ้าของบ้านยุคใหม่ มีเพียงแค่การพบปะญาติพี่น้อง เป็นงานเลี้ยงเล็กๆ หรือบางบ้านก็มีการนิมนต์พระ มาประกอบพิธีทางศาสนา ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ เปรียบเสมือนการเปิดรับพลังงานบวกและสิริมงคลเข้ามาสู่ตัวบ้านและผู้อยู่อาศัย เพื่อให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง
เช็กลิสต์สำคัญ: ทําบุญขึ้นบ้านใหม่ เตรียมอะไรบ้าง
การวางแผนเตรียมของสำหรับงาน ทําบุญขึ้นบ้านใหม่ ล่วงหน้าคือหัวใจสำคัญ เพื่อให้งานราบรื่นและไม่ติดขัด ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อวัด การเตรียมสถานที่ หรือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ น้องบุรีรัมย์น่าอยู่ ได้รวบรวมเช็กลิสต์สิ่งที่ต้องมีมาให้แล้ว เพื่อให้เจ้าภาพมือใหม่จัดการทุกอย่างได้แบบมือโปร ไม่ตกหล่นแม้แต่รายการเดียว
1. การหาฤกษ์งามยามดี
ฤกษ์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! สำหรับใครที่เคร่งครัดเรื่องขนบธรรมเนียมอาจนำวันเดือนปีเกิดของเจ้าของบ้านไปปรึกษาพระอาจารย์หรือหมอดูเพื่อหาฤกษ์มงคลเฉพาะตัว แต่หากเน้นความสะดวกสามารถใช้ "ฤกษ์สะดวก" โดยยึดจาก วันหยุดราชการ 2569 ก็ถือเป็นฤกษ์ดีได้เช่นกัน
ซึ่งส่วนมากจะนิยมจัดในวันศุกร์ (วันแห่งความสุข), วันพฤหัสบดี (วันครู) หรือวันธงชัยตามปฏิทิน และ นิยมเริ่มพิธีในช่วงเช้า (ประมาณ 9.00 น. หรือ 10.00 น.) เพื่อให้จบขั้นตอนการถวายเพลก่อนเที่ยง ทั้งนี้เพื่อนๆ สามารถเข้าไปเช็ก ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ 2568 เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกวันดีๆ ได้ที่นี่เลย
2. การนิมนต์พระสงฆ์
ตามประเพณีนิยมจะนิมนต์พระสงฆ์เป็น จำนวนคี่ คือ 9 รูป (เลข 9 พ้องเสียงกับคำว่า "ก้าวหน้า" และเมื่อรวมกับพระพุทธรูปประธานจะเป็น 10 ซึ่งเป็นเลขลงตัวพอดี) แต่หากพื้นที่บ้านจำกัดหรือต้องการประหยัดงบ
การนิมนต์พระสงฆ์ 5 หรือ 7 รูป ก็ถือว่าครบองค์สงฆ์และทำพิธีได้สมบูรณ์เช่นกัน สิ่งสำคัญคือต้องเตรียม "ฎีกานิมนต์" (ใบนิมนต์) เพื่อแจ้งวันเวลาและสถานที่ให้ชัดเจน และอย่าลืมวางแผนเรื่องรถรับ-ส่งพระสงฆ์ให้เรียบร้อยหากวัดอยู่ไกลจากบ้าน เพื่อให้ท่านเดินทางมาถึงตามฤกษ์ที่กำหนด
3. การจัดเตรียมสถานที่และโต๊ะหมู่บูชา
การจัดเตรียมสถานที่ควรทำให้เสร็จก่อนวันงานอย่างน้อย 1 วัน เพื่อความราบรื่น โดยหัวใจสำคัญที่ต้องจัดตั้งให้ถูกต้องตามประเพณี คือ
- โต๊ะหมู่บูชา : ประกอบด้วย พระพุทธรูปประธาน (ควรเป็นปางสมาธิหรือปางมารวิชัย), กระถางธูป, เชิงเทียน 1 คู่ และ แจกันดอกไม้ 1 คู่ วางไว้ทางด้านขวามือของพระสงฆ์และหันหน้าไปทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ
- อาสนะพระสงฆ์: จัดวางให้เว้นระยะห่างพอสมควร
- สายสิญจน์: วนรอบตัวบ้านและฐานพระพุทธรูป (วนขวาตามเข็มนาฬิกา)
ในส่วนของ อาสนะพระสงฆ์, ตาลปัตร, ขันน้ำมนต์, และสายสิญจน์ หากที่บ้านไม่มี ไม่ต้องกังวล เพราะเราสามารถติดต่อขอยืมได้จาก "วัด" ที่เรานิมนต์พระท่านมาได้เลย (นิยมถวายปัจจัยบำรุงวัดเล็กน้อยเป็นการชำระหนี้สงฆ์) หรือปัจจุบันมีบริการออแกไนซ์รับจัดงานบุญที่เตรียมให้ครบชุด ก็ช่วยทุ่นแรงเจ้าภาพได้มากเช่นกัน
4. การ์ดเชิญและแผนที่เดินทาง
แม้จะเป็นงานบุญภายในครอบครัว แต่การบอกกล่าวเชิญแขกใกล้ชิดอย่างเป็นทางการก็แสดงถึงความใส่ใจค่ะ สำหรับญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ อาจจัดทำ การ์ดเชิญแบบพิมพ์ เพื่อเป็นการให้เกียรติ
ส่วนเพื่อนฝูงหรือคนทำงานยุคใหม่ การส่ง การ์ดออนไลน์ ทาง LINE หรือ Social Media ก็สะดวกและรวดเร็ว โดยสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในยุคนี้คือการแนบ QR ลิงก์แผนที่ (Google Maps) แสดงตำแหน่งบ้านให้แม่นยำ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แขกเดินทางมาร่วมงานได้ถูกเวลา ไม่หลงทาง และไม่ต้องโทรถามทางในงาน ซึ่งเจ้าภาพอาจไม่สะดวกรับโทรศัพท์ตลอดเวลา
5. อาหารและเครื่องดื่ม
การเตรียมอาหารสำหรับงานบุญ ควรแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ "สำหรับถวายพระ" และ "สำหรับเลี้ยงแขก" โดยเจ้าภาพควรคัดสรรเมนูที่มีความหมายดีเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 หมวดหลักๆ ดังนี้
- หมวดอาหารคาว (เน้นชื่อมงคล) : นิยมเมนูที่ชื่อพ้องกับสิ่งดีๆ เช่น ลาบ (สื่อถึงโชคลาภ เงินทอง), แกงจืดเต้าหู้ (สื่อถึงชีวิตที่ราบรื่น เรียบง่าย), ผัดถั่วงอก (สื่อถึงความเจริญงอกงาม), ผัดหมี่ซั้ว (สื่อถึงอายุมั่นขวัญยืน)
ข้อควรระวัง: ควรเลี่ยงเมนู "ข้าวต้ม" (นิยมใช้ในงานอวมงคล) และอาหารที่มีรสเผ็ดร้อนจัดๆ (เชื่อว่าจะทำให้คนในบ้านใจร้อน)
- หมวดขนมหวาน (เน้นความร่ำรวยก้าวหน้า) : ขาดไม่ได้คือขนมตระกูลทอง เช่น ทองหยิบ, ทองหยอด, ฝอยทอง (สื่อถึงการมีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ), ขนมชั้น (สื่อถึงการได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง), ขนมถ้วยฟู (สื่อถึงความเฟื่องฟูเจริญรุ่งเรือง) และ เม็ดขนุน (สื่อถึงการมีคนคอยเกื้อหนุนจุนเจือ)
- หมวดผลไม้ (เน้นความอุดมสมบูรณ์) : ผลไม้มงคล ยอดฮิตคือ กล้วย (สื่อให้ทำอะไรก็สำเร็จง่ายๆ เหมือนปอกกล้วย), มะพร้าว (สื่อถึงความบริสุทธิ์และการอยู่เย็นเป็นสุข), สาลี่ (สื่อถึงเงินทองไหลมาเทมา), ทับทิม (สื่อถึงความสามัคคีของคนในบ้าน) และ ส้ม (สื่อถึงความเป็นมหามงคล)
- หมวดเครื่องดื่ม : น้ำเปล่าสะอาดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด นอกจากนี้อาจเตรียม น้ำสมุนไพร เช่น น้ำเก๊กฮวย, น้ำอัญชัน หรือน้ำใบเตย เพื่อถวายพระและต้อนรับแขกให้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลายจากอากาศร้อน
ลำดับขั้นตอนพิธีทําบุญขึ้นบ้านใหม่ แบบมาตรฐาน
สำหรับใครที่กังวลว่าจะทำตัวไม่ถูก หรือไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน การรู้ลำดับขั้นตอนของ งานทําบุญขึ้นบ้านใหม่ ที่ถูกต้องตามหลักศาสนพิธีจะช่วยให้งานดำเนินไปอย่างศักดิ์สิทธิ์และราบรื่น ตั้งแต่การจุดธูปบูชาพระรัตนตรัย การถวายภัตตาหาร ไปจนถึงการเจิมประตูบ้าน ครบจบกระบวนการเสริมสิริมงคลให้กับบ้านของคุณ
1. จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
เมื่อได้ฤกษ์งามยามดี เจ้าภาพจะเป็นผู้เริ่มพิธีโดยการจุดธูปเทียนที่โต๊ะหมู่บูชา (เริ่มจากเทียนด้านซ้าย-ขวา และธูป) จากนั้นกราบพระ 3 ครั้ง และกล่าวนำบูชาพระรัตนตรัยพร้อมอาราธนาศีล 5 เพื่อรับศีลจากพระสงฆ์ เป็นการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์พร้อมรับบุญใหญ่ในบ้านหลังใหม่
2. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
หลังจากรับศีลแล้ว พระสงฆ์จะเริ่มสวดเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล ในช่วงนี้เจ้าภาพและผู้ร่วมงานควรนั่งพนมมือฟังบทสวดด้วยความสงบ และเมื่อพระท่านสวดจบ เจ้าภาพจะต้องเตรียมเทียนและขันน้ำมนต์ เพื่อเริ่มพิธีทำน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่จะใช้ประพรมบ้านต่อไป
3. ถวายภัตตาหาร
เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบ (หรือหากจัดงานช่วงเช้าเลี้ยงเพล จะเป็นเวลาประมาณ 11.00 น.) ให้เจ้าภาพและสมาชิกในครอบครัวช่วยกันยกสำรับอาหารคาวหวานที่เตรียมไว้เข้าไปประเคนแด่พระสงฆ์ และรอจนกว่าพระท่านจะฉันเสร็จเรียบร้อย
4. ถวายสังฆทาน
หลังจากพระสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว ก็เข้าสู่ช่วงการถวายทาน เจ้าภาพนำเครื่องไทยธรรม ปัจจัย และดอกไม้ธูปเทียนที่เตรียมไว้ เข้าไปถวายแด่พระสงฆ์ เพื่อเป็นการบำรุงพระพุทธศาสนาและอุทิศส่วนกุศล
5. พระสงฆ์อนุโมทนาและประพรมน้ำมนต์
เมื่อถวายของเสร็จ พระสงฆ์จะสวดบท "ยถา วาริวหา..." เพื่ออนุโมทนาบุญ ในจังหวะนี้ให้เจ้าภาพเริ่มกรวดน้ำเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่เทวดาอารักษ์ เจ้าที่เจ้าทาง และบรรพบุรุษ จากนั้นพระสงฆ์จะประพรมน้ำมนต์ให้แก่เจ้าภาพ ครอบครัว แขกที่มาร่วมงาน และเดินพรมรอบๆ ตัวบ้านเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีและเรียกขวัญกำลังใจ
6. เจิมประตู
ขั้นตอนสุดท้ายที่เป็นไฮไลต์สำคัญ คือการนิมนต์พระสงฆ์ (มักเป็นรูปที่เป็นประธาน) ให้ช่วยเจิมประตูหน้าบ้านด้วยแป้งเจิมและปิดแผ่นทองคำเปลว เพื่อความเป็นสิริมงคล เปิดทางให้ทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา เป็นอันเสร็จพิธีสงฆ์อย่างสมบูรณ์ พร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านอย่างมีความสุข
ไอเดียจัดงานขึ้นบ้านใหม่ แบบเรียบง่าย ประหยัดงบ (ฉบับ New Gen)
มาถึงไฮไลท์ของเรา สำหรับวัยรุ่นยุคใหม่ ที่ต้องการประหยัดรัดกุม การจัดงานใหญ่โตอาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงคือ "การจัดงานเฉพาะคนในครอบครัว" หรือการจัดงานขนาดเล็กที่เน้นความอบอุ่น เป็นกันเอง และคุมงบได้
ใครที่มีงบจำกัดแต่อยากจัดงานทําบุญขึ้นบ้านใหม่ ไม่ง้อออแกไนซ์ ลองนำไอเดียเหล่านี้ไปปรับใช้ รับรองว่าประหยัดจริงและดูทันสมัย
1. จำกัดจำนวนแขก เน้นคนสนิท
เปลี่ยนจากการแจกซองหว่านล้อม มาเป็นการเชิญเฉพาะ "คนสำคัญ" จริงๆ เช่น ญาติสนิท หรือเพื่อนกลุ่มใกล้ชิดเท่านั้น การลดจำนวนแขกลงจะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายได้มหาศาล ทั้งค่าอาหาร ค่าของชำร่วย และค่าเช่าอุปกรณ์ต่างๆ
แถมยังทำให้เจ้าภาพดูแลแขกได้อย่างทั่วถึง บรรยากาศในงานจะดูอบอุ่น เป็นกันเอง ไม่วุ่นวาย และที่สำคัญคือ ใช้ การ์ดเชิญออนไลน์ ส่งทางไลน์แทนการพิมพ์การ์ดกระดาษ ก็ช่วยลดขยะและตัดงบส่วนนี้ไปได้
2. อาหารทำกินเองหม้อใหญ่
ถ้าการจ้างโต๊ะจีนในงานเล็กๆ อาจดูสิ้นเปลืองเกินไป ลองเปลี่ยนมาใช้วิธีทำกับข้าวสองสามอย่างหม้อใหญ่ๆ นอกจากจะประหยัดงบเจ้าภาพแล้ว ยังได้อาหารที่หลากหลายและญาติๆได้ทำอาหารร่วมกันสนุกสนาน
3. สังฆทานจัดเอง (DIY) งบไม่บาน ได้ของดีจริง
หลายคนซื้อถังสังฆทานสำเร็จรูปเพราะความสะดวก แต่อาจได้ของไม่มีคุณภาพและราคาแพงเกินจริง แนะนำให้ไปเดินเลือกซื้อของใช้จำเป็นที่แม็คโครหรือห้างค้าส่ง เช่น ยาสามัญ, น้ำยาล้างจาน, ทิชชู่, ข้าวสารอาหารแห้ง แล้วนำมา "จัดชุดเอง" วิธีนี้จะช่วยให้เราคุมงบได้แม่นยำ (เช่น ตั้งงบชุดละ 300 บาท) และมั่นใจได้ว่าพระสงฆ์จะได้ใช้ของที่มีคุณภาพจริงๆ
4. นิมนต์พระวัดใกล้บ้าน
การนิมนต์พระจากวัดที่มีชื่อเสียงไกลๆ อาจมีค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทาง (ค่ารถตู้/ค่าน้ำมัน) ที่สูง ลองมองไปที่ "วัดใกล้บ้าน" หรือวัดในชุมชนที่เราย้ายเข้าไปอยู่ นอกจากจะช่วยประหยัดค่าเดินทางและการรับ-ส่งแล้ว ยังเป็นการเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับวัดในพื้นที่ ทำให้เรารู้จักพระ รู้จักชุมชน และพึ่งพาอาศัยกันได้ในอนาคต
5. ตกแต่งบ้านด้วยดอกไม้ในรั้วและของที่มีอยู่
ไม่ต้องจ้างออแกไนซ์มาจัดฉากถ่ายรูปแพงๆ ลองมองหา "ต้นไม้มงคล" หรือดอกไม้ที่ปลูกไว้รอบบ้านมาปักแจกันบูชาพระ หรือใช้ผ้าไทย ผ้าขาวม้า ที่มีอยู่ในตู้มาปูโต๊ะวางอาหาร ก็ได้บรรยากาศไทยๆ ที่ดูเก๋และมีสไตล์ไปอีกแบบ การใช้ของที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้
สิ่งของมงคลที่ควรนำเข้าบ้านใหม่
ก่อนวันทำพิธี หรือในวันที่ย้ายเข้าบ้าน (วันแรก) นอกจากการนิมนต์พระมาทำพิธีแล้ว ควรนำสิ่งของมงคลเข้าไปก่อน ตามความเชื่อโบราณยังมีเคล็ดลับเรื่องการนำ สิ่งของมงคล เข้าบ้านในวันแรกที่ย้ายเข้ามา หรือก่อนวัน ทําบุญขึ้นบ้านใหม่ เพื่อเป็นการเรียกขวัญ เรียกทรัพย์ และปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เป็นการเบิกฤกษ์เอาชัยให้การเริ่มต้นชีวิตในบ้านหลังใหม่มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมา
- พระพุทธรูป: เพื่อเป็นประธานของบ้าน
- ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม: สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้ไม่ขาด
- เงินขวัญถุง: วางไว้ในตู้เซฟหรือหัวนอน เรียกทรัพย์เข้าบ้าน
- เตาไฟ (หรือเตาแก๊ส): สื่อถึงความอบอุ่นและการดำรงชีวิต
ข้อห้ามและสิ่งที่ควรระวังในวันทําบุญขึ้นบ้านใหม่
วันดีๆ ที่เป็นมงคลแบบนี้ ย่อมมีกุศโลบายและข้อห้ามบางประการที่คนโบราณเตือนไว้ เพื่อไม่ให้ขัดลาภหรือนำพาความขุ่นข้องหมองใจมาสู่คนในครอบครัว มาดูกันว่าในวัน ทําบุญขึ้นบ้านใหม่ มีสิ่งไหนที่ควรหลีกเลี่ยงหรือห้ามทำเด็ดขาด เพื่อให้เจ้าที่เจ้าทางและเทวดาอารักษ์พึงพอใจและประทานพรให้เรามากที่สุด
- ห้ามทะเลาะเบาะแว้ง: วันมงคลต้องพูดจาไพเราะ ยิ้มแย้มแจ่มใส
- ห้ามทำของแตก: ระมัดระวังถ้วยชาม แก้วน้ำ อย่าให้ตกแตกเพราะถือเป็นลางไม่ดี
- ห้ามตื่นสาย: ควรตื่นแต่เช้าด้วยความสดชื่น เพื่อรับพลังงานดีๆ ในเช้าวันใหม่
- ห้ามให้บ้านมืด: ควรเปิดไฟ เปิดหน้าต่างให้สว่างไสว รับทรัพย์รับโชค
บทสรุป
การทำบุญขึ้นบ้านใหม่คือการเริ่มต้นที่ดีที่จะนำพาความสุขและความเจริญมาสู่ครอบครัว ไม่ว่าคุณจะเลือกจัดงานใหญ่โตหรือจัดแบบเรียบง่าย หัวใจสำคัญคือ "เจตนาที่บริสุทธิ์" และความอบอุ่นของคนในบ้านค่ะ หวังว่าทริคที่น้องบุรีรัมย์น่าอยู่นำมาฝากจะช่วยให้เพื่อนๆ เตรียมงานได้อย่างมั่นใจนะคะ
และสำหรับใครที่กำลังเตรียมพร้อม มองหาที่อยู่อาศัยใหม่ในบุรีรัมย์ ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว แปลงสวยทำเลทอง, บ้านแฝด ฟังก์ชันครบครัน, คอนโด ใจกลางเมืองเดินทางสะดวก หรือ ทาวน์โฮม ราคาคุ้มค่า สามารถเข้ามาค้นหาบ้านในฝันของคุณได้บนเว็บไซต์ บุรีรัมย์น่าอยู่ แหล่งรวมอสังหาฯ ที่ครบที่สุดในจังหวัดบุรีรัมย์ได้เลยค่ะ
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทําบุญขึ้นบ้านใหม่
Q: จำเป็นต้องนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูปไหม ถ้านิมนต์น้อยกว่านั้นได้ไหม?
A : ไม่จำเป็นต้อง 9 รูปเสมอไปค่ะ สามารถนิมนต์ 5 รูป หรือ 7 รูป ก็ได้ตามความเหมาะสมของสถานที่และงบประมาณ เพียงแต่ขอนิยมให้เป็น "เลขคี่"
Q: ถ้ามีงบน้อย แต่อยากทําบุญขึ้นบ้านใหม่ ควรทำอย่างไร?
A : สามารถทำแบบเรียบง่ายได้โดยการ ไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ หรือนำพระพุทธรูปเข้าบ้านและถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ที่วัด (ทำสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าที่เจ้าทาง) แทนการนิมนต์พระมาที่บ้านก็ได้เช่นกันค่ะ
Q: อาหารอะไรบ้างที่ห้ามเลี้ยงในงานขึ้นบ้านใหม่?
A : โดยความเชื่อโบราณ มักเลี่ยง ข้าวต้ม (นิยมใช้ในงานศพ), อาหารรสเผ็ดจัด/ร้อนแรง (เชื่อว่าจะทำให้บ้านร้อนเป็นไฟ) แต่ปัจจุบันยึดความสะดวกและความอร่อยเป็นหลักค่ะ
บทความที่น่าสนใจ
- แก้ชีวิตติดขัดมาทางนี้ : แจกเคล็ดลับ ไหว้เจ้าที่กลางบ้าน ให้ถูกวิธี
- เปิดเคล็ดลับ ไหว้ ศาลหลักเมือง วัน เสาร์แรกของปี เสริมดวง รับปี 2569
- บุญใหญ่รับปีใหม่! แจกพิกัดงาน ปิดทองฝังลูกนิมิต บุรีรัมย์ ปี 2568-2569