เวลาเจ็บป่วยขึ้นมา สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือเรื่องค่าใช้จ่ายครับ ซึ่งในเมืองไทยเรามีสวัสดิการหลักๆ ที่ช่วยดูแลเรื่องนี้คือ "บัตรทอง" และ "ประกันสังคม" แต่เชื่อไหมครับว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังสับสนว่าจริงๆ แล้ว บัตรทอง กับ ประกันสังคม อันไหนดีกว่า และถ้าต้องเลือกจริงๆ เราควรเลือกอันไหนกันแน่?
โดยเฉพาะในปีนี้ที่มีกระแสเรื่อง ประกันสังคม ปรับขึ้น 2569 ซึ่งเป็นการปรับฐานเงินสมทบใหม่ ทำให้หลายคนเริ่มกลับมาคำนวณความคุ้มค่ากันอีกรอบ วันนี้เราจะมาเจาะลึกแบบม้วนเดียวจบให้หายสงสัยกันครับ

สิทธิบัตรทอง
สำหรับใครที่กำลังคิดว่า บัตรทอง กับ ประกันสังคม อันไหนดีกว่า ลองเริ่มจากทำความเข้าใจสิทธิบัตรทองก่อนครับ บัตรทองเป็นสิทธิรักษาพยาบาลของคนไทยที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมหรือสวัสดิการข้าราชการ ครอบคลุมตั้งแต่การรักษาโรคทั่วไป ผ่าตัด คลอดบุตร การสร้างเสริมสุขภาพ ไปจนถึงการรับยาโรคเรื้อรัง
โดยส่วนใหญ่จะเน้นการรักษาที่หน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้าน หรือสามารถติดต่อผ่านแอปฯ สปสช. และสายด่วน 1330 ได้เหมือนกันครับ
จุดเด่นของบัตรทอง
หากถามว่าในมุมของการรักษาเพียงอย่างเดียว บัตรทอง กับ ประกันสังคม อันไหนดีกว่า หลายคนอาจจะประหลาดใจกับสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้จริงดังนี้ครับ
- รักษาฟรีแบบไม่มีเพดาน ไม่ว่าจะเป็นโรคทั่วไปหรือโรคร้ายแรงที่มีค่าใช้จ่ายสูงอย่าง มะเร็ง หรือการฟอกไต บัตรทองดูแลให้ครบโดยไม่ต้องกังวลเรื่องวงเงิน
- ดูแลครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจคัดกรองโรค การวางแผนครอบครัว การทำคลอด ไปจนถึงการฟืนฟูร่างกายหลังป่วย
- สิทธิทำฟันพื้นฐาน สามารถใช้สิทธิ ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน ได้ตามเงื่อนไขโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
- เจ็บป่วยฉุกเฉินเข้าได้ทุกที่ หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน สามารถเข้ารพ.ที่ใกล้ที่สุดได้ทันทีตามนโยบายรัฐ
- ย้ายสิทธิได้บ่อย ปัจจุบันเราสามารถเปลี่ยนสถานพยาบาลได้ถึงปีละ 4 ครั้ง เพิ่มความสะดวกให้คนที่มีการย้ายที่พักบ่อยๆ ครับ
สิทธิประกันสังคม
สำหรับคนทำงานออฟฟิศหรือลูกจ้าง มักจะมีสิทธิ ประกันสังคม ติดตัวมาด้วยจากการจ่ายเงินสมทบในทุกๆ เดือน ซึ่งสิทธินี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องรักษาพยาบาลอย่างเดียว แต่ยังเป็นเหมือนการทำประกันชีวิตและเงินออมในตัวด้วย จนหลายคนอาจเริ่มเปรียบเทียบว่าในระยะยาวแล้วระหว่าง บัตรทอง กับ ประกันสังคม อันไหนดีกว่า กันแน่ โดยจุดเด่นที่น่าสนใจมีดังนี้ครับ
จุดเด่นของประกันสังคม
การเป็นหลักประกันสุขภาพและรายได้ที่ครอบคลุมการใช้ชีวิตของคนทำงานใน 7 กรณี ได้แก่
- รักษาพยาบาลไม่ต้องสำรองจ่าย เลือกโรงพยาบาลคู่สัญญาได้เอง และเข้ารักษาได้ทันทีตามสิทธิ รวมถึงการตรวจสุขภาพประจำปีฟรี
- เงินชดเชยว่างงาน หากตกงานหรือลาออก จะได้รับเงินช่วยเหลือตามสัดส่วนเงินเดือน (สูงสุด 180 วัน) ช่วยให้มีเงินหมุนเวียนช่วงหางานใหม่
- เงินบำนาญชราภาพ ยิ่งส่งนาน ยิ่งได้เงินคืนหลังเกษียณเป็นรายเดือนไปตลอดชีวิต หรือรับเป็นเงินก้อนใหญ่ทีเดียวก็ได้
- เงินสงเคราะห์บุตร รับเงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูบุตรเดือนละ 1,000 บาทต่อคน (สูงสุด 3 คน)
- เงินทดแทนขาดรายได้ หากป่วยจนต้องหยุดงานนานๆ ประกันสังคมมีเงินชดเชยให้ตามเงื่อนไข
- ค่าทำฟัน 900 บาทต่อปี ไม่ต้องสำรองจ่ายในโรงพยาบาลที่ร่วมรายการ
- สิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิต มีเงินช่วยค่าทำศพและเงินสงเคราะห์ให้ครอบครัวที่อยู่เบื้องหลัง
เปรียบเทียบชัด ๆ บัตรทอง vs ประกันสังคม ต่างกันอย่างไร?
การจะบอกว่า บัตรทอง กับ ประกันสังคม อันไหนดีกว่า คงต้องดูเป็นเรื่อง ๆ ไป ทั้งค่าใช้จ่ายเวลาเข้ารับการรักษา ความสะดวกในการใช้สิทธิ และผลประโยชน์ที่ได้รับในระยะยาว หากค่อย ๆ พิจารณาแต่ละด้านอย่างรอบด้าน ก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้เหมาะสมกับสถานการณ์ของตนเองมากขึ้นครับ
ค่ารักษากับการเลือกโรงพยาบาล ต่างกันยังไงบ้าง

เมื่อลองดูจากการใช้สิทธิจริง บัตรทองจะยึดตามหน่วยบริการที่ผูกไว้กับทะเบียนบ้าน เวลาป่วยจึงต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิก่อนเป็นหลัก
ส่วนประกันสังคม ผู้ประกันตนสามารถเลือกโรงพยาบาลคู่สัญญาได้เองตั้งแต่ต้น จึงสะดวกกว่าในกรณีที่ทำงานต่างพื้นที่หรือมีการย้ายที่อยู่ เพราะไม่จำเป็นต้องกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนาเดิม
1. บัตรทอง
- ใช้สิทธิรักษาตามหน่วยบริการที่ลงทะเบียนไว้
- โดยมากต้องไปโรงพยาบาลตามทะเบียนบ้าน
- ค่าใช้จ่ายเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐ
2. ประกันสังคม
- เลือกโรงพยาบาลคู่สัญญาได้ตั้งแต่สมัคร
- บางกรณีอาจต้องสำรองจ่ายก่อน
- สามารถยื่นเรื่องขอคืนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
เงินช่วยช่วงลาป่วยหรือว่างงาน ต่างกันยังไงบ้าง

น้องน่าอยู่จะพาไปดูกันครับว่า ความต่างเรื่องเงินช่วงลาป่วยกับว่างงาน ต่างกันยังไงบ้าง
1. บัตรทอง
- ไม่มีเงินชดเชยเวลาลาป่วย
- ไม่มีเงินช่วยช่วงว่างงาน
- ไม่มีเงินบำนาญตอนเกษียณ
2. ประกันสังคม
- มีเงินทดแทนให้ช่วงลาป่วย
- มีเงินช่วยกรณีว่างงาน
- มีเงินบำนาญหลังเกษียณ
บัตรทอง กับ ประกันสังคม อันไหนดีกว่า และเหมาะกับใคร?

น้องน่าอยู่จะพาไปดูสรุปแบบเข้าใจง่ายกันเลยครับ ว่าเราเหมาะกับแบบไหน
- เลือกบัตรทอง: ถ้าเราประกอบอาชีพอิสระ เป็นฟรีแลนซ์ หรือเป็นผู้สูงอายุที่ไม่ได้ทำงานแล้ว บัตรทองคือที่พึ่งที่คุ้มค่าที่สุดเพราะไม่ต้องจ่ายเบี้ยรายเดือน
- เลือกประกันสังคม: ถ้าเราเป็นคนวัยทำงานที่ต้องการความอุ่นใจเรื่องรายได้ และต้องการเบิกสิทธิค่าทำฟัน ประกันสังคม 900 บาท/ปี รวมถึงอยากมีเงินเก็บก้อนหนึ่งไว้ใช้ตอนเกษียณ
บทส่งท้าย
หากมองโดยรวมแล้ว ประเด็นว่า บัตรทอง กับ ประกันสังคม อันไหนดีกว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคนมากกว่า หากต้องการเพียงความคุ้มครองด้านการรักษาพยาบาล บัตรทองก็เพียงพอ แต่หากต้องการหลักประกันเรื่องรายได้และเงินหลังเกษียณ ประกันสังคมอาจเหมาะกว่า การพิจารณาจากรูปแบบการทำงานและแผนชีวิตของตนเอง จะช่วยให้เลือกได้ตรงกับความจำเป็นมากที่สุดครับ
สำหรับใครที่กำลังมองหา บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, คอนโดและทาวน์โฮม หรือค้นหาโครงการที่น่าสนใจและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์น่าอยู่ นอกจากนี้ยังมีสาระน่ารู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับบ้านที่น่าสนใจมาให้ทุกคนได้ติดตามกันอีกด้วยนะครับ
คำถามที่พบบ่อย
1. Q: มีสิทธิประกันสังคมอยู่แล้ว สามารถใช้สิทธิบัตรทองควบคู่กันได้ไหม?
A: ไม่ได้ครับ ระบบจะยึดสิทธิประกันสังคมเป็นสิทธิหลักในการรักษาพยาบาลเสมอ หากมีประกันสังคม สิทธิบัตรทองจะถูกระงับชั่วคราวโดยอัตโนมัติ
2. Q: รายได้สูง ประกันสังคมยังคุ้มกว่าบัตรทองหรือไม่?
A: คุ้มครับ เพราะนอกจากสิทธิรักษาพยาบาลแล้ว ประกันสังคมยังนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ และยังมีเงินสะสมชราภาพที่เพิ่มขึ้นตามฐานเงินเดือน เงินสะสมก็ยิ่งมากขึ้น ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวได้มากกว่าครับ
3. Q: รักษาโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง ฟอกไต เลือกสิทธิไหนดี?
A: ปัจจุบันทั้งสองระบบพัฒนาไปมาก ความครอบคลุมใกล้เคียงกัน ความแตกต่างจะอยู่ที่โรงพยาบาลที่ใช้สิทธิและความสะดวกในการเข้ารับบริการมากกว่า เพราะฉะนั้นคำตอบของคำถามว่า บัตรทอง กับ ประกันสังคม อันไหนดีกว่า ในกรณีโรคร้ายแรง จึงขึ้นกับบริบทชีวิตของแต่ละคนครับ