เคยไหมครับที่บางทีเห็นราคาในเมนู แล้วรู้สึกว่าราคาถูก แต่พอต้องจ่ายเงินจริงๆ ราคาดันเพิ่มขึ้นมา เหตุการณืแบบนี้ส่วนใหญ่มาจาก Ex VAT หรือ เครื่องหมาย "++" ที่ต่อท้ายราคานั่นเอง สำหรับคนซื้ออย่างเรา ถ้าดูป้ายราคาไม่เป็นอาจทำให้ต้องใช้งบเยะขึ้น ส่วนเจ้าของธุรกิจมือใหม่ที่เพิ่งเปิดร้าน

การไม่เข้าใจเรื่องนี้ ก็จอาจจะทำให้ตั้งราคาผิดจนกำไรหายเข้าเนื้อตัวเองได้ง่ายๆเหมือนกัน ในบทความนี้น้องน่าอยู่จะมาแชร์วิธีดูป้ายราคาแบบนักช้อปมือโปร และเทคนิคคำนวณราคาให้เป๊ะ

Ex VAT vs Inc VAT ต่างกันยังไง? สรุปให้จำง่ายๆ

Ex VAT vs Inc VAT ต่างกันยังไง?

ป้ายราคาสินค้าในบ้านเรา มีอยู่ 2 แบบหลักๆ ที่เราต้องเจอ ถ้าเราแยกได้ชีวิตก็จะง่ายขึ้นมาทันที

Ex VAT (ราคาที่ยังไม่รวมภาษี)

Ex VAT คือราคาที่ร้านตั้งไว้ แบบที่ยังไม่ได้บวกภาษี 7% เข้าไป ส่วนใหญ่มักจะเจอในใบเสนอราคาบริษัท หรือร้านอาหารบางประเภทที่อยากให้ตัวเลขดูน้อยๆ น่าซื้อ เพื่อดึงดูดใจลูกค้า แต่ยอดนี้ไม่ใช่ยอดที่ต้องจ่ายจริงๆ ถ้าเห็นคำนี้เมื่อไหร่ ให้เตรียมเงินเผื่อบวกเพิ่มไว้อย่างน้อยอีก 7% ได้เลย

Inc VAT (ราคาเน็ตที่รวมทุกอย่างมาให้แล้ว)

ราคานี้ คือราคาที่รวมภาษีมาให้จบแล้วครับ เห็นป้าย 100 บาท ก็จ่ายแบงก์ร้อยใบเดียวจบเลย หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าราคา Net นั่นแหละครับ ส่วนใหญ่เราจะเจอในร้านสะดวกซื้อ หรือในห้าง ซึ่งเป็นวิธีบอกราคาที่ตรงไปตรงมาและ Friendly กับคนซื้อที่สุด

ถอดความหมาย เครื่องหมาย "++" ที่มาคู่กับราคาแบบ Ex VAT

ความหมาย Ex VAT

ใครสายกินบุฟเฟต์หรือชอบเช็กอินร้านสวยๆ ต้องเคยเจอเครื่องหมายนี้แน่นอน

บวกที่ 1 (Service Charge 10%)

บวกรอบแรกคือ "ค่าบริการ" ที่ร้านเก็บเพิ่ม ยอดนี้จะคิดจากราคาเมนูทันที เช่น อาหาร 1,000 บาท ก็โดนบวก Service Charge ไปก่อน 100 บาท ยอดจะกลายเป็น 1,100 บาทครับ ยอดนี้ร้านส่วนใหญ่จะเอาไปเป็นสวัสดิการหรือค่าตอบแทนพิเศษให้กับพนักงานที่คอยดูแลเรานั่นเอง

บวกที่ 2 (VAT 7% ที่คิดทับยอดรวมอีกที)

บวกที่ 2 เขาไม่ได้คิด VAT จากราคาเมนูเพียวๆ นะครับ แต่เขาจะเอา "ราคาเมนู + Service Charge" มาเป็นตัวตั้งก่อน แล้วค่อยเอาผลลัพธ์นั้นมาคิด VAT 7% อีกที หรือที่เรียกว่าคิดทับซ้อน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมยอดสุดท้ายถึงสูงกว่าที่เราคิดไว้ตอนแรก

ทริคลัดคำนวณราคา ++ แบบไวๆ เมื่อเจอราคาแบบ Ex VAT

คำนวณราคา Ex VAT

ถ้าเวลาเห็นราคา ++ แล้วอยากรู้ราคาที่ต้องจ่ายจริงๆก่อนเช็คบิล แบบที่ไม่ต้องรอพนักงานเดินมาบอก น้องน่าอยู่มีสูตรลัดที่ใช้ได้บ่อยๆมาฝากครับ

สูตรลัดง่ายๆ (คูณ 1.177)

วิธีง่ายๆแค่เปิดเครื่องคิดเลขแล้วเอา ราคาป้าย x 1.177 คำตอบที่ได้จะเป็นยอดที่ใกล้เคียงยอดที่เราต้องจ่ายจริงๆ อย่างเช่น ถ้าราคาอาหารแสดง 1,000++ บาท ให้กดเครื่องคิดเลข 1,000 x 1.177 จะได้เท่ากับ 1,177 บาท รู้ไว้ก่อนแบบนี้จะได้เตรียมเงินถูก

วิธีเช็คราคาในใบเสนอราคาสำหรับเจ้าของร้านที่เป็นมือใหม่

ถ้าเราเป็นมีกิจการที่ได้ใบเสนอราคามาจาก Supplier แล้วในใบไม่ได้เขียนว่ารวม VAT หรือไม่รวม ให้เดาไว้ก่อนเลยว่าเป็น Ex VAT แต่เพื่อความชัวร์ให้รีบถามไปก่อนเลยว่า ยอดนี้เป็นยอด Net หรือยัง? จะได้ไม่ผิดพลาดงบประมาณที่วางไว้ครับ

ข้อที่ต้องระวังสำหรับเจ้าของธุรกิจมือใหม่เวลาตั้งราคาขายแบบ Ex VAT

ตั้งราคาขายแบบ Ex VAT

ถ้ากำลังจะเปิดร้านหรือเริ่มขายของ ควรแสดงราคาให้ชัดเจนเพราะเป็นเรื่องสำคัญต่อความเชื่อใจของลูกค้ามากครับ

แจ้งเงื่อนไขภาษีให้ชัดเจนตั้งแต่บนเมนู

ถ้าเกิดจะตั้งราคาแบบ Ex VAT หรือจะเก็บ Service Charge ก็ควรจะบอกไว้ในเมนูหรือป้ายหน้าร้านให้ชัดเจนตั้งแต่แรก ไม่งั้นลูกค้าอาจรู้สึกว่าโดนหลอกก็ได้ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงร้านตามมาทีหลัง

แยกบัญชีเงิน VAT ออกจากกำไรของร้าน

เรื่องนี้สำคัญมากครับเรื่องเงิน VAT 7% ที่เก็บมาจากลูกค้า มันไม่ใช่รายได้ของร้านจริงๆ แต่เป็นเงินที่เราต้องใช้ส่งคืนรัฐทุกเดือน เจ้าของร้านมือใหม่หลายๆคนอาจจะเผลอเอาไปหมุนใช้จนหมดได้ ตรงนี้ต้องระวังให้ดี ถ้าถึงกำหนดจ่ายภาษีจริงๆแล้วหาเงินมาไม่ทัน อาจจะต้องเสียเบี้ยปรับที่แพงกว่ายอดภาษีหลายเท่าตัวเลยครับ

บทส่งท้าย

การมองป้ายราคา Ex VAT หรือเครื่องหมาย ++ ให้เข้าใจ จะช่วยให้เราคุมงบได้แม่นยำ ไม่ว่าจะใช้จ่ายส่วนตัวหรือดีลธุรกิจ และถ้าใครอยากอัปเลเวลทักษะการคำนวณเพื่อนำไปทำบัญชีต่อ ก็สามารถไปดูกันต่อได้ที่บทความ [วิธีถอด VAT 7%]

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษีในชีวิตประจำวัน หรือเรื่องบ้านและคอนโด“น่าอยู่” พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดที่ให้ข้อมูล บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด,  คอนโด และทาวน์โฮม เพื่อให้ทุกการตัดสินใจเรื่องเงินของทุกคนเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่าที่สุดครับ

คำถามที่พบบ่อย

1. Q: เจอร้านบวกค่า Service Charge 10% ไปแล้ว ทำไมเรายังต้องจ่าย VAT อีก

A: เพราะอันที่จริงแล้ว สองยอดนี้คือคนละส่วนกันครับ Service Charge เป็นค่าบริการที่ให้พนักงาน ส่วนภาษีคือต้องเก็บส่งรัฐ และตามกฎหมายสรรพากร ร้านต้องเอายอดอาหารที่บวกค่าบริการแล้วมาคำนวณภาษีซ้ำอีกรอบ ก็เลยเป็นที่มาของยอดจ่ายจริงที่เพิ่มขึ้นจากราคาป้ายครับ

2. Q: ถ้าในเมนูไม่เขียนบอกว่ามี ++ เราขอปฏิเสธไม่จ่ายได้ไหม?

A: ตามกฎหมายแล้ว ร้านค้าต้องแจ้งผู้บริโภคให้ชัดเจนตั้งแต่แรกครับ ถ้าในเมนูไม่มีระบุเรื่อง Ex VAT หรือไม่มีการบอกเรื่อง Service Charge ไว้เลย เราเองก็มีสิทธิ์ที่จะทักท้วงได้ครับ เพราะร้านค้าควรจะต้องแสดงราคาที่รวมภาษีแล้ว หรือแจ้งเงื่อนไขการเก็บเพิ่มให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าครับ

3. Q: ราคา Net กับ ราคาแบบ ++ ราคาไหนที่คุ้มกับคนซื้อมากกว่า?

A: จริงๆ แล้วไม่ต่างกันในแง่ของภาษีครับ แต่ราคา Net จะช่วยให้เราคุมงบได้ดีกว่า แต่ราคาที่เป็น ++ แค่ช่วยทำให้เรามองว่าราคาอาหารไม่ได้แพงมาก แต่พอคิดบิลออกมาแล้วอาจจะแพงกว่าที่คิดไว้ การมองให้ออกว่าราคาที่เห็นใช้ราคาแบบไหน จะเป็นตัวช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ