HIGHLIGHTS

🍊 ไขข้อข้องใจทำไมต้องใช้ผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่ ตามหลักธาตุทั้ง 5 เพื่อความอุดมสมบูรณ์สูงสุด พร้อมเช็กลิสต์ผลไม้ความหมายดีที่ควรหามาไหว้ ทั้งส้ม กล้วยหอม และสับปะรด รวมทริคสายมู ตั้งแต่จำนวนธูป ฤกษ์มงคล ไปจนถึงวิธีกินผลไม้หลังไหว้เสร็จ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต


ไหว้เจ้าที่ถูกวิธี ชีวิตดีขึ้นทันตา เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางบ้านไหว้เจ้าที่แล้วรวยเอาๆ การงานราบรื่น แต่บางบ้านไหว้เท่าไหร่ก็ยังรู้สึกติดขัด ทำอะไรไม่ค่อยขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ "ของไหว้" ที่เราเลือกมาถวายท่านอาจยังไม่ถูกต้องตามตำรา โดยเฉพาะการเลือกผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้าน

การเลือกผลไม้ไม่ใช่แค่การซื้ออะไรก็ได้มาวางให้ครบๆ ไป แต่ผลไม้แต่ละชนิดซ่อนความหมายและพลังงานบางอย่างเอาไว้ หากเลือกถูกโฉลกก็จะช่วยเสริมสิริมงคล ดึงดูดโชคลาภ และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกจากบ้านได้

บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่ แบบเจาะลึก คัดมาเน้นๆ เฉพาะสิ่งที่หาซื้อง่ายและความหมายดีเยี่ยม พร้อมเคล็ดลับการไหว้ฉบับสายมูที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณให้เฮงตลอดปี

ไขข้อสงสัย ทำไมต้องใช้ผลไม้ 5 อย่าง?

หลายคนอาจเคยเห็นการจัดชุดของไหว้ที่มีจำนวนแตกต่างกันไป ทั้ง 3 อย่าง 5 อย่าง หรือ 9 อย่าง แต่สำหรับการไหว้เจ้าที่ (ตี่จู๋เอี๊ยะ) หรือศาลพระภูมิ เพื่อขอพรเรื่องความมั่งคั่งและการเงิน ตำราบอกว่าการจัด ผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่ คือจำนวนที่เหมาะสมที่สุด

เลข 5 ในทางโหราศาสตร์และตามความเชื่อของชาวจีน สื่อถึงความสมบูรณ์พูนสุขและความครบถ้วนของ ธาตุทั้ง 5 ได้แก่ ดิน น้ำ ทอง ไม้ และไฟ เมื่อเรานำผลไม้ 5 ชนิดมารวมกัน จึงเปรียบเสมือนการนำความอุดมสมบูรณ์จากทั่วทุกสารทิศมารวมไว้ในบ้านของเรา เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นจักรพรรดิและความมั่งคั่งยั่งยืน ดังนั้นหากคุณต้องการเน้นเรื่องโชคลาภ เงินทอง และความมั่นคงในครอบครัว การจัดผลไม้ให้ครบ 5 อย่างจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


เปิดตำรา! ผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่ มีอะไรบ้าง?

เมื่อรู้แล้วว่าทำไมต้องไหว้ 5 อย่าง ทีนี้เรามาดูกันว่าผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่ ที่ควรมีบนโต๊ะบูชานั้นประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เพื่อให้การขอพรของคุณสัมฤทธิ์ผลสูงสุด

1. ส้ม

ส้มเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและความมั่งคั่ง

ขาดไม่ได้เลยสำหรับผลไม้นิดนี้ "ส้ม" หรือในภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกว่า "ไต่กิก" แปลว่า มหามงคล ส้มเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและความมั่งคั่ง ด้วยสีเปลือกที่เป็นสีส้มทองอร่าม จึงเปรียบเสมือนการนำ ก้อนทอง มาถวายเจ้าที่ ยิ่งถ้าเลือกส้มที่มีผิวเกลี้ยงเกลา สีสวย ผลใหญ่ จะยิ่งสื่อถึงความราบรื่น เงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดสาย เป็นผลไม้หลักที่ต้องยืนพื้นไว้เสมอเมื่อจะจัดชุด ผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่

2. กล้วย (กล้วยหอมทอง)

กล้วย สื่อความหมายถึงความง่าย การทำอะไรก็ราบรื่นเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

กล้วย สื่อความหมายถึงความง่าย การทำอะไรก็ราบรื่นเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก นอกจากนี้ลักษณะของเครือกล้วยที่แตกหน่อแตกผลมากมาย ยังสื่อถึงการสืบทอดสกุล มีบริวารที่ดี และมีความอุดมสมบูรณ์ เคล็ดลับคือควรเลือกใช้ กล้วยหอมทอง ที่มีสีเหลืองทองสวยงาม และต้องใช้ทั้งหวีโดยไม่ตัดแบ่ง เพื่อสื่อถึงความกลมเกลียวและการกวักโชคกวักลาภเข้ามาเต็มๆ มือ

3. สับปะรด

สับปะรดเรียกว่า "อั้งไล้" ซึ่งพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายว่า โชคลาภกำลังมาถึง

ในภาษาจีนแต้จิ๋ว สับปะรดเรียกว่า "อั้งไล้" ซึ่งพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายว่า โชคลาภกำลังมาถึง นอกจากนี้ รูปลักษณ์ของสับปะรดที่มี "ตา" อยู่รอบตัว ยังสื่อความหมายถึงความรอบรู้ การมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มองเห็นโอกาสในการทำมาหากินได้รอบทิศทาง ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรก็สามารถหาทางออกได้เสมอ เป็นหนึ่งในผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่ ที่พ่อค้าแม่ขายและนักธุรกิจนิยมนำมาไหว้มากที่สุด

4. แอปเปิ้ลแดง

แอปเปิ้ลแดง เป็นสัญลักษณ์ของสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สมบูรณ์

แอปเปิ้ล โดยเฉพาะแอปเปิ้ลแดง เป็นสัญลักษณ์ของสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สมบูรณ์ และช่วยปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ คำว่าแอปเปิ้ลในภาษาจีนคือ "เผ่งท้อ" ซึ่งคำว่า เผ่ง พ้องเสียงกับคำว่า "เผ่งอัง" ที่แปลว่าความสงบสุข สันติสุข การนำแอปเปิ้ลแดงมาเป็นหนึ่งในผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่ จึงเป็นการขอพรให้คนในบ้านอยู่เย็นเป็นสุข ไม่มีเรื่องร้อนกายร้อนใจ และปราศจากความเจ็บป่วยนั่นเอง

5. แก้วมังกร / องุ่นแดง

แก้วมังกร องุ่นแดง สื่อถึงความยิ่งใหญ่ สมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรืองที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ

ปิดท้ายด้วยผลไม้ธาตุไฟที่ช่วยเสริมอำนาจบารมี แก้วมังกร (เลือกที่เนื้อข้างในสีแดงหรือม่วง) ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นมังกร ซึ่งเป็นสัตว์มงคลสูงสุดของจีน สื่อถึงความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ และเงินทอง ส่วน องุ่นแดง สื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ เหมือนพวงองุ่น การเลือกผลไม้ที่มีสีแดงหรือม่วงเข้มเหล่านี้มาประกอบในชุดผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่จะช่วยกระตุ้นโชคลาภให้เข้ามาเร็วขึ้นและหนักแน่นขึ้น


เตือนแล้วนะ! ผลไม้ต้องห้าม ไหว้แล้วอาจดวงกุด ไม่รู้ตัว

แม้เราจะตั้งใจดี แต่ถ้าเผลอหยิบผลไม้ที่มีความหมายอัปมงคลมาไหว้ ก็อาจส่งผลเสียได้เหมือนกัน นอกจากจะต้องรู้เรื่องผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่แล้ว สิ่งที่ต้องรู้คู่กันคือผลไม้ต้องห้ามเหล่านี้

ผลไม้ต้องห้าม ไหว้แล้วอาจดวงกุด ไม่รู้ตัว

1. มังคุด

แม้จะเป็นราชินีผลไม้และมีรสชาติอร่อย แต่คำว่า "คุด" ไปพ้องกับคำว่า กุด หรือ คุดคู้ ซึ่งสื่อความหมายในทางที่ไม่ดี ทำอะไรก็ไม่เจริญก้าวหน้า ไปไม่สุดทาง หรือมีเรื่องให้ต้องเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่เหมาะกับการนำมาไหว้เพื่อขอความเจริญรุ่งเรือง

2. ละมุด

เชื่อกันว่าชื่อของละมุด เป็นชื่อที่ไม่มงคล อย่างคำว่า “มุด” เหมือนกันมุด หลบซ่อน ในที่แคบ เชื่อว่าหากนำผลไม้ชนิดนี้ไปไหว้เจ้าที่ จะทำอะไรก็มืดมน ไม่สดใส ไม่โดดเด่นเหมือนสีของเปลือก และชื่อของผลไม้ การนำละมุดมาไหว้เจ้าที่อาจทำให้ชีวิตช่วงนั้นรู้สึกหน่วงๆ หาทางออกไม่เจอ หรือถูกปิดบังซ่อนเร้นจากโอกาสดีๆ

3. พุทรา

คำว่าพุทรา ออกเสียงคล้ายกับคำว่า "ซา" ที่แปลว่า ซาลง เงียบเหงา ถดถอย หากนำมาไหว้เจ้าที่ โดยเฉพาะร้านค้า อาจทำให้ยอดขายซบเซา การเงินนิ่งเงียบ หรือความกระตือรือร้นของผู้คนในบ้านลดน้อยลงได้

4. ผลไม้ที่มีหนามแหลม หรือชื่อไม่มงคล

ผลไม้ที่มีหนามแหลมคมรอบผล (ยกเว้นสับปะรดและขนุน) เช่น ทุเรียน หรือ ระกำ สละ ไม่นิยมนำมาไหว้ เพราะหนามเปรียบเสมือนอุปสรรคขวากหนามที่ทิ่มแทง ทำให้ชีวิตเจอแต่เรื่องยุ่งยาก ส่วนผลไม้ชื่อไม่มงคลอย่าง กระท้อน (สะท้อนออก) ระกำ (ชอกช้ำระกำใจ) ก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน


ขั้นตอนการไหว้เจ้าที่ ฉบับเรียกทรัพย์ รับโชค

เมื่อเตรียมผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่ ครบแล้ว ขั้นตอนการไหว้ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้การสื่อสารของเราส่งไปถึงท่านเจ้าที่ได้อย่างชัดเจน ลองทำตามทริคเหล่านี้ดู

ไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก

สำหรับการไหว้เจ้าที่ตี่จู๋เอี๊ยะ (เจ้าที่ในบ้าน) หรือศาลพระภูมิ (เจ้าที่นอกบ้าน) ให้ใช้ธูป 5 ดอก ซึ่งสอดคล้องกับผลไม้ 5 อย่าง และธาตุทั้ง 5 เป็นการสักการะบูชาครูบาอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้มารับเครื่องเซ่นไหว้

ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล ไหว้เจ้าที่กี่โมงดี

ช่วงเวลาที่เป็นมงคลที่สุดในการไหว้เจ้าที่คือช่วงเช้า ตั้งแต่ 09.00 - 10.59 น. เพราะถือเป็นเวลามังกรเปิดขุมทรัพย์ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสื่อถึงพลังงานหยาง (ความร้อน/แสงสว่าง) ที่จะช่วยกระตุ้นโชคลาภให้ตื่นตัว แต่หากไม่สะดวกจริงๆ ให้ไหว้ก่อนเที่ยงวันจะดีที่สุด

บทสวดบทขอพรเจ้าที่

(ตั้งนะโม 3 จบ)

"เจ้าที่ เทวดานัง ปิยะสุตวา มหาลาโภ ประสิทธิลาภา ภะวันตุเม" "ข้าพเจ้า... (ชื่อ-นามสกุล)... ขอน้อมถวาย ผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่ และเครื่องสักการะเหล่านี้ ขอท่านเจ้าที่จงมารับ และโปรดดลบันดาลให้ข้าพเจ้าและครอบครัว มีแต่ความสุขความเจริญ เงินทองไหลมาเทมา ปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป ขอให้มีโชคมีลาภตลอดปีด้วยเถิด"


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ไหว้เจ้าที่เสร็จแล้ว ผลไม้ลามากินได้ไหม?

กินได้และดีมาก ผลไม้ที่ผ่านพิธีไหว้ถือเป็น "ของเหลือเดนชาน" ที่เปี่ยมไปด้วยพุทธคุณและสิริมงคล เชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ กินแล้วจะได้รับพรจากเจ้าที่ ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงและมีโชคลาภ ดังนั้นเมื่อธูปหมดดอกแล้ว ให้ลาของไหว้มากินแจกจ่ายคนในครอบครัวได้เลย

2. ถ้าหาผลไม้ครบ 5 อย่างไม่ได้ ใช้อะไรแทน?

หากในวันที่ต้องการไหว้ หา ผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่ ได้ไม่ครบจริงๆ สามารถใช้ผลไม้ 3 อย่างแทนได้ (ส้ม, กล้วย, องุ่น) หรือใช้ ขนมมงคล มาเสริมให้ครบจำนวน 5 อย่าง เช่น ขนมถ้วยฟู (เฟื่องฟู), ขนมเทียน (แสงสว่าง), หรือขนมจันอับ ก็สามารถใช้แทนกันได้

3. ควรไหว้เจ้าที่บ่อยแค่ไหน?

อย่างน้อยควรไหว้เดือนละ 2 ครั้ง คือ วันพระ หรือ วันโกน แต่ถ้าใครทำมาค้าขาย อยากกระตุ้นยอดขาย หรือช่วงไหนที่รู้สึกดวงตก ชีวิตติดขัด สามารถไหว้ได้ทุกวัน หรือไหว้ในวันสำคัญทางจีน (เช่น วันตรุษจีน, วันสารทจีน) การไหว้สม่ำเสมอเปรียบเสมือนการหมั่นดูแลเทคแคร์ผู้ใหญ่ ท่านก็จะเอ็นดูและคอยช่วยเหลือเราเสมอ


บทส่งท้าย

การคัดสรรผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่ ด้วยความตั้งใจ เป็นเพียงกุศโลบายหนึ่งที่ช่วยสร้างความสบายใจและเติมพลังบวกให้กับผู้อยู่อาศัย เมื่อเรามีความเชื่อมั่น มีจิตใจที่เบิกบาน และมีความกตัญญูต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองบ้าน พลังงานดีๆ ก็จะหมุนเวียนเข้ามา

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านที่นำเคล็ดลับผลไม้มงคล 5 อย่าง ไหว้เจ้าที่ ไปปรับใช้ จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ คิดเงินได้เงิน คิดทองได้ทอง เฮงๆ รวยๆ กันถ้วนหน้า และอย่าลืมหมั่นทำความดีควบคู่ไปกับการไหว้เจ้าที่ รับรองว่าชีวิตจะราบรื่นแบบก้าวกระโดดแน่นอน

บทความที่คุณอาจสนใจ


แชร์บทความ

แชร์บทความนี้